วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับฐานคิดรับปี 2558 ร่วมกำหนดชะตาประเทศ

ปี 2557 ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันนี้ บางคนอาจเห็นว่าเป็นปีที่โชคร้ายอย่างมาก ขณะที่อีกหลายคนอาจเห็นว่า

เป็นปีที่โชคดีที่สุด หรือ บางคนอาจรู้สึกว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี เช่นเดียวกับสังคมไทยโดยรวม ซึ่งในปีที่ผ่านมาล้วนแต่เกิดเหตุการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจในหลายเหตุการณ์ และหากแลหลังไปดู อาจเห็นว่าแทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศจะสามารถผ่านพ้นมาได้ เพราะความขัดแย้งทางสังคมการเมืองของคนไทยยืดเยื้อยาวนานมาหลายปี แทบไม่น่าเชื่อว่าพอช่วงปลายปีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หากมองไปที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่เราไม่เห็นการประท้วงหรือการเคลื่อนมวลชนออกไปตามถนนมานานหลายเดือน ก็อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้ หากเทียบกับปีก่อนแล้ว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยาวนานข้ามปี ซึ่งหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจตั้งความหวังว่าในปี 2558 จะไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้อีก แต่ทุกอย่างไม่มีความแน่นอนเสมอ ดังนั้นการตั้งความหวังเอาไว้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของปีใหม่ ส่วนสถานการณ์จริงจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นคาดเดาได้ยากอย่างยิ่ง

แต่หากมองในเรื่องการพัฒนาทางสังคมการเมืองแล้ว บางคนอาจเห็นว่าเป็นปีที่โชคร้ายสำหรับสังคมไทย เนื่องจากมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ส่งผลให้ทหารเข้ามามีบทบาทการเมืองอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน ซึ่งบทบาทของทหารในการเมืองที่มากขึ้น ทำให้ประชาธิปไตยไทยสะดุดลงอีกครั้ง เหมือนเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต และการแทรกแซงทางการเมืองของทหารนี้เอง ที่หลายคนยังเห็นว่าทำให้ประชาธิปไตยไทยไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ และกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เกิดการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะมองเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไร สิ่งจำเป็นต้องทำต่อจากนี้ไปคือเราต้องมองไปข้างหน้าว่าสังคมไทยในปีใหม่นี้จะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญการปกครองฉบับใหม่บังคับใช้ ส่วนเนื้อหาสาระเป็นอย่างไรนั้นยังต้องรอร่างฉบับสุดท้าย แต่สิ่งสำคัญ คือ เราต้องมาทบทวนว่าทำไมจึงเกิดความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงและยืดเยื้อยาวนาน ทั้งๆ ที่สังคมไทยมีระบอบประชาธิปไตย อะไรคืออุปสรรคสำคัญทำให้เกิดการแทรกแซงทางการเมืองของอำนาจนอกระบบอย่างทหาร

เราเชื่อว่าการมานั่งทบทวนบทเรียนเท่านั้น ที่จะทำให้เราก้าวพ้นความขัดแย้งในอดีตได้ การกล่าวโทษกันไปมาเหมือนในอดีตนั้นไม่สามารถเป็นทางออกให้กับประเทศได้ แต่เราต้องตระหนักว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นเรานั่นเองที่ส่วนหนึ่งของปัญหา และเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากเรายังต้องการให้สังคมไทยมีประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เป็นเพียงแค่รูปแบบการปกครองในอุดมคติที่มีเพียงเอาไว้พูดหรือวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่ต้องเป็นรูปแบบการปกครองที่ปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน

เราเห็นว่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานั้น สังคมไทยไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก แต่ก็ไม่ได้ดีจนไม่ต้องปรับแก้ไข ซึ่งถือว่าโชคดีอย่างมากที่ไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นสูญเสียเลือกเนื้อในวงกว้าง ดังนั้น หากเราต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า จึงจำเป็นต้องหันกลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ และพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้ง เราต้องตั้งพื้นฐานความคิดสำคัญว่าถึงอย่างไรเราก็ต้องอยู่ด้วยกัน หากตั้งหลักจากพื้นฐานการอยู่ร่วมกันเสียแล้ว เราเชื่อว่าคนไทยหาทางออกและสร้างสังคมที่ดีงามได้ไม่ยาก