สวัสดีปีใหม่ครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ปีที่ผ่านมา เมืองไทยต้องเผชิญกับเรื่องวุ่นวายมากมายพอสมควร
ต้องนับถือคนไทยที่มีความอึดและบึกบึน รับสถานการณ์เลวร้ายทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นช่วงครึ่งปีแรกหรือหกเดือนหลังที่เหมือนหนังคนละม้วน แต่ตัวละครหลักไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก
ปัญหาพื้นฐานบ้านเมืองในปีใหม่ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่จะมาในรูปของความท้าทายว่าจะ ใช้สูตร “ปฏิรูป” เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างถาวรได้หรือไม่
ผมพยากรณ์ว่าปี 2558 จะมีวาทกรรมทางการเมืองเรื่องรัฐธรรมนูญกันอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันประเด็นเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องใหญ่และท้าทายมากกว่า เพราะเราจบปี 2557 ด้วยอัตราโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมที่ต่ำกว่า 1% และหลายสำนักของทางการก็คาดว่าปีหน้าทั้งปีจะโตที่ 4%
ที่ว่า 4% นั้นคงจะมีเงื่อนไขว่าปัจจัยหลักทั้งหลายเป็นไปตามที่คาด และไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยนัยสำคัญ เพราะหากการเมืองปั่นป่วนอีกรอบ หรือเศรษฐกิจโลกผันผวนเพราะราคาน้ำมันที่ลดฮวบฮาบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง หรือหากมีการสู้รบในส่วนไหนของโลกไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล, อิหร่าน, ยูเครน, เกาหลีเหนือ หรือในทะเลจีนใต้กับทะเลจีนตะวันออก คำพยากรณ์เหล่านี้ก็ใช้ไม่ได้เลย
ปัจจัยในประเทศที่จะตัดสินว่าเราจะโตได้ 4-5% หรือไม่ก็มีหลายประการเช่นกัน การส่งออกจะเป็นหัวใจเพราะปีที่ผ่านมาตัวเลขการขายของไปต่างประเทศของเราตกต่ำ เหตุเพราะการเมืองหนึ่ง และเพราะตลาดโลกเสื่อมทรุดอีกหนึ่ง
การเมืองในประเทศก็จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจเช่นกัน หากการถกแถลงเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ทำอย่างมีเหตุมีผล เอาประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่เอาประโยชน์ของตนและพวกเป็นข้อพิจารณาเท่านั้น ก็เขียนกติกาใหม่ ก็ไม่น่าจะต้องทำให้เกิดบรรยากาศเหมือนการทะเลาะเบาะแว้ง อย่างที่บางคนบางกลุ่มเป็นอยู่ขณะนี้
ไม่ว่านายกฯจะมาจากไหน ระบบเลือกตั้งจะเป็นระบบเยอรมัน หรือมะกันหรืออังกฤษ หรือสมาชิกวุฒิสภาจะเลือกด้วยวิธีใด การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ควรจะคิดแก้เฉพาะปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่มองย้อนกลับไปตลอด 82 ปีตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองว่ามีบทเรียนอะไรบ้างที่ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนเพื่อให้สังคมไทยก้าวพ้นปัญหาเก่า ๆ ทางการเมือง
การแก้เฉพาะจุดเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลก็ไม่ต่างกับการปะชุนเสื้อกางเกงเท่านั้น ปัญหาของประเทศหนักหน่วงกว่าเพียงแค่แก้บางเรื่องบางจุด แต่ต้อง “ยกเครื่อง” ครั้งใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจกว้างเพื่อการแก้ปัญหาอย่างถาวรและยั่งยืน
ผมมองปัจจัยรอบด้านแล้วบอกได้ว่า คนไทยต้องเตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมการสำหรับ “ความไม่แน่นอน” และ “เหตุการณ์ไม่คาดฝัน” หลาย ๆ เรื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หากทุกฝ่ายรับรู้ถึง “ความไม่แน่นอน” และ สภาพที่ “อะไรก็เกิดขึ้นได้” ในปีใหม่ เราก็จะไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องเฉพาะหน้าหรือมาตรการแค่ “แก้ปวดหัว” ทั้ง ๆ ที่เราต้อง “ผ่าตัด” ครั้งใหญ่
ขอให้ทุกท่านสร้างภูมิต้านทานสำหรับปีแพะ ที่ท้าทายอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าคนไทยทำได้ เพียงแต่จะทำร่วมกันอย่างเหนียวแน่นและหนักแน่นแค่ไหนเท่านั้นเอง






