วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความสุขที่ยิ่งใหญ่

ผ่านพ้นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันไปอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผมแล้วถือเป็นโอกาสดีแห่งปีที่เราจะเริ่มต้นกัน

ด้วยความหวังและความเป็นไปได้สำหรับทุกๆ สิ่ง เพราะเมื่อปีเก่าผ่านพ้นไปเราทุกคนก็ล้วนหวังให้ปีใหม่ที่เพิ่งมาถึงมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นทั้งในด้านหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว

แม้ความผันผวนที่เกิดขึ้นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะกดดันไม่ให้เราตั้งความหวังไว้มากนัก ทำให้คนรอบข้างผมจำนวนหนึ่งรู้สึกว่า ถ้าไม่คาดหวังสูงก็น่าจะช่วยให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าเพราะเมื่อพลาดหวังไปแล้วก็จะไม่เจ็บตัวมาก แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าการคาดหวังน้อยเท่ากับความสุขมากนั้นเป็นสมการที่ถูกต้องจริงหรือ

นิยามความสุขในมุมมองของผมจึงน่าจะยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความสุขจึงเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมที่อาจจะไม่เอื้ออำนวยนักก็ยังทำให้เรามีความสุขได้เช่นกัน

ที่สำคัญความสุขที่เกิดขึ้นจากความหวังและความฝัน เช่นเดียวกับที่เราเคยตั้งความคาดหวังเอาไว้ในช่วงก่อนปีใหม่จะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน แม้จะมีความผันผวนและคาดเดาไม่ได้แต่นั่นก็เป็นความท้าทายที่จะทำให้เราแกร่งขึ้นในทุกวัน

หากสภาพการแข่งขันทางธุรกิจยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยเหมือนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในแง่หนึ่งเราอาจรู้สึกปลอดภัยที่ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางเดิม แต่การคงที่ของธุรกิจก็คงไม่เหลือความท้าทายให้เราต้องจัดการเพราะทุกอย่างเป็นไปอย่างเดิม และโอกาสที่เกิดจากสิ่งใหม่ๆ ในธุรกิจและอุตสาหกรรมก็ย่อมต้องหายไปด้วยเช่นกัน

แต่หากเป็นความตกต่ำ เช่นที่หลายๆ คนกังวลต่อปี 2558 ที่เพิ่งมาถึงว่า ความคึกคักทางเศรษฐกิจยังไม่น่าจะเกิด งบใช้จ่ายภาครัฐก็ยังไม่เต็มที่ การเมืองก็ยังมีความตึงเครียด การส่งออกก็ยังไม่ฟื้นตัว ดูแล้วน่าจะตั้งความหวังได้ยาก

การจะแสวงหาความสุขในภาวะเช่นนี้เราจึงต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงได้ และมีอะไรที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่ามองทุกอย่างรวมกันแล้วทำให้เราอึดอัดใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นได้ เพราะหากเราเน้นไปที่ตัวแปรที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้และพยายามทำสิ่งเหล่านั้นให้ดีที่สุดเราย่อมเห็นผลของมันและเราจะใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุขเพราะได้เห็นผลลัพท์ของพลังที่เราทุ่มเทลงไป และทำให้เห็นว่าการกระทำของเราก็ล้วนมีความหมายจนสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ความผิดหวังที่เกิดขึ้นอาจเป็นตัวบั่นทอนให้เรามีความสุขได้ไม่เท่าที่คาดหวัง แต่ผมก็ยังเชื่อว่าท่ามกลางความผิดหวังนั้นเราก็ยังมีมิติที่เราได้เรียนรู้จากบทเรียนที่เกิดขึ้นเป็นรากฐานให้เรามีประสบการณ์ที่มั่นคงต่อไปในอนาคต

การยอมรับความผิดหวังและหากำลังใจเพื่อก้าวต่อไปจึงเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบชีวิตที่เราต้องเรียนรู้ หากเราคิดถึงเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้แม้จะเจอความผิดหวังเราก็ยังยิ้มได้เพราะเข้าใจว่านั่นคืออุปสรรคที่ต้องเจอและหาทางฟันฝ่าไปให้สำเร็จ

การจมอยู่กับความผิดหวัง หรือฝืนใจแก้ปัญหาไปอย่างไม่มีความสุขจึงไม่ใช่ทางออกไปสู่ความสำเร็จ แต่หากเรารู้จักคิดบวกและตระหนักว่าการจะไปถึงเป้าหมายได้นั้นจำเป็นต้องเจอปัญหาและความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ เราก็จะมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นเดินต่อไปให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ที่ข่าวคราวในหน้าหนังสือพิมพ์ดูจะไม่เป็นใจให้เรานัก เพราะดูข่าวไหนก็เห็นจะเป็นอุปสรรคไปเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในรัสเซีย ความผันผวนของราคาน้ำมัน เศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่ชัดเจนว่ากลับมาเป็นปกติแล้วหรือไม่

การพลิกมุมมองทางความคิดให้เป็นบวกจึงเป็นเรื่องสำคัญในเวลานี้ ความคิดบวกจะทำให้เราแสวงหาความสุขจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้จนมีกำลังใจที่จะทำงานอย่างเต็มที่ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้

เป้าหมายขององค์กรที่เดิมอาจจะเคยเน้นแค่การทำกำไร การเพิ่มยอดขาย การเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด จึงต้องหันมาเพิ่มความสุขของบุคลากรเป็นอันดับแรกๆ เพราะรู้แล้วว่านี่คือองค์ประกอบสำคัญที่จะผลักดันให้องค์กรเติบโตไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ในที่สุด

ความสุขของเราจึงหมายถึงความสุขขององค์กรโดยรวม และสะท้อนเป็นความสุขของคนในชาติได้ “ความสุข” ที่เราอวยพรกันในเทศกาลปีใหม่จึงมีความหมายยิ่งกว่าคำอวยพรใดๆ

... สวัสดีปีใหม่และขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขตลอดปี 2558 ครับ