วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรียนรู้จากผู้นำ : ตอนโค้ชซิโก้

ช่วงเวลาที่ผ่านมา หนึ่งในความสุขสมหวังสุดๆ ของคนไทย คือการได้เชียร์

ได้ลุ้นระทึกใจไปกับความสำเร็จของฟุตบอลไทยในการคว้าชัยชนะศึกเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014

ทั้งนี้ มีหลายๆ คนที่มีส่วนผลักดันสร้างฝันนี้ให้เป็นจริง

ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา แฟนบอล สมาคม หน่วยงาน และองค์กรที่ให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ

แต่ออกศึกครั้งไร ไม่ว่ายุคสมัยไหน

บุคคลที่กำชะตาว่าทีมจะชนะหรือไม่

คือใครไปไม่ได้ ยกเว้น โค้ช หัวหน้าผู้ฝึกสอน

ศึกครั้งนี้เขาคือ “พี่โก้” โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ที่กว่าจะมาเป็นวันนี้ได้ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งภายนอกและภายในตนมานานนับปี

จึงมีบทเรียนดีๆ ให้พวกเราเรียนรู้มากมาย

ดิฉันขอรวบรวมบางส่วนของคำให้สัมภาษณ์และข้อคิดของโค้ชโก้ ให้พวกเราอ่านยามพักผ่อนก่อนถึงเวลาทำงานในปีใหม่ จะได้นำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีค่ะ

1.“ผมเป็นนักเตะบอลพรแสวง ไม่ใช่นักเตะพรสวรรค์”

เราได้เรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จคนแล้วคนเล่าว่า เขาไม่ได้ความสำเร็จนั้นมาง่ายๆ

ความสำเร็จหรือถ้วยชัยที่เราเห็น คือ ผลของความเพียรที่ต้องให้กับงานอย่างมุมานะ อดทนต่อเนื่อง และยาวนาน

คุณปู่โทมัส อัลวา เอดิสัน อัจฉริยะ สุดยอดนักประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง GE องค์กรที่ยิ่งใหญ่ยืนยงมากว่า 100 ปี ฟันธงว่า

“Genius is 1% inspiration and 99% perspiration.”

การเป็นอัจฉริยะ เกิดจากแรงบันดาลใจ 1% และหยาดเหงื่อ 99%

เชื่อว่าอดีตนักฟุตบอลระดับตำนานทีมชาติ คงเห็นด้วยว่าความสำเร็จของเขา มาจาก “หยาดเหงื่อ” อย่างแท้จริง

2.“ถ้าเรารักและมุ่งที่จะทำอะไร ขอให้รักมันจริงๆ แล้วจะประสบความสำเร็จได้”

โค้ชให้สัมภาษณ์ว่า งานที่ทำต้องทุ่มเทสุดตัว จะบอกว่าไม่เหนื่อยคงไม่ใช่ แต่สิ่งที่ทำให้ยืนหยัดมาได้ เพราะ ฟุตบอลเป็นสิ่งที่เขารัก

“คงมีไม่กี่คนที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก” โค้ชซิโก้ให้ข้อสังเกต

ซึ่งพวกเราคนทำงานคงขานรับอย่างอ่อนใจ ว่าใช่เลยพี่ !

ทำเพราะต้องทำ

ทำเพราะเป็นหน้าที่

ทำเพราะไม่มีที่ไป

ทำเพราะต้องมีเงินใช้

ทำเพราะความคาดหวังของสังคม

สารพัดความ “ต้องทำ” อย่างจำใจ มิใช่เพราะใจรัก

Steve Jobs ตำนานต้นแบบนักธุรกิจผู้ไม่เคยหยุดคิด สอนนักศึกษาจบใหม่ว่า “ต้องหาสิ่งที่ตัวเองรักให้พบ อย่ายอมแพ้”

เพราะเมื่อเราได้ทำสิ่งที่เรารัก หรือมี passion เท่านั้น “เราจึงจะอดทนยืนหยัดกัดฟันทำมันจนประสบความสำเร็จได้”

3. “วินัย”

โค้ชโก้มีชื่อเสียงโด่งดังด้านวินัย ว่า เข้ม เคร่ง ทั้งกับตนเอง ครอบครัว และลูกทีม เสมอหน้า โดยเฉพาะเรื่องการตรงต่อเวลา

