วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'น้ำ' ต้นเหตุของสงครามและการก่อการร้าย

โลกกำลังตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำอย่างกว้างขวางส่งผลให้บางแห่งต้องแย่งชิงน้ำกัน

โลกใบนี้มิได้ขาดน้ำเพราะผิวโลกส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำ แต่น้ำเกือบทั้งหมดใช้ดื่มและปลูกพืชไม่ได้ส่งผลให้บางส่วนของโลกตกอยู่ในภาวะขาดแคลนแสนสาหัส ความขาดแคลนเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้เพราะประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่วนใหญ่ต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ได้ซึ่งกระจายอยู่ในภาคต่าง ๆ อย่างไม่เท่าเทียมกันกลับลดลงเพราะแหล่งน้ำบาดาลเริ่มเหือดแห้งและแหล่งน้ำถูกทำลายด้วยสารเคมี ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่า โลกกำลังตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำอย่างกว้างขวางส่งผลให้บางแห่งต้องแย่งชิงน้ำกัน การแย่งชิงน้ำส่วนใหญ่คล้ายการทำสงครามเย็นซึ่งนับวันจะยิ่งเข้มข้นจนอาจนำไปสู่สงครามร้อนเมื่อไรก็ได้

คำเตือนดังกล่าวมีอยู่ในหนังสือหลายเล่ม สองเล่มใช้ชื่อเดียวกันว่า Water Wars บทคัดย่อของทั้งสองเล่มพร้อมกับคำแนะนำหนังสือเกี่ยวกับน้ำอีกหลายเล่มอาจหาอ่านได้ในหนังสือชื่อ “ธาตุ 4 พิโรธ : โจทย์ที่ต้องมีคำตอบ” ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีที่เว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา (www.bannareader.com) หลังจากเรื่อง “ธาตุ 4 พิโรธ” ขึ้นเว็บไซต์ มีหนังสือเกี่ยวกับน้ำพิมพ์ออกมาอีกเล่มหนึ่งชื่อ Water, Peace, and War : Confronting the Global Crisis เขียนโดย Brahma Chellaney เนื้อหาของหนังสือขนาด 400 หน้าเล่มนี้มิได้เสนอข้อมูลใหม่มากนัก หากเป็นการรวบรวมข้อมูล ที่มาของข้อมูลและการวิเคราะห์ที่มีอยู่แล้วในแหล่งต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียวกัน ฉะนั้น จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสืบค้นต่อไป อย่างไรก็ดี หนังสือเล่มนี้มีมุมมอง 2 อย่างซึ่งต่างกับที่ปรากฏในหนังสือเล่มอื่นเกี่ยวกับจีนและเกี่ยวกับการก่อการร้าย

หลังเปลี่ยนการใช้แนวคิดระบบคอมมิวนิสต์มาเป็นระบบตลาดเสรี เศรษฐกิจของจีนได้ขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าของประเทศอื่นอย่างต่อเนื่องจนในขณะนี้จีนมีเศรษฐกิจเป็นลำดับสองรองจากสหรัฐเท่านั้น ในกระบวนการขยายตัวสูง จีนต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก นอกจากทรัพยากรมนุษย์ที่จีนมีอยู่เกิน 1.3 พันล้านคนแล้ว จีนมักขาดแคลนและต้องไปแสวงหามาจากที่อื่น แต่น้ำนำเข้าโดยตรงยากมากเนื่องจากต้นทุนสูง การซื้ออาหารเช่นข้าวเป็นการนำน้ำเข้าอย่างหนึ่งซึ่งจีนทำได้เพียงจำกัด ด้วยเหตุนี้จีนจึงต้องหาวิธีเก็บกักน้ำที่ไหลผ่านประเทศไว้ให้ได้มากที่สุด การสร้างเขื่อนสามโกรกซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อหลายปีก่อนและการสร้างเขื่อนทางตอนต้นของแม่น้ำโขงคงเป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว แต่ยังมีเรื่องที่ไม่ค่อยรู้กันอย่างกว้างขวางอีกมากและบางเรื่องจะสร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อประเทศเพื่อนบ้านจนถึงขั้นการทำสงคราม

นอกจากแม่น้ำโขงแล้ว ยังมีแม่น้ำนับสิบสายที่เกิดในจีนและไหลผ่านหลายประเทศ แม่น้ำเหล่านั้นมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนในประเทศที่ไหลผ่าน อาทิเช่น แม่น้ำสาละวินในพม่า แม่น้ำพรหมบุตรในอินเดีย แม่น้ำสินธุในอินเดียและปากีสถาน แม่น้ำอรุณในเนปาล แม่น้ำอามูร์และแม่น้ำสุยเฟนในรัสเซีย และแม่น้ำอิลลีในคาซัคสถาน จีนพยายามทุกวิถีทางที่จะสร้างเขื่อนกักน้ำไว้จนตอนนี้จีนมีเขื่อนขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก จีนไม่เข้าร่วมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและคัดค้านการทำข้อตกลงขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการปันน้ำก็เพราะจีนไม่ต้องการปันน้ำกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้น ผู้เขียนมองว่าในวันหนึ่งข้างหน้าจีนอาจใช้น้ำเป็นอาวุธทั้งในด้านการทูตและด้านเศรษฐกิจ จีนคาดการณ์ผิดเมื่อไร เมื่อนั้นความขัดแย้งร้ายแรงจะเกิดขึ้นจนอาจกลายเป็นสงครามกับประเทศปลายน้ำได้ ประเทศเล็กๆ ย่อมสู้จีนไม่ได้ แต่ในบรรดาประเทศปลายน้ำเหล่านั้น ปากีสถาน อินเดียและรัสเซียต่างมีอาวุธนิวเคลียร์เช่นเดียวกับจีน

การขัดแย้งจากการแย่งชิงน้ำจนกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น การก่อการร้ายจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากกว่า เท่าที่ผ่านมา การก่อการร้ายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตประเทศมุสลิมที่ตั้งอยู่เรียงกันจากปากีสถานและอัฟกานิสถานไปทางอิหร่านและย่านตะวันออกกลางต่อไปจนถึงทางตอนเหนือของแอฟริกา บางส่วนของเขตนี้มีน้ำมันมาก แต่มีน้ำน้อยที่สุดในโลก ประเทศที่มีน้ำมันมากนำรายได้จากการขายน้ำมันมาสนับสนุนอาหารราคาถูกให้ประชาชน ส่วนประเทศที่ไม่มีน้ำมันประสบปัญหาสาหัสจนกลายเป็นรัฐล้มเหลวบ้างแล้ว อาทิเช่น เยเมนและโซมาเลีย ทั้งที่ขาดแคลนน้ำจนถึงขั้นวิกฤติ ประเทศเหล่านี้กลับมีอัตราการเกิดของประชากรสูงกว่าส่วนอื่นของโลก อัตราการเกิดสูงมากนี้ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในอนาคตอันใกล้ ปัจจัยเหล่านี้สร้างปัญหาสารพัดซึ่งจะยืดเยื้อต่อไปส่งผลให้เขตนี้แทบไม่มีโอกาสอยู่กันอย่างสันติสุข นั่นหมายความว่า การก่อการร้ายจะยังมีต่อไปแต่ต้นตอของปัญหามิได้มาจากศาสนาอิสลาม หากมาจากการขาดแคลนน้ำอย่างสาหัส

หากมองเมืองไทยจากมุมมองของการกระจายแหล่งน้ำตามภาคต่างๆ ของโลก ภาคอีสานขาดแคลนน้ำสูงกว่าภาคอื่น จึงมองได้ว่าการที่ภาคอีสานมีปัญหามากมาจากการมีน้ำน้อย แต่หากมองต่อไป ภาคอีสานไม่น่าจะขาดแคลนน้ำเพราะตามปกติมีฝนตกหลายเท่าของประเทศในเขตที่กล่าวถึง หากภาคอีสานกักเก็บน้ำฝนไว้อย่างเป็นระบบ ปัญหาน่าจะลดลงมาก หลายครั้ง

คอลัมน์นี้จึงเสนอให้ทดลองใช้วิธีเก็บเกี่ยวน้ำฝนแบบง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลจนเป็นที่ประจักษ์มานานแม้แต่ในย่านกึ่งทะเลทราย นั่นคือ ขุดสระเป็นจำนวนมากในย่านที่ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติให้ใช้ได้ตลอดปี วิธีนี้คงง่าย หรือลงทุนน้อยเกินไปจึงไม่มีรัฐบาลชุดไหนสนใจลงมือทำแม้กระทั่งเพียงการนำร่องเพื่อทดลองและศึกษาดูว่าจะได้ผลจริงหรือไม่ ในช่วงที่ผู้นำประกาศว่าจะเอาจริงเอาจังกับการปราบพวกรับเงินทอนนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะนำร่องโครงการลงทุนค่อนข้างน้อยเช่นการเกี่ยวฝน