วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าทำเศรษฐกิจดิจิทัล จากความหวังกลายเป็นฝุ่นควัน

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทยอยออกมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า

มาตรการที่ออกมาช่วงนี้เป็นมาตรการเฉพาะหน้า เป็นการเร่งด่วน เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และหาตลาดต่างประเทศ โดยรัฐบาลกำลังวางแผนเศรษฐกิจระยะยาว สร้างห่วงโซ่ธุรกิจ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นที่ยอมรับของผู้คนให้อยู่กันด้วยนวัตกรรม สิ่งเหล่านี้หากทำได้ก็นับเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมต่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตระหนักว่า แผนระยะยาว ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จะสำเร็จหรือล้มเหลวต้องพิสูจน์กันในอนาคต การกำหนดมาตรการจึงต้องมองการณ์ไกล อย่างมีวิสัยทัศน์ เพราะโลกยุคใหม่เปลี่ยนแปลงง่าย ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนได้เร็วในยุคดิจิทัลที่สังคมโลกเชื่อมโยงถึงกัน เหตุการณ์บนซีกโลกหนึ่งเชื่อมถึงอีกซีกโลกหนึ่งเพียงปลายนิ้ว จากอดีตที่การเคลื่อนของวัฒนธรรม นวัตกรรม เศรษฐกิจอาจต้องรอผลนานนับเดือน นับปี แต่วันนี้ไม่ใช่เช่นนั้น

ทั้งนี้ การจะวางแผนใดๆ ลำพังรัฐบาล หรือข้าราชการอาจมีมุมมองไม่รอบด้านพอ ฉะนั้น การดึงภาคเอกชนเข้าร่วมแสดงความเห็น เสนอแนะ เพื่อให้มีมุมมองที่กว้างขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์แก่แผนงานของประเทศโดยรวม เพราะอนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับคนทุกคน การรับฟังซึ่งกันและกันน่าจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลมากกว่าหลับตาทำตามลำพัง และภาครัฐต้องเลิกกลัว หรือหวั่นระแวงภาคเอกชนเข้ามากอบโกยประโยชน์ เอารัดเอาเปรียบ ต้องลองเปิดใจให้กว้าง รับฟังความเห็นรอบด้าน อย่ายึดติดกับแนวคิดเดิมๆ หรืออคติฝังหัว เมื่อประเทศชาติต้องการความรักความสามัคคีเพื่อประโยชน์สุขแก่ทุกคนในชาติ ก็ต้องเปิดทางให้ทุกภาคส่วนเข้ามาออกแบบอนาคตประเทศ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง

เช่นเดียวกับแนวคิดของเอกชนภาคสื่อสารโทรคมนาคม 3 ค่าย ประกอบด้วย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ที่ร่วมกันแสดงความพร้อมเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 4จี ปี 2558 เพื่อสนองตอบนโยบายและแนวคิดของรัฐบาลที่ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ตามที่นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) รับปากว่าจะเปิดประมูลปี 2558 แน่ๆ ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่า การนำคลื่นที่จะสิ้นสุดสัมปทานในอนาคตมาประมูลร่วมกับคลื่นความถี่เดิมที่หมดสัมปทานไปแล้วจะมีประโยชน์มากกว่า เรื่องนี้ต้องรับฟัง และประเมินผลได้ผลเสียอย่างเป็นธรรม รอบด้าน ไม่ใช่รับฟังเพียงคนใดคนหนึ่งที่จะเสียประโยชน์ สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมว่า ดำเนินการแนวทางใดจะได้ผลที่สุด ไม่ใช่เลือกทางหนึ่งทางใดแล้วผลประโยชน์ไปตกเฉพาะที่ เฉพาะกลุ่ม

ในโอกาสที่รัฐบาลต้องการใช้ดิจิทัล อีโคโนมี มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเปิดประมูล 4จีที่จะเอื้อหนุนต่อการดำเนินงานด้านดิจิทัลที่ต้องใช้ระบบการสื่อสารความเร็วสูงเป็นตัวเร่งผลักดัน เรื่องนี้จึงไม่ควรพลาดที่จะนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และจริงจัง อย่าเห็นเพียงว่า เอกชนเรียกร้องเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น และไม่ควรนำข้อจำกัดปลีกย่อยมาเป็นอุปสรรค เพราะทุกปัญหามีไว้ให้แก้ไข หากเผชิญปัญหาแล้วถอยหนีก็ยากที่จะเจริญก้าวไปข้างหน้า ความหวังจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลคงเป็นเพียงฝุ่นควันที่จางหายในที่สุด