วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัสเซียกู้วิกฤติรูเบิล สูญ 87,000 ล้านดอลล์

ค่าเงินรูเบิลถล่มทลายในวัน "Black Monday" และลงลึกถึงจุดอ่อนค่ามากที่สุดระดับ 80 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ

ในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม จากเหตุความกังวลว่าวิกฤติเศรษฐกิจของรัสเซียจะดำดิ่งลง มากกว่าที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ออกตอบคำถามผู้สื่อข่าวพร้อมๆ กับการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างง่ายๆ อย่างไรก็ตามค่าเงินรูเบิลเทียบกับเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจากต้นปีจนถึงปัจจุบันมากกว่า 55% แต่ถ้าหากเปรียบเทียบเป็นจุดต่อจุดเงินรูเบิลร่วงลงเกือบเท่าตัวจากระดับ 33 รูเบิลต่อดอลลาร์มาอยู่ที่ 61 รูเบิล

ประธานาธิบดีปูตินบอกอย่างมั่นใจว่า เศรษฐกิจรัสเซียจะกลับมาฟื้นตัวในเวลา 2 ปีท่ามกลางสถานการณ์โลกซึ่งยังไม่ดีขึ้น โดยที่ธนาคารกลางและรัฐบาลจะใช้มาตรการอย่างเหมาะสมในการรับมือกับวิกฤติการณ์ปัจจุบัน พร้อมกับกล่าวโทษปัจจัยต่างประเทศเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจในประเทศย่ำแย่ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐต่อกรณีวิกฤติยูเครนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี2013 ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจของรัสเซียจะยอมรับวิกฤติครั้งนี้คือ "Perfect Storm"เป็นมรสุมรุนแรงที่รัสเซียต้องฝ่าให้รอดพ้นทั้งจากสถานการณ์ตกต่ำของราคาน้ำมัน มาตรการเซงชั่นหลายระลอกทางการเมือง การทหาร การเงิน และเศรษฐกิจทางด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมทั้งการเงิน

ธนาคารกลางรัสเซียต้องรับมือกับการถูกโจมตีค่าเงินรูเบิล ที่ร่วงลงในวันจันทร์เพียงวันเดียวถึง 15% ด้วยการประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างฉับพลัน 6.5% จากระดับ 10.5% เป็น 17% มีผลบังคับใช้วันอังคารซึ่งเงินรูเบิลยังอ่อนค่าลงอีก 10% ในวันนั้นก่อนที่จะรีบาวน์กลับได้ 10%ในวันพุธ และสามารถทรงตัวในระดับ 60-61 รูเบิลปัจจุบัน หลังจากนั้นเพียง 1 วันธนาคารกลางรัสเซียออกประกาศ 7 มาตรการสกัดกั้นการตกต่ำของเงินรูเบิล อาทิ ชะลอการตีราคามูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตามราคาตลาด (mark-to-market) ที่จะมีผลกดดันให้เงินรูเบิลร่วงลงอีกเนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากจาก 2% เป็น 3.5% เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงินรูเบิล การตรึงดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการบริโภคไม่ให้พุ่งขึ้น

และการสนับสนุนสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน และบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ที่ต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่นำไปใช้เพื่อการเก็งกำไรค่าเงิน ทั้งนี้ธนาคารกลางรัสเซียยังคงเผชิญกับความท้าทายของการบริหารเงินรูเบิลในช่วงสัปดาห์ที่วิกฤติมากที่สุดโดยใช้เงินราว 10,000 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยประคับประคองให้ตลาดเงินตราต่างประเทศที่ตึงตัวจากการไหลออกของเงินทุน (capital flights) ขณะที่มีการใช้เงินอีก 70,000 ดอลลาร์เข้าแทรกแซงการตกต่ำของเงินรูเบิล รวมถึงการเข้ามาขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของกระทรวงการคลังรัสเซียอีก 7,000 ล้านดอลลาร์ รวมเม็ดเงินที่ต้องใช้เพื่อการปกป้องค่าเงินรูเบิลทั้งหมด 87,000 ล้านดอลลาร์ และเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินรูเบิลกับสกุลเงินต่างๆ

บทเรียนวิกฤติเงินรูเบิลครั้งล่าสุดนี้อาจยังมาไม่ถึงบทสรุปสุดท้าย แม้ว่ารัสเซียจะต้องสูญเงินจากทุนสำรองไปถึง 87,000 ล้านดอลลาร์ โดยยังมีทุนสำรองเหลืออยู่ 420,000 ล้านดอลลาร์ก็ตาม แต่ความผันผวนของเงินรูเบิลยังคงเกิดขึ้น เนื่องจากในช่วงระยะสั้นนี้ รัสเซียมีภาระต้องคืนหนี้ต่างประเทศจำนวน 120,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงมาแล้ว 40% อาจจะร่วงลงต่ออีก หลังจากที่ราคาน้ำมันโลกได้ร่วงลงจากระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 54 ดอลลาร์สำหรับนำมันเวสต์เท็กซัส และ 59 ดอลลาร์สำหรับราคาน้ำมันเบรนท์