อยากตั้งต้นใหม่กับงานเดิมให้ลองเลือกเวลาทำงานใหม่ที่เรามีความพร้อมจริงๆ
วันเวลาเปลี่ยนไปตลอดเวลา บางโอกาสวันเวลาเปลี่ยน การงานเราก็เปลี่ยน แต่ส่วนใหญ่แล้วการงานไม่ค่อยได้เปลี่ยนไปตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เรามีเทศกาลต่างๆ ที่มากับวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เราอาจใช้โอกาสนั้นกับการตั้งต้นใหม่ให้กับการงานเดิมๆ ของเราได้เสมอ นอกเหนือไปจากการที่เราใช้เทศกาลเหล่านั้น กับการหลีกหนีความจำเจกับการงานเดิมๆ ด้วยสารพัดวิธี หลังเทศกาลผ่านไป ก็เหมือนนั่งไทม์แมชชีนกลับมาเวลาเดิม กลับมาจำเจกับงานเดิม ที่ทำแบบเดิมเหมือนก่อนเทศกาลที่เราเพิ่งเฉลิมฉลองกันไป
ลองดูว่าการงานที่เราทุ่มเทอยู่ในวันนี้ ทำแล้วตัวเราได้ประโยชน์ หน่วยงานได้ประโยชน์ ตรงกับทิศทางการพัฒนาของหน่วยงานหรือไม่ และที่สำคัญพอๆ กันคือตรงกับที่ผู้บริหารคิดไว้ในใจแต่ไม่บอกมาตรงๆ หรือไม่ ถ้าไม่หลอกตัวเองแล้ว แทบทุกท่านคงมีคำตอบสำหรับคำถามนี้ ถ้าตอบว่าใช่ทั้งหมด งานเดิมของเราจะมีเรื่องใหม่ๆ มาให้ทำอยู่เสมอ ตำแหน่งหน้าที่เดิมเมื่อเวลาผ่านไปก็จริง แต่การพัฒนาและการสร้างคุณค่าใหม่ที่นำไปสู่ประโยชน์ใหม่ๆ ให้กับหน่วยงานนั้น มีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ ตำแหน่งเดิมแต่ปีนี้กับปีหน้ามีความท้าทายที่แตกต่างกัน ท่านเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ เพื่อพักรบกับความท้าทายใหม่ๆ ไม่ใช่เฉลิมฉลองเพื่อปลอบใจตนเองที่ต้องจำเจกับการงานดั่งเดิมที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เมื่อวันเวลาผ่านไป
ดังนั้น ในวงรอบการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา ลองหยุดมองกลับไปสักนิดว่าเรากำลังทำถูกงานสำหรับตัวเรา และหน่วยงานของเราหรือไม่ เรากำลังขยันอย่างไม่มีคุณภาพคือขยันผิดงานหรือไม่ เราขยันอย่างมีประสิทธิผลกับตัวเรา และหน่วยงานของเราหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ใช่แล้วเทศกาลเฉลิมฉลองวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปน่าจะเป็นเทศกาลที่จะได้ตั้งต้นเปลี่ยนแปลงทิศทางความขยันของเราได้แล้ว
ตั้งต้นใหม่กับงานเดิมอีกครั้ง ด้วยการมองดูว่าวิธีที่เราทำงานที่ผ่านมาได้ช่วยให้คนรอบตัวทำงานง่ายขึ้น หรือทำงานยากขึ้น ถ้าพบว่าวิธีทำงานของเราทำให้คนอื่นยากขึ้น อย่าด่วนสรุปว่าเพราะฉันเก่ง แต่เขาไม่เก่ง ลองตั้งต้นใหม่ด้วยการหาทางทำให้งานเราทำให้งานเขาง่ายขึ้นดูบ้าง วันใดที่เราเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานแล้ว งานเราทำให้คนอื่นทำงานง่ายขึ้นมากเท่าใด งานเดิมจะกลายเป็นงานใหม่เมื่อวันเวลาผ่านไปมากขึ้นเท่านั้น และเป็นวันใหม่เวลาใหม่ที่เราจะได้เห็นรอยยิ้มมากขึ้นทั้งๆ ที่รอบๆ ตัวยังอยู่ในสภาพเดิมๆ
