รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังผลักดันรูปแบบของสวัสดิการ
ทางสังคมหลายด้าน ซึ่งเพิ่มเติมขึ้นมาจากนโยบายสวัสดิการสังคมที่มีมาก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ(กบข.) แต่ขณะนี้กำลังจะมีนโยบายเพิ่มเติมในเรื่องเรื่องการออมแห่งชาติ และการจ่ายเงินสนับสนุนเด็กแรกเกิด ซึ่งจะเป็นกองทุนสร้างหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมกลุ่มต่างๆ ในสังคมมากขึ้น
หากพิจารณาสวัสดิการของรัฐบาล ที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านั้นจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่ารัฐบาลก่อนหน้านั้นต่างก็ทยอยประกาศใช้ขึ้นกับแต่ละรัฐบาลว่าเห็นความสำคัญกับนโยบายด้านใด บางรัฐบาลผลักดันหลักประกันสุขภาพ ในขณะที่บางรัฐบาลเน้นไปที่การศึกษา แต่ในยุคนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ
หากดูนโยบายที่จัดว่าเป็นสวัสดิการทางสังคมทั้งหมดตั้งแต่อดีต เราจะเห็นว่าสังคมไทยมีการพัฒนาด้านนี้ไปอย่างมาก แม้เราจะมีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็มตัว แต่ในเรื่องสวัสดิการทางสังคมต่างๆ เราเดินเข้าใกล้สู่ระบบสังคมนิยมมากขึ้น ไม่ว่าเราจะเรียกว่าเป็นนโยบายอะไรก็ตาม กล่าวคือเป็นสวัสดิการสังคมที่รัฐเป็นผู้จัดหาให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าของประเทศ ที่เริ่มมีสวัสดิการให้กับประชาชนมากขึ้นตามฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏให้เห็นว่าหลายนโยบายสำคัญมีปัญหาในเชิงปฏิบัติอย่างมาก แต่เราต้องไม่เอาประเด็นที่เป็นปัญหามาเพื่ออ้างเหตุผลในการยกเลิกนโยบาย แต่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขกันต่อไปเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งหากสังคมไทยมีนโยบายเชิงสวัสดิการสังคมมากเท่าไร ก็สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นของสังคมไทยเอง และหวังว่าสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนจะได้รับการเติมเต็มในอนาคตอันใกล้นี้
เป็นที่น่าสังเกตว่าแต่ละนโยบายใช้งบประมาณจำนวนมาก ดังนั้นประเด็นเรื่องประสิทธิภาพของการบริหารจัดการของนโยบายดังกล่าวจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดการใช้งบประมาณสูงสุด ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำลังมุ่งหน้าขยายสวัสดิการสังคมมากขึ้น ก็ควรกลับมาหาเรื่องประสิทธิภาพของแต่ละนโยบายด้วยว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มากกว่าการขยายเชิงปริมาณ ซึ่งจะทำให้นโยบายมีความยั่งยืนในตัวมันเองด้วย
สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นนับจากนี้ไปคือเรื่องการจัดสรรงบประมาณ เรามีความมั่นใจแค่ไหนว่าภาครัฐจะสามารถรับภาระของงบประมาณได้แค่ไหน หากสวัสดิการขยายขอบเขตมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะอย่าลืมว่าหลายประเทศในยุโรปที่เกิดวิกฤติในขณะนี้ ก็ล้วนแต่มาจากสวัสดิการสังคมที่มากเกินพอดี จนกระทั่งเป็นภาระอย่างมากต่อรัฐบาล เราเห็นว่าการผลักดันนโยบายเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นทางสังคม แต่ต้องระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเรามีบทเรียนให้เห็นมาแล้วในหลายประเทศ ที่กำลังเกิดวิกฤติในขณะนี้






