วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สาละวน "พูดคุยดับไฟใต้" จับตาบทบาท PERMAS

ช่วงนี้ข่าวสารจากชายแดนใต้ในแง่ของการก่อเหตุรุนแรง และการพูดคุยสันติสุขเงียบหายไป กลายเป็นข่าวน้ำท่วมใหญ่แทน

ฉะนั้นความเงียบที่ดูเหมือน"สงบ"นี้ จึงไม่ได้การันตีว่าการ"คิกออฟ"กระบวนการพูดคุยดับไฟใต้รอบใหม่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาโดยมีมาเลเซีย"เจ้าเก่า"เป็นผู้อำนวยความสะดวกนั้น ได้ทำให้สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ลดความร้อนแรงลง

เพราะจริงๆ แล้วอาจมีสาเหตุจากน้ำท่วมก็เป็นได้ และเดือน ธ.ค.ของทุกๆ ปี สถิติเหตุรุนแรงก็มักลดต่ำด้วยเหตุฝนตกน้ำท่วมนี่แหละ

ส่วนกระบวนการพูดคุย หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ หารือกับนายกฯนาจิบ ราซักแห่งมาเลเซีย ระหว่างเดินทางเยือนเมื่อ 1 ธ.ค. พร้อมเปิดตัวพล.อ.อักษรา เกิดผลเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการแล้ว ทุกอย่างก็ดูนิ่งๆ ไป

แต่ความนิ่ง ไม่ได้แปลว่าหยุด เพราะการทำงาน"หลังฉาก"มีความคืบหน้าต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่เร่งร้อนที่จะ"เปิดตัว-เปิดโต๊ะ"ให้เป็นข่าวใหญ่โตวูบวาบเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ"ทีมพูดคุย"ในฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ ทางการมาเลเซียพยายามรวบรวมกลุ่มผู้เห็นต่างที่มีหลากหลายกลุ่มให้มารวมเป็น"ทีมเดียว"และมีข้อเรียกร้องชุดเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการพูดคุย

แต่นี่คือความยาก เพราะกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหลักๆ คือ บีอาร์เอ็น พูโล และบีไอพีพี ค่อนข้างไม่ลงรอยกัน โดยเฉพาะ"พูโล"แตกออกเป็น 2-3 กลุ่ม และไม่ถูกกันอย่างแรง

ทว่า"พูโล"(บางปีก) มีความต้องการและเต็มใจร่วมโต๊ะพูดคุยมากที่สุด พอๆ กับ"บีไอพีพี"ซึ่งมีสมาชิกไม่มากนัก

ส่วน"บีอาร์เอ็น"ที่เชื่อกันว่าเป็นขบวนการหลัก ยังคงสงวนท่าที เพราะปีก"นักรบ"ไม่อยากร่วมวงพูดคุย

ข่าวที่กระเซ็นกระสายมาจากมาเลเซียก็คือฮัสซัน ตอยิบแกนนำบีอาร์เอ็นที่ทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายผู้เห็นต่างเมื่อปีที่แล้ว น่าจะหลุดตำแหน่ง

คนที่มาแรงกลายเป็นคนใกล้ของฮัสซันที่เคยปรากฏตัวในวันลงนามข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ 28 ก.พ.56 ระหว่างพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตรอดีตเลขาฯสมช. กับ ฮัสซัน ที่กัวลาลัมเปอร์ แต่ภายหลังถูกกันออกไป

ฉะนั้นจะเรียกว่า"ไม่ใช่คนหน้าใหม่"ก็ไม่น่าจะผิด แต่"บารมี"ถึงหรือเปล่าเป็นอีกเรื่อง

อีกหนึ่งปัญหาที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น"ความไม่ลงตัว"ของฝ่ายไทยเอง คือ การเฟ้นหาตัวแทนที่เป็น"ภาคประชาสังคม"จากในพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อเข้าร่วมในทีมพูดคุย

เพราะหากศึกษาบทเรียนจากการพูดคุยเจรจาในพื้นที่ขัดแย้งอื่นๆ ทั่วโลก จะพบว่า"ภาคประชาสังคม"มีบทบาทสูงมากในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ

แต่ประเด็นก็คือ รัฐบาลไทยจะเลือกใครเป็นตัวแทนในฐานะ"ภาคประชาสังคม"ในทีมพูดคุยของรัฐ เพราะต้องมีความเป็น"ตัวแทน"ของคนในพื้นที่อย่างแท้จริงจึงจะ"เสียงดัง"มากพอ ทว่าก็ต้องพูดไปในคีย์เดียวกับรัฐ ไม่ใช่ไปอยู่ข้างบีอาร์เอ็น

ฉะนั้นหากใช้องค์กรหรือตัวบุคคลจาก"ศอ.บต."ไปเป็นตัวแทนภาคประชาสังคม ย่อมไม่เวิร์ค เนื่องจากถูกมองเป็น"กลไกรัฐ"

ล่าสุดมีการพูดถึงองค์กรนักศึกษาที่ชื่อPERMASที่หมายถึงสหพันธ์นักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนปาตานีซึ่งเป็นองค์กรที่รวบยอดมาจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) เดิม โดย สนน.จชต.ก็เป็นการรวมตัวของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแต่ละจังหวัดของจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกที แต่ปัจจุบันยุบไปหมดแล้ว เหลือPERMASองค์กรเดียว รวมทั้งพีเอ็นวายเอส (กลุ่มนักศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง) ด้วย

วัตถุประสงค์ของPERMASก็เพื่อเชื่อมตัวแทนนักศึกษาปาตานีทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีนโยบายสำคัญคือ"สาตูปาตานี"หรือ"หนึ่งปาตานี"(นัยหมายถึงปาตานีเป็นหนึ่งเดียว) โดยหนึ่งใน"ตัวเปิด"ของPERMASที่ผู้ติดตามข่าวสารภาคใต้รู้จักกันดี คืออาเตฟ โซะโกอดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

กิจกรรมของPERMASที่ได้รับความสนใจจากในพื้นที่เป็นอย่างมาก คือ"เสวนาปาตานี"ที่จัดไปแล้วนับร้อยเวที และเปิดให้แสดงความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่อง"สิทธิ์ในการกำหนดใจตนเอง"หรือSelf-determinationที่ฝ่ายความมั่นคงวิตกว่าคือจุดเริ่มของการแบ่งแยกดินแดนหรืออย่างน้อยก็นำไปสู่"เขตปกครองพิเศษ"

คำถามคือ ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับได้จริง หรือนี่เป็นการโยนหินถามทางเท่านั้น?