ไม่ว่าใครผิดนัดโค้ชใหญ่ พี่ใช้กฎที่วางไว้อย่างไม่ละเว้น

“เพราะการทำอะไรเพื่อมุ่งความสำเร็จวินัยต้องมาก่อนเป็นอย่างแรก”

“กรณีที่เราทำโทษ ต้องการให้นักเตะในทีมมีความรับผิดชอบกับตัวเองมากขึ้น...โดยเฉพาะเรื่องของเวลา”

ในชีวิตของการทำงานหรือการแข่งขัน มีหลายสิ่งนักที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝนฟ้าแรง คู่แข่งฮึดสู้ ถูก“ดร.”ดูถูก! ฯลฯ

หากยังควบคุมสิ่งที่คุมได้มากที่สุดไม่ได้ นั่นคือ วินัยในตนเอง

พี่เกรงว่าน้องน่าจะอยู่บ้านนะ

4.“รู้หน้าที่ตนเอง”

มืออาชีพไม่ว่าในวงการใด คงเคยหงุดหงิดใจกับเพื่อนร่วมงาน ที่บางท่านช่างรู้ทุกอย่าง..ยกเว้นงานตัวเอง

รู้หมดจดว่าใครๆ ทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร

แต่ให้รักษาหน้าที่ตัวเองง่ายๆ กลับตายน้ำตื้น

อาทิ ส่งงานไม่ตรงเวลา มาประชุมสาย

กลายเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ มีอันต้องรอ

พื้นฐานของการทำงานเป็นทีม คือ ต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตนเองทำจนสุดความสามารถ

5.“ทุกคนต้องเป็นฟันเฟืองเดียวกัน รถแต่ละคันจะสมบูรณ์ได้ก็ขึ้นอยู่ที่นอตทุกตัว”

ทีมชาติไทยทีมนี้ได้รับการกล่าวขวัญอย่างชื่นชมว่า เล่นได้เข้าขาเป็นทีมอย่างแท้จริง

ไม่ต้องมีดาวเด่นเป็นเทพอยู่โดดเดี่ยว เห็นได้จากการเกี่ยวลูกยิงประตูของหลากหลายผู้เล่น

เก่งแล้วเล่นเป็นทีมไม่ได้ ไม่ใช่ทีมชาติ

6.“คนตายเท่านั้นที่ยอมแพ้”

คนดูชาวไทยนับล้านที่ใจหายใจคว่ำไปกับการแข่งขันรอบสุดท้าย ที่ไทยพบแรงกดดันสุดๆ

มั่นใจว่าได้ถ้วยแน่..แต่กลายเป็น 3-0

ทั้งเสียงแฟนมาเลย์เกือบแสน ก้องกระหึ่มกระแทกกระเทือน กะถล่มข่มขวัญเฉือนสติและสมาธิของผู้เล่นทีมเยือน

ยามนั้น ทั้งสติ ทั้งขวัญกำลังใจผู้เล่น ต้องแกร่งยิ่ง

มืออาชีพในที่ทำงานส่วนใหญ่ ล้วนประสบพบปัญหาเรื่อง Motivation หรือ ขวัญกำลังใจ ทำอย่างไรให้ทีมมีใจ ทำอย่างไรให้ทีมฮึกเหิม ไม่ท้อ

คำตอบคือ ต้องซื้อใจลูกทีมให้ได้

คำพูดของโค้ชซิโก้ ก่อนออกศึกคว้าเหรียญทองซีเกมส์ที่ผ่านมา

“..คนตายเท่านั้นที่ยอมแพ้..แต่หากพวกคุณยังมีลมหายใจ ขอพวกคุณจงสู้จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้าย เรามาครั้งนี้เพราะเป้าหมายในการทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับคืน”

หลายหลากปัจจัยที่ทำให้โค้ชได้ใจทีม ไม่ว่าจะเป็น ความใกล้ชิด ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว มีวินัย โปร่งใส ประสบการณ์ และความสามารถในการเป็น “กุนซือ”

หากโค้ชรั้ง “ใจ” ทีมไม่อยู่

พี่น้องชาวไทยคงไม่ได้เฮแบบสุขใจในช่วงปีใหม่นี้แน่นอน