วันนี้และพรุ่งนี้ความสนใจของผู้คน คงจะมุ่งไปที่รัฐสภากันเป็นส่วนใหญ่ กับการประชุมของ
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเฉพาะการพิจารณาถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งตามมาตรา 6 วรรคสองของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ประกอบมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และคดีถอดถอน นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา
ประเด็นของยิ่งลักษณ์ ดูเหมือนจะเป็นที่สนใจของผู้คนเสียมากกว่าในเวลานี้ แต่การเข้าไปชี้แจงข้อกล่าวหากรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต่อสนช.พรุ่งนี้ น่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงเปิดคดีมากกว่า พร้อม ๆ กับเปิดโอกาสให้ตอบข้อซักถามได้เต็มที่
แต่ที่น่าจับตาอย่างยิ่งยวด คงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องการเห็นการชี้แจงของยิ่งลักษณ์ จะด้วย "ปากเปล่า" หรือ"พกโพย" เข้าไปก็ตาม ตรงนี้ต่างหากที่ใครๆ ก็อยากฟังคำอธิบายและการชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้น
แม้ผู้คนจำนวนมากจะรับรู้มาก่อนแล้วว่า โครงการรับจำนำข้าวทำให้เกิดความเสียหายไปหลายแสนล้านบาทแล้วก็ตาม การชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้นกับที่ผ่านๆ มา น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากยิ่งลักษณ์ มั่นใจว่าไม่ได้กระทำการอะไรที่ผิดเพี้ยน ก็น่าจะชี้แจงเหตุผลต่างๆ นานาได้
แต่ทว่าการชี้แจงอ้ำๆ อึ้งๆ ผลที่เกิดขึ้นตามมา ก็คงจะหนีไม่พ้น และคงต้องเป็นหน้าที่ของสมาชิกสนช.ทั้งหมด ที่จะลงมติกับเรื่องนี้ ส่วนเสียงจะเป็นอย่างไรต้องรอพิสูจน์อีกครั้ง ไม่เดือนนี้ก็เดือนหน้า อดใจรอก็แล้วกัน
สำหรับยิ่งลักษณ์ ว่ากันว่างานนี้ทำการบ้านหนักเข้า "คอร์สติวเข้ม ซักซ้อมข้อมูล" เตรียมการชี้แจงต่อสนช.ทุกวัน ถึงขั้นเอ่ยกับคนใกล้ชิด "ฉันไม่หนีอยู่แล้ว" แถมมีอาการมั่นใจทำนองสามารถชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา
ว่ากันว่าทีมงานยิ่งลักษณ์ ดูเหมือนจะมั่นใจเสียเหลือเกินว่าจะชี้แจงได้ทุกประเด็น มีการหนีบข้อมูลการแต่งตั้งคณะกรรมการแต่ละชุด ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องข้าว รวมไปถึงการดูแลรับผิดชอบสต็อกข้าวที่อยู่ในโกดัง มีสัญญาชัดเจนโกดังไหนได้รับความเสียหาย หน่วยงานที่ดูแลต้องไล่ลี้หาผู้รับผิดชอบ ฉะนั้นงานนี้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส.) โปรดทราบ ไหนๆ ปีนี้ก็ "ปีแพะ" แล้ว
เอาละ..วันนี้ยังบอกไม่ได้ว่าคดีนี้จะออกมาอย่างไร แต่ที่แน่ๆ หากถึงขั้นลงมติถอดถอนสำเร็จ ตระกูล"ชินวัตร" อาจต้องสูญหายไปจากถนนสายการเมืองอย่างน้อย 5 ปี แน่นอนหากยิ่งลักษณ์ เข้าสู่มุมอับไปสู่จุดจบแบบต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ตระกูล"ชินวัตร" คงจะหมดทายาททางการเมืองชั่วขณะ ประเด็นนี้ดูเหมือนเริ่มมีการประเมินเกิดขึ้นแล้วหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะต้องทำอย่างไร
แต่กว่าจะไปถึงจุดจบของเรื่องนี้ได้ มีหวัง "องครักษ์พิทักษ์นาย" ทั้งหลาย คงจะต้องฟาดฟันกับกลุ่มตรงข้าม อย่างดุเด็ดเผ็ดมันนับจากนี้ไป
ยิ่งเห็น นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาพูดทำนอง เรื่องนี้ไม่กระทบความมั่นคง ต้องถามก่อนว่าคดีนี้เป็นความผิดหรือไม่ ทุกอย่างหากผิดกฎหมายคือ "ผิด" ตรวจสอบแล้วไม่ผิดกฎหมายก็คือ "จบ" เพราะมีคนเสนอให้ตรวจสอบเป็นหน้าที่
จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ นายกฯประยุทธ์ เองก็ยากที่จะบอกได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ระหว่างทางที่ยังไม่ถึงจุดจบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ อาจเป็นการสร้างเรื่องปวดหัวให้นายกฯประยุทธ์ก็เป็นได้
อยากฝากไปถึงป.ป.ช.ด้วย เรื่องเกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนำข้าวที่ยังมีผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายลอยนวลอยู่นั้น ลากเข้ามารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่หลอกขายข้าวจีทูจี ตอนนี้ดูเหมือนยังลอยละล่องอยู่ในสังคม
ได้โปรดเถอะ..ลากพวกเขามารับผิดชอบต่อความเสียหายด้วย