เราขยันทำงานแค่ไหนก็ได้เท่าที่เรี่ยวแรงของเราจะมีให้ แต่เรามีช่วงเวลาที่มีความพร้อมในการทำงานอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น ถ้าวันเวลาเปลี่ยนแปลงไป แต่เรายังต้องอยู่กับงานเดิม หน้าที่เดิม คงต้องคิดกันใหม่อีกรอบหนึ่งว่าเราได้ทำงานในช่วงเวลาที่เราพร้อมมากที่สุดหรือไม่ การงานที่ผ่านมานั้นมีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคที่กีดกันไม่ให้เราได้ทำงานในขณะที่เรามีความพร้อมสูงสุดบ้างหรือไม่ เราได้ใช้เวลาดีๆ สำหรับการทำงานให้หมดไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องบ้างหรือไม่ เอาเวลาที่ยังสดใส ไม่เหนื่อยล้า เอาเวลาที่เครื่องมือทำงานมีพร้อมอยู่รอบตัว ไปใช้กับการติดตามเรื่องไกลตัวที่ชวนให้สนใจกรอกหูใส่ตามาอยู่เสมอ
ถ้าหมดเวลาดีๆ ไปกับเรื่องชวนคุยชวนทำที่ไกลตัวเรามากๆ มากเกินไป เราจะเหลือเวลาที่เราพร้อมไว้กับการงานไม่เยอะเท่าที่ควร เราจะรู้สึกเหนื่อยมากกับการรีบร้อนให้งานเสร็จ นั่นแปลว่าเราใช้เวลาทำงานนอกช่วงเวลาที่เรามีความพร้อม ซึ่งเมื่อไม่พร้อมทั้งตัวเรา ทั้งเครื่องมือ งานง่ายก็กลายเป็นงานยาก งานเร็วก็กลายเป็นงานช้า อยากตั้งต้นใหม่กับงานเดิมให้ลองเลือกเวลาทำงานใหม่ที่เรามีความพร้อมจริงๆ งานเดิมจะกลายเป็นงานใหม่ทันที
เรารู้สึกงานเดิมยังเป็นงานเดิมแม้ว่าวันเวลาผ่านไป นั้นคล้ายกับที่เรานั่งรถไปไหนมาไหนแล้วมองอยู่แต่ในรถ ไม่ว่ารถจะวิ่งอยู่หน้าบ้าน หรือไกลไปถึงไหนแล้วก็ตาม เราก็มองเห็นในรถเหมือนเดิม เพียงแค่มองออกไปข้างนอกรถบ้าง เราก็จะเห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางนั้น
งานเดิมจะไม่ใช่งานเดิม ถ้าเรายอมเปรียบเทียบงานของเรากับคนอื่นดูบ้าง แต่ต้องเลือกดูเปรียบเทียบดีๆ อย่ายอมให้ความภูมิใจในความสำเร็จของเราที่ผ่านมากลายเป็นตัวกีดกันไม่ให้เรามองออกไปข้างนอก เพราะกลัวว่าจะได้เห็นความสำเร็จที่มากกว่าที่เราทำได้ ต้องเปิดใจยอมรับการเปรียบเทียบ เพื่อให้มีความท้าทายที่จะทำให้งานเดิมดีกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความท้าทายนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับคนอื่น มากเท่ากับที่มีกับตัวเรา เพราะถ้ายอมรับความท้าทายนี้อย่างจริงใจไร้อคติ ไร้ความกลัวเสียหน้าแล้ว จะสร้างแรงบันดาลใจให้เราพยายามปรับปรุงงานเดิมให้มีคุณค่ามากขึ้น และนั่นหมายถึงเรามีงานใหม่ในตำแหน่งเดิมได้เสมอ
กบในกะลามีความสุขอยู่แค่ที่เดียวคือในกะลาใบนั้น กบนอกกะลาหาที่ที่มีความสุขได้หลายที่ และหาความสุขได้หลายแบบอีกด้วย อยากตั้งต้นใหม่กับงานเดิมทำได้ไม่ยาก แค่ยอมออกไปจากกะลาเท่านั้นเอง
ดูแล้วไม่น่าจะยากเย็นอะไร แต่ต้องเตือนว่ายิ่งสูงยิ่งขึ้นสูงขึ้นไปอีกยากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งไม่กล้าออกจากกะลามากยิ่งขึ้น ดังนั้น รีบออกจากกะลากันก่อนที่จะสูงขึ้นจนไม่กล้าออกดีกว่า






