วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เหตุเกิดเพราะสุรา....แล้วยังดื่มกันทำไม?

สรุปผลกันเสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับสถิติอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2558

ซึ่งก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากปีที่ผ่านๆ มา แม้ว่าสถิติตัวเลขของการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิตในปีนี้จะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ผ่านมาก็ตาม กล่าวคือ

อุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (30 ธ.ค.2557 - 5 ม.ค.2558) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,997 ครั้ง เสียชีวิตรวม 341 ราย บาดเจ็บรวม 3,117 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2557 พบว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในปีนี้ลดลง โดยสถิติ 7 วันอันตรายในช่วงปีใหม่ 2556-2557 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,174 ครั้ง เสียชีวิต 366 ราย บาดเจ็บ 3,345 ราย โดยที่ยอดผู้เสียชีวิตลดลง 25 ราย หรือลดลงร้อยละ 6.83 ส่วนผู้บาดเจ็บลดลง 228 ราย หรือลดลงร้อยละ 6.82

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขของจำนวนอุบัติเหตุ การเสียชีวิต และการบาดเจ็บจะลดลงจากปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ที่ผมได้กล่าวไว้เบื้องต้นว่าไม่มีอะไรแตกต่างไปจากปีที่ผ่านๆ มาก็เพราะว่า เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลดังกล่าวพบว่า เหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่เมาสุรา ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 37.30 ของจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ต่างไปจากปีก่อนๆ เลย ซึ่งย้อนหลังไปในช่วงปีใหม่ของปี 2555 2556 และ 2557 สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอันดับหนึ่งก็เกิดจากการเมาสุราขณะขับรถเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบร้อยละของอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาสุราตั้งแต่ปีใหม่ 2555 2556 และ 2557 (ดูตารางข้างต้นเปรียบเทียบ) พบว่า มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นมาโดยลำดับในปีใหม่ 2555 มีร้อยละ 28.21 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32.42 ในปีใหม่ 25576 และเพิ่มเป็นร้อยละ 41.71 ในปีใหม่ 2557 เพิ่งมาลดลงเล็กน้อยในปีใหม่ 2558 นี้เป็นร้อยละ 37.30แต่ก็ยังคงเป็นสาเหตุอันดับแรกอยู่ดี และตัวเลขทางสถิติก็ยังถือว่าสูงอยู่

ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุและสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่ว่า เกิดจากการเมาสุรามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งนั้นก็ได้มีการเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างกว้างผ่านทางสื่อมวลชนทุกแขนง รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นประจำทุกปี เข้าใจว่าประชาชนทั่วไปผู้ใช้รถใช้ถนนน่าจะได้รับรู้ข้อมูลดังกล่าวกันทั่วหน้าแล้ว

สิ่งที่ผมแปลกใจก็คือ ในเมื่อผู้คนต่างก็รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่า ในทุกเทศกาลที่ผ่านมาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมักจะมาจากสาเหตุจากการเมาสุรามากที่สุด แต่เหตุไฉนก็ยังมีการดื่มสุราหรือเมาสุราแล้วไปขับรถกันอีก

นั่นแสดงว่าเพียงแค่การรณรงค์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเอ็นจีโอทั้งหลายที่พยายามออกแคมเปญต่างๆ หรือทำกิจกรรมรณรงค์“ดื่มไม่ขับ” “เมาไม่ขับ”หรืออื่นๆ เพื่อรณรงค์ให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคมเปญรณรงค์บางรูปแบบที่เน้นให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ ผมเชื่อว่าไม่น่าจะได้ผล เพราะผู้ดื่มสุราพอดื่มไปได้สักพักก็จะยิ่งสนุกสนาน เฮฮา และดื่มมากขึ้นจนในที่สุดก็มักจะควบคุมตนเองไม่ได้ สติสัมปชัญญะลดลง แล้วตนเองก็ยังไปขับรถต่อและนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุในที่สุด

ผมเชื่อว่า เพียงแค่การรณรงค์ไม่ให้ดื่มน่าจะไม่เพียงพอในการจูงใจให้ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะหยุดการดื่มสุรา และเกิดสำนึกรับผิดชอบ เกิดความตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้คนรอบข้างมากขึ้น หากค่านิยมของผู้คนทั้งหลายยังมองว่า การดื่มสุราเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะดื่มที่ไหน เมื่อใด หรืออย่างไรก็ได้

ดังนั้น การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ในอีกทางหนึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการเชิงนโยบาย ของภาครัฐเข้ามาช่วย ซึ่งมาตรการดังกล่าวที่สามารถทำได้เลยก็คือการห้ามขายสุราในช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้คนดื่มลดลงได้มากเพราะหาซื้อสุราไม่ได้ในช่วงนั้น เมื่อหาซื้อไม่ได้หลายคนก็ไม่ดื่ม ก็น่าจะช่วยให้อุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงได้ ส่วนที่แย้งว่าก็ซื้อมาตุนไว้ก่อน ก็น่าจะมีบ้างแต่ไม่น่าจะมาก เพราะผลการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราของคนนั้นส่วนใหญ่ดื่มเพื่อสังสรรค์เฮฮากับเพื่อน ไม่ได้วางแผนการดื่มล่วงหน้ากันเป็นสัปดาห์สองสัปดาห์ ซึ่งจริงๆ ก็อาจจะมีแต่ไม่มาก

มาตรการ“ห้ามขายสุราในช่วงเทศกาลปีใหม่”หรืออาจลองเริ่มด้วยการห้ามขายในวันสิ้นปีและวันปีใหม่ก่อนก็ได้ แล้วลองประเมินผลกันดูว่าได้ผลหรือไม่ อย่างไร มาตรการดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ที่รัฐยังไม่เคยทดลองใช้ เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่า มาตรการแบบเดิมๆ การรณรงค์ในลักษณะเดิมๆ ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้อุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ลดลงหรือลดลงก็เป็นเพียงเล็กน้อย แต่สาเหตุของอุบัติเหตุนั้นก็ยังมาจากการเมาสุราเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว

ก็ต้องฝากไปยังผู้บริหารสูงสุดของประเทศว่า ต้องลองใช้มาตรการใหม่ๆ ในการแก้อุบัติเหตุทางถนน เพราะสิ่งเดิมๆ ที่ทำกันมามันไม่ได้ผล เพียงแต่การออกมาตรการที่ว่ามานี้ต้องอาศัย “ความกล้า” อย่างมากทีเดียวเพราะมันเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจจำนวนมหาศาล แต่จะว่าไปหลายเรื่องหนักๆ ท่านก็กล้าทำมาแล้ว ฉะนั้นกับเรื่องห้ามขายเหล้าแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ!