วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมรับมือสื่อสังคมออนไลน์ปี58 (2)

บทความที่แล้วได้เกริ่นถึง 3 เทรนด์ สำหรับสื่อสังคมออนไลน์ ปี 2558 คือ

1.โมบายต้องมาก่อน

2.ของฟรีไม่มีในโลกสังคมออนไลน์

3. เนื้อหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ยังคงเจิดจรัส

ฉบับนี้มาติดตามอีก 2 เทรนด์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสื่อสังคมออนไลน์ได้เต็มที่

เทรนด์ที่ 4 วีดิโอไม่ได้มีเพียงแค่ Youtube อีกต่อไป

นักตลาดออนไลน์คิดว่าเพียงแค่นำวีดิโอโฆษณาอัพโหลดYoutube แล้วคาดหวังว่าจะเป็นช่องทางในการโปรโมทแบรนด์ และคิดว่ามันเพียงพอแล้วสำหรับการตลาดด้วยวีดิโอ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะว่ายังมีช่องทางอีกมากมายนอกจาก Youtube ในการเผยแพร่วีดิโอและบางช่องทางก็สามารถทำได้ดีกว่าด้วย เช่น Instagram หรือ Vine สำหรับวีดิโอสั้น หรือ Tumblr วีดิโอในรูปแบบของไฟล์ Gif เป็นต้น

ล่าสุด Facebook ประกาศว่า ปี2557 เฟซบุ๊คจะมีจำนวนผู้ชมวีดิโอมากกว่ายูทูบ และเฟซบุ๊คได้ท้าทายยูทูบมาโดยตลอด ที่จะเป็นช่องทางในการเผยแพร่วีดิโอที่ดีกว่ายูทูบ ซึ่งก็เชื่อว่าคงไม่นานน่าจะทำได้สำเร็จ เพราะอาศัยศักยภาพของความเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เหนี่ยวแน่นกว่า

ดังนั้นนักการตลาดจะต้องศึกษาในช่องทางวีดิโอหลักๆ และพิจารณาว่าช่องทางไหนสามารถเผยแพร่วีดิโอได้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด การผลิตวีดิโอมีต้นทุนสูง ดังนั้นอาจผลิตวีดิโอในหลากหลายรูปแบบ ฉบับเต็ม ฉบับสั้น เป็นต้น

ตัวอย่างวิดีโอสั้นของ HP https://vine.co/v/MQOOJ30jvLn ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเผยแพร่ผ่าน Vine มียอดชมมากกว่า 12 ล้านครั้ง

สุดท้ายแล้วอย่าลืมความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตวีดิโอ ผู้เข้าชมจะชอบวีดิโอที่สร้างสรรค์

เทรนด์ที่ 5 สังคมออนไลน์จะกระจัดกระจายมากขึ้น

"เฟซบุ๊ค" ยังคงเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ใหญ่ที่สุดอยู่ แต่เกมของเครือข่ายสังคมออนไลน์อาจจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะเฟซบุ๊ค ไม่สามารถครอบคลุมได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ใช้เฟซบุ๊ค น้อยลงกว่าที่ผ่านมาก จากรายงานของ Niche ในปี2557 เกี่ยวกับกิจกรรมสังคมออนไลน์ที่วัยรุ่นใช้ในแต่ละวัน

อันดับ1. ส่งข้อความ (Texting) รวมไปถึง Whatsapp และ Line 87%

อันดับ2. เฟซบุ๊ค 61%

อันดับ3. ยูทูบ 55%

อันดับ4. อินสตาแกรม 51%

อันดับ5. Snapchat 46%

นักการตลาดจะต้องทราบว่าผู้บริโภคของคุณใช้สื่อสังคมออนไลน์ใด และจะมีกลยุทธ์ใดที่เข้าถึงพวกเขา ด้วยการสื่อสารส่วนบุคคล (Personalization) เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีที่สุด

หวังว่าแทรนด์เหล่านี้จะช่วยเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ที่ผู้บริโภคมีความอำนาจต่อรองมาขึ้น และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะปี 2558 ปีที่การแข่งขันทางการตลาดดุเดือดมากขึ้น