วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บทเรียน "ขาดทุนสต็อกน้ำมัน"

ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปลายปี 2557 โดยระดับราคาร่วงไปแล้วกว่า 50%

เมื่อเทียบกับในเดือน มิ.ย.ปีเดียวกัน ถือเป็นระดับราคาที่ต่ำสุดในรอบ "6 ปี" ที่ร่วงพ้น 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า ราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกราว "ครึ่งปี"

แน่นอนว่า..สถานการณ์ที่ว่านี้ มีทั้ง "ผู้ที่ได้และเสียประโยชน์"

ร้อนถึง รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะต้องประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ ต่อผลกระทบราคาน้ำมัน โดยเชิญองค์กรธุรกิจเข้าหารือ ก่อนรัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือบางภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เคยออกบทวิเคราะห์ในเรื่องนี้ โดยระบุว่า ราคาน้ำมันระดับต่ำจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย โดยประเมินว่า ราคาน้ำมันลดลงทุก 10% ส่งผลให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.2%

นอกจากนี้ ยังทำให้ต้นทุนการประกอบการของภาคธุรกิจลดลง โดยพบว่า การลดลงของราคาน้ำมันตั้งแต่ ส.ค.-กลางเดือน ธ.ค. (ราคาน้ำมันดิบลดลง 3% และราคาน้ำมันขายปลีกลดลง 9%) ทำให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจไทยลดลง 1.4%

แม้ในระยะสั้นจะคาดว่า การลดลงของราคาน้ำมันจะไม่สนับสนุนการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก เนื่องจากการท่องเที่ยวไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในสัดส่วนที่สูงขึ้น อาทิ รัสเซีย ตะวันออกกลาง และมาเลเซีย

ขณะที่บางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจออกมากังวลว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เช่น ยางพารา อ้อย และน้ำตาล เนื่องจากเป็นสินค้าที่นำมาเป็นวัตถุดิบในพลังงานทดแทน

ทว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบในทางลบไปเต็มๆ กับสถานการณ์นี้ คือ ผู้ประกอบการในธุรกิจน้ำมัน อย่างครอบครัว ปตท.จากการ "ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน" แม้ว่าจะเป็นการขาดทุนทางบัญชี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมสะท้อนต่อการบริหารจัดการปัญหา

ล่าสุด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ออกมายอมรับว่า เตรียมทบทวนแผนการลงทุน 5 โครงการใหม่ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรของบริษัทจะลดลงค่อนข้างมาก

ขณะที่ บมจ.ไออาร์พีซี ออกมายอมรับว่า จะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ซึ่งกระทบหนักในช่วงไตรมาส 4 ปี 2557 และยังมีผลกระทบต่อเนื่องมายังไตรมาส 1 ปีนี้

โดย บล.เคเคเทรด ประเมินว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2557 ไออาร์พีซีจะขาดทุนจากสต็อกน้ำมันไม่น้อยกว่า 5-5.5 พันล้านบาท บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบสิ้นปี 2557 ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปริมาณสต็อกอยู่ ที่ 7.1 ล้านบาร์เรล

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส ที่ปะทุขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ในขณะนั้นราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจาก 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนก.ค. 2551 หล่นมาอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 2551 โรงกลั่นในกลุ่มปตท.ขาดทุนสต๊อกน้ำมันรวมมากถึง 46,646 ล้านบาท โดยไออาร์พีซี ขาดทุนมากที่สุดถึง 15,469 ล้านบาท

สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2551 และปีนี้ สะท้อนว่า "บทเรียน" การขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ยังคงเป็น บทเรียน ที่ย่ำไปได้ไม่ไกลนัก จาก "ตัวแปร"สถานการณ์ปิโตรเลียม ที่มีหลายปัจจัยใน "ระดับโลก" มากระทบราคา