วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรื่องไม่เป็นเรื่องของ "ไอซีที" กับ "สติ๊กเกอร์ไลน์"

นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวระหว่างงาน

แถลงข่าวเปิดตัว "การจัดทำ ไลน์ สติ๊กเกอร์ เพื่อเผยแพร่ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ" ว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ประมาณ 33 ล้านคน มีการส่งข้อความในแต่ละวันเกือบ 40 ล้านข้อความต่อวัน จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ค่านิยม 12 ประการ เข้าถึงได้ และฝังในจิตใจคนไทยแล้วนำไปปฏิบัติ ซึ่งถ้าคนไทยทำได้ ตนเชื่อว่าสังคมดีขึ้นแน่นอน จึงได้มีการหารือถึงเรื่องดังกล่าว ทำให้มีแนวคิดนี้ขึ้นมา ทั้งยังบอกด้วยว่า

"กระทรวงไอซีทีสามารถส่องดูได้หมดว่ามีการส่งต่อข้อความประเภทไหนบ้าง โดยเฉพาะข้อความหมิ่นประมาท ข้อความหมิ่นสถาบันฯ และกระทบต่อความมั่นคง"

หลังจากนั้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา "ไลน์ ประเทศไทย" ก็ออกมาชี้แจงว่า "ไลน์ได้ติดต่อประสานงานกับทางไอซีที และได้รับการยืนยันว่าทางไอซีที ไม่ได้ตรวจสอบข้อความผ่านทางไลน์ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เนื่องด้วยทาง ไลน์เข้ารหัสข้อความทุกครั้ง การตรวจสอบข้อความจากบุคคลที่ 3 ผ่านไลน์ จึงไม่สามารถทำได้

คำชี้แจงของ ไลน์บอกด้วยว่า ไลน์ให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องการรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ทางบริษัทไม่มีนโยบายการแทรกแซงการใช้งานของผู้ใช้ ซึ่งมาตรการนี้เป็นนโยบายมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติตลอดมา ขอให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า ทางบริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ต่อบุคคลที่ 3 อย่างแน่นอน ......ก็สับสน มึนงงกันไป

โปรเจค "สติกเกอร์ไลน์" ของไอซีทีนี้ใช้งบอลังการถึง 7.1 ล้านบาท ซึ่งแม้แต่ธุรกิจใหญ่ ยังคิดหนัก หากจะควักกระเป๋าจ่ายเงินระดับนี้ จัดทำสติกเกอร์ โปรโมท ต้องประเมินกันแล้ว ประเมินกันอีกว่า เหมาะสมกับเรื่องราว สิ่งที่ต้องการเผยแพร่หรือไม่ ส่งไปแล้วจะตรงเป้าหมายระดับไหน ผลตอบรับจะกลับมาระดับใด หลายๆ องค์กรพับโปรเจคแบบนี้ไปก็มี

ขณะที่ การโหมโปรโมทที่ดู "จริงจัง" ประหนึ่งเป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากมายเสียเหลือเกินของกระทรวงไอซีที ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ภารกิจใหญ่ๆ ที่ไอซีทีควรให้ความสนใจ และคลอดออกมาเป็นโปรเจคแบบรูปธรรม ที่จะสร้างคุณูปการต่อสังคมได้มากกว่านี้ หากไอซีทีมีกระบวนการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วเฉกเช่น โปรเจคสติ๊กเกอร์ไลน์ คงจะดีไม่น้อย

ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นของ "สติ๊กเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ" กลายเป็นเรื่องฮือฮา แทบจะกลบเรื่องใหญ่ๆ ของไอซีทีอย่าง "ดิจิทัล อีโคโนมี"

บ้างก็บอกว่า "ไม่คุ้ม" บ้างก็บอกว่า เป็นเรื่อง "ขำขำ" เข้ากับยุคนี้ที่คนนิยมใช้แอพแชทสื่อสารถึงกัน

แต่ไม่ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้ม หรือจะเป็นเรื่องขำขำ แต่ภายใต้ภารกิจหลักของกระทรวงไอซีทีก็ควรต้องเข้มข้น ขยันขันแข็งในเรื่องที่มัน "เป็นเรื่องเป็นราว" มากกว่าเรื่องเหล่านี้

นโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ที่พูดกันมาสักระยะ ถึงวันนี้เชื่อว่าสังคมก็ยังคงจับตาอยู่ว่า "จะออกมาในรูปแบบไหน" แม้ล่าสุด กระทรวงไอซีที จะจัดตั้งคณะกรรมการชุดชั่วคราวขึ้นมาขับเคลื่อนนโยบาย ดิจิทัล อีโคโนมี โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนกระบวนการจัดทำ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ... จะแล้วเสร็จ และเมื่อการประกาศใช้ พ.ร.บ. ดังกล่าว รวมถึงการเปลี่ยนชื่อกระทรวงใหม่เป็น "กระทรวงเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล" แล้วก็ตาม

ยังคง "ช่วยลุ้น" ให้กระทรวงไอซีที "เข้มข้น" กับนโยบายที่จะสร้างประโยชน์ให้สังคม และ "ลงทุน" ในสิ่งที่มี "คุณค่า" จริงๆ ต่อประเทศชาตินี้อย่างใจจดใจจ่อ