จากรายงานข่าวต่อเนื่องถึงยอดจัดเก็บรายได้ของรัฐ ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง
ได้สั่งการให้กรมจัดเก็บภาษีไปวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ การจัดเก็บรายได้ในกลุ่มที่มียอดจัดเก็บลดลงว่า มีความผิดปกติในด้านใดหรือไม่ อย่างไร และให้เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ หลังจากที่ยอดการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีเดือนพ.ย. 2557 ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 7 พันล้านบาท และเตรียมที่จะออกมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยยกตัวอย่างเช่น หากยอดขายรถยนต์ดี แต่ยอดรายได้ภาษีต่ำ ก็ต้องไปดูว่า เพราะเหตุใดถึงมีรายได้น้อยลง ทั้งนี้ อธิบดีกรมสรรพากรระบุยอดจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร เดือนพ.ย.จัดเก็บได้รวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการจำนวนประมาณ 4 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดจัดเก็บรายได้ 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 ต่ำกว่าประมาณการจำนวนประมาณ 1.9 พันล้านบาท ซึ่งเกิดจากการจัดเก็บรายได้จากภาษีเงินได้นิติบุคคลต่างประเทศที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนนิติบุคคลในไทยก็ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจาก เป็นการยื่นแสดงรายได้ที่เกิดจากผลประกอบการปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ การคาดการณ์จีดีพีปีนี้ เดิมอยู่ที่ประมาณ 5% แต่ความเป็นจริงน่าจะขยายตัวได้แค่ 1% เท่านั้น
อธิบดีกรมสรรพากร ระบุด้วยว่า การจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสินค้าก็อยู่ระดับต่ำ โดยยอดจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายรวมประมาณ 4 พันล้านบาท ส่วนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคในประเทศถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จากประเด็นราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงเมื่อมาแปรเป็นน้ำมันสำเร็จรูป การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าประเภทนี้ก็จะต่ำลงไปด้วย แต่เห็นว่า การปรับแก้เรื่องการจัดเก็บภาษีจากคณะบุคคลของกรม ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2558 เป็นต้นไป น่าจะช่วยให้จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอีกหลายพันล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาเข้ามาเพิ่มด้วย แต่ยังประมาณการไม่ได้ว่า จะมีเพิ่มขึ้นจำนวนเท่าใด โดยเร็วๆ นี้ กรมจะเสนอกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มเติมให้โรงเรียนกวดวิชา หรือผู้ประกอบอาชีพกวดวิชา โดยกรณีจัดตั้งเป็นนิติบุคคลต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบุคคลธรรมดาก็จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากมีรายได้ในระดับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อกระจายรายได้ และเป็นการเก็บภาษีทางตรง จะไม่ทำให้ผู้เรียนได้รับผลกระทบในแง่ค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้น เราเห็นด้วยว่า การจัดระบบจัดเก็บภาษีที่ถูกต้องชัดเจนเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่การดำเนินการต้องกระทำอย่างรอบคอบคิดอย่างรอบด้านถึงผลดีผลเสีย การทำธุรกิจทุกชนิดเมื่อมีกำไรก็ต้องตอบแทนกลับคืนสู่สังคม ซึ่งการเสียภาษีคือการตอบแทนสังคมแนวทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านด้วย เช่น โรงเรียนกวดวิชาหากไม่ได้ทำประโยชน์ด้านการศึกษา การยกเลิกการดำเนินกิจการโรงเรียนกวดวิชาน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า แต่ก่อนยกเลิกก็ต้องจัดการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาให้มีคุณภาพ ไม่ใช่เด็กนักเรียนยังต้องพึ่งพาโรงเรียนกวดวิชาเช่นทุกวันนี้
นอกจากนี้ กรมสรรพากรได้ส่งหนังสือถึงผู้ประกอบธุรกิจ ซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ทั่วประเทศ แจ้งให้ทราบถึงภาระหน้าที่ในการเสียภาษี เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเกิดขึ้นจำนวนมากทำให้มูลค่าการซื้อขายและรายได้ของผู้ประกอบธุรกิจในแต่ละปีเกิดขึ้นจำนวนมากเช่นกัน แต่ยังมีจำนวนผู้ที่ยังไม่เข้าระบบเสียภาษีจำนวนมาก ประเด็นนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่ต้องทำอย่างรอบคอบไม่ขัดต่อเป้าหมายการส่งเสริมผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ






