ส่งท้ายปี 2557 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลง จนไม่สามารถคาดการณ์ระดับต่ำสุดได้ในตอนนี้ และต้องยอมรับสภาพ
ว่า ดัชนีหุ้นไทยคงไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุดภายในปีนี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15ธ.ค.2557 ดัชนีดิ่งวันเดียว 138.96 จุด และมูลค่าการซื้อขาย 1.02 แสนล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ตั้งแต่ตลาดหุ้นไทยเปิดการซื้อขายเกือบ 40 ปี ขณะที่ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลคือกระแสข่าวลือที่ทุกคนได้ยินได้ฟัง และต้องทำความเข้าใจค้นหาความจริงกันอยู่ตลอดเวลา ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาน้ำมันที่ทำสถิตินิวโลว์ และไม่มีใครสามารถประเมินได้ว่า ราคาต่ำสุดอยู่ตรงไหน
ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมัน ยังหาจุดต่ำสุดไม่เจอ หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ซึ่งมีน้ำหนักกำหนดทิศทางดัชนีหุ้นไทยในสัดส่วนที่สูงถึง 12% ก็ยังต้องกดดันตลาดหุ้นต่อไป ส่วนการปรับตัวลดลงของดัชนีจะหยุดเมื่อใดไม่มีใครคาดการณ์ได้คงต้องรอเวลานั้น และระหว่างนี้สิ่งที่ดีสุด นักลงทุนควรหาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมรอจังหวะดีๆ เข้าลงทุน
บล.ทิสโก้ยืนยันว่าดัชนีหุ้นไทยตอนนี้ ลงหนักเกินกว่าที่โบรกเกอร์ประเมินไว้มาก ส่งผลให้คาดการณ์แนวโน้มดัชนีสิ้นปีจะขึ้นสู่ระดับ 1,600 จุดถูกยกเลิกทันที และถ้าอยากลงทุนควรรอทิศทางตลาดให้มีความชัดเจนมากกว่านี้
ส่วนบล.เอเซียพลัสมีข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเมื่อทำการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณ 10 ปีย้อนหลังพบว่า ในเดือน ธ.ค. ดัชนีหุ้นไทย มีการปรับขึ้นถึง 8 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 2.6% โดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี คาดว่าเป็นผลมาจากกองทุนประหยัดภาษี ที่จะมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในช่วงโค้งสุดท้ายปี ซึ่งนักลงทุนสถาบัน มักเป็นผู้ซื้อสุทธิในไตรมาส 4 โดยคาดว่าช่วงสิ้นปีนี้จะมียอดซื้อกองทุนแอลทีเอฟเข้ามาราว 2 หมื่นล้านบาท
หุ้นที่มีความน่าจะเป็นกว่า 80% ที่ผลตอบแทนเป็นบวกสูงในเดือน ธ.ค. ได้แก่หุ้นบีอีซี,หุ้นปูนซิเมนต์นครหลวง หุ้นฮานา หุ้นปตท.สผ. ส่วนหุ้นไมเนอร์กับหุ้นบีอีซีแอล มีความน่าจะเป็นราว 70% นอกจากนี้ยังมาจากความคาดหวังในเรื่องเงินปันผล สำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือหุ้นระยะยาวข้ามปี โดยควรเน้นหุ้นปันผลสูง ความผันผวนต่ำ
ขณะเดียวกันได้แนะนำให้เลือกหุ้นเป็นรายตัวที่พีอีเรโชต่ำ และเงินปันผลสูง แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักคือควรดูหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง หุ้นที่อยู่ในข่ายที่ได้รับผลดีจากการทำ Window Dressing และหุ้นปันผลเด่น
บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ยังให้ความหวังว่าการที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงในรอบนี้ว่า โอกาสเกิด January Effect เดือนม.ค.ปัจจุบันมีน้ำหนักมากขึ้น
หากเราย้อนพิจารณาข้อมูลกันแบบง่ายๆ การที่ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลงและมายืนในระดับ 1,400 จุดไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะถ้าดูพื้นฐานเศรษฐกิจไทยตัวเลขจีดีพีปีนี้จะถึง 1%หรือไม่ก็รอลุ้นกันอยู่ ซึ่งดัชนีหุ้นไทยถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ในอนาคตอย่างน้อย 6 เดือน หากเศรษฐกิจไม่โต ดัชนีหุ้นไทยก็ควรจะกลับไปอยู่ ณ จุดเดิมตอนสิ้นปี 2556 คือ 1290 จุดเท่านั้น





