วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุจริตระดับชาติ สูงกว่าท้องถิ่น?

วันก่อนมีการเผยแพร่ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ประจำปี 2557 พร้อมประกาศผลคะแนน ภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลก

ประจำปี 2557

ปรากฏว่าประเทศไทยดูดีขึ้นในสายตาชาวโลก คือได้อันดับ 85 จาก 175 ประเทศ ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่ได้อันดับ 102 ทั้งยังมีคะแนนความโปร่งใสดีขึ้นเล็กน้อย จาก 35 เป็น 38 คะแนน

คะแนนที่ว่าดีขึ้นนั้น เป็นคะแนนเทียบกับตัวเอง ก็นับว่าน่าภูมิใจนิดหน่อย แต่หากดูคะแนนเต็มแล้วจะตกใจ คือ คะแนนเต็ม 100 เราได้แค่ 38 คะแนน และประเทศที่ได้คะแนนอันดับต้นๆ ก็มีคะแนนสูงกว่า 90 คะแนน

จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ยังเป็นการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้และชุดต่อๆ ไป

ข้อมูลดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน จัดทำโดย องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ Transparency International ซึ่งเป็นองค์กรอิสระนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันและมีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก

แต่นั่นก็ยังเป็นแค่ภาพลักษณ์ในลักษณะ “เทศมองไทย” หรือมองจาก “ข้างนอก” เข้ามา “ข้างใน” (Outside in) คำถามคือแล้วข้อมูลที่สะท้อนมุมมองของคนไทยด้วยกันเองล่ะ มีหรือไม่?

คำตอบก็คือ “มี” โดยข้อมูลชุดล่าสุดเป็นข้อมูลผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนคนไทยทั่วประเทศของสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งข้อใหญ่ใจความต้องการวัด “อุณหภูมิประชาธิปไตยไทย” แต่เนื่องจากเป็นแบบสำรวจแนววิจัยเชิงลึก จึงมีคำถามค่อนข้างหลากหลาย รวมทั้งเรื่องคอร์รัปชัน และมุมมองของประชาชนต่อปัญหาอื่นๆ ด้วย

ในประเด็นที่ว่า การคอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีมากน้อยขนาดไหน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20.2 ตอบว่าไม่มีใครเกี่ยวข้องเลย ร้อยละ 42.2 มองว่ามีผู้เกี่ยวข้องไม่มาก ขณะที่ร้อยละ 18.4 มองว่า อปท.เกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นส่วนใหญ่ และร้อยละ 6.6 ที่เห็นว่า อปท.ทุจริตสุดๆ

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับมุมมองระดับประเทศหรือระดับชาติ พบชุดข้อมูลที่เปลี่ยนไป โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 12.8 เห็นว่าไม่มีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต ร้อยละ 40.3 เห็นว่ามีผู้เกี่ยวข้องไม่มาก ขณะที่ร้อยละ 25.8 เห็นว่าส่วนใหญ่คอร์รัปชัน และร้อยละ 8.2 เชื่อว่าคอร์รัปชันกันทุกคน ทุกองค์กร

นี่คือความต่างที่สะท้อนว่ามุมมองของประชาชน ยังมองการคอร์รัปชันระดับชาติเป็นปัญหาใหญ่ และมีดีกรีการทุจริตสูงกว่าระดับท้องถิ่นเสียอีก ซึ่งจากชุดข้อมูลค่อนข้างสวนทางกับที่รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลพยายามบอกประหนึ่งว่า อปท.เป็นแหล่งทุจริตอันร้ายแรงที่สุด

ที่สำคัญคือประเด็นคำถามในการวิจัยที่ว่า “เคยประสบกับการคอร์รัปชันด้วยตัวเองหรือไม่” ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 37.8 ตอบว่าเคยเห็นด้วยตัวเอง และร้อยละ 43 บอกว่า ประสบเองเลย ซึ่งตัวเลขนี้สูงขึ้นกว่าการสำรวจครั้งก่อน สะท้อนว่าปัญหาคอร์รัปชันยังคงรุนแรงในบ้านเรา จากมุมมองของคนไทยด้วยกันเอง

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ การให้ประชาชนเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ผลปรากฏว่า ร้อยละ 31 เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจสำคัญกว่าแน่นอน ร้อยละ 22.6 เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจค่อนข้างสำคัญกว่า ขณะที่ร้อยละ 16.7 เห็นว่าประชาธิปไตยค่อนข้างสำคัญกว่า และร้อยละ 11.5 บอกว่าประชาธิปไตยสำคัญกว่าอย่างแน่นอน

มีเพียงร้อยละ 5.9 ที่ตอบว่าสำคัญเท่ากัน!

ทัศนคติข้อนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกทุนนิยม ที่การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญกว่าทุกสิ่ง

โจทย์ข้อใหญ่ของรัฐบาลคงหนีเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจไปไม่พ้น แต่จะพัฒนาอย่างไรให้มีธรรมาภิบาล... นั่นดูจะเป็นโจทย์ที่ยากกว่าถึงยากที่สุด!