ดร.จุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand)
เผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ประจำปี 2557 ประเทศไทยได้คะแนน 38 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเห็นได้ว่าคะแนนที่ได้ดีขึ้นเล็กน้อย แต่อันดับดีกว่าเดิมมากเมื่อเปรียบเทียบจากปีที่แล้วซึ่งได้อันดับที่ 102 ในระดับโลก และอันดับที่ 16 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันเป็นวิธีการที่ใช้กระตุ้นความสนใจ ของผู้คนทั่วโลกต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
ซึ่งการที่อันดับของประเทศไทยเลื่อนขึ้น เป็นเพราะหลายประเทศที่เคยมีคะแนนเท่ากัน หรือมากกว่าในปีที่แล้วได้คะแนนเท่าเดิม หรือบางประเทศกลับได้คะแนนลดลงหรือเพิ่มขึ้น แต่ยังน้อยกว่าไทย ซึ่งอาจหมายถึงช่วงปีที่ผ่านมา หลายภาคส่วนได้พยายามมีส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหา และเห็นผลของการแก้ปัญหาบางด้าน รวมถึงการตื่นตัวของภาคธุรกิจในการต่อต้านการทุจริต อีกทั้งคนไทยจำนวนมากแสดงความรู้สึกไม่พอใจต่อการทุจริตคอร์รัปชัน และแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน
ขณะที่นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แสดงความพอใจกับผลคะแนนที่ออกมา แม้ตัวเลขลำดับคะแนนจะเพิ่มไม่มากแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยปัจจัยทางบวก จากนโยบายรัฐบาลที่มีความชัดเจนมากขึ้นในการปราบปรามทุจริต รวมทั้งการปฏิรูปไม่ว่าจะด้านไหนจะมีเรื่องการปราบปรามทุจริตแทรกอยู่ทุกด้าน รวมถึงภาคประชาชนได้เห็นการขับเคลื่อนภาพรวมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยประเทศไทยตั้งเป้ายุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 ปี 2560 จะต้องได้ดัชนีชี้วัด 50 คะแนน และติดอันดับ 1 ใน 50
ส่วนนายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข กรรมการ บมจ.ทีโอที ระบุว่า กรรมการชุดใหม่ที่เข้าทำงานประมาณ 3 เดือน ให้ความสำคัญเรื่องการกำจัดคอร์รัปชันให้หมดไปจากทีโอที โดยเข้าตรวจสอบรายละเอียดโครงการต่างๆ และพบหลายโครงการส่อเค้าทุจริต ทั้งคาดว่าจะมีมูลค่าความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยยอมรับว่าการทุจริตส่วนใหญ่มาจากปัจจัยภายใน เช่น การทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง การเอื้อผลประโยชน์โครงการต่างๆ ให้พวกพ้อง แต่ส่วนที่มาจากปัจจัยภายนอกมีมูลค่าน้อยมาก เช่น การลักลอบตัดสายเคเบิล มูลค่าปีละประมาณ 120 ล้านบาท ยังไม่รวมการเสียค่าบำรุงรักษากรณีสายที่ถูกตัดอีกมูลค่าปีละ 200-300 ล้านบาท
จากตัวอย่างของทีโอที หน่วยงานอื่นๆ ที่ตั้งเป้าจะปราบทุจริตคอร์รัปชัน ควรต้องหันกลับไปมองภายในองค์กรของตัวเองเป็นหลักว่ามีช่องโหว่ หนทางรั่วไหลใดๆ บ้าง เพราะจากข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏไม่ว่าการกระทำผิดรูปแบบต่างๆ หรือเหตุผิดพลาดใดๆ ตลอดจนการทุจริตฉ้อฉลนั้น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ส่วนใหญ่ทั้งระบบออฟไลน์ และออนไลน์มักเกิดจากภายใน หรือคนในเป็นหลัก เนื่องจากเป็นคนที่ใกล้ชิดกับสถานที่ ทราบช่องทาง จุดอ่อนที่เข้าทำลาย จู่โจม ประสงค์ร้ายได้ง่ายที่สุด ดังนั้น การกำจัดขยะภายในย่อมเป็นหนทางแห่งการทำภาพจริงที่โปร่งใสให้ปรากฏได้ดีกว่าสร้างภาพลักษณ์สวยหรู แต่เปราะบาง








