ยังคงเป็นความเคลื่อนไหวที่สังคมติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีสะท้านสะเทือนวงการสีกากี จนดังไกลไปถึงต่างประเทศ
อย่างการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กับพวก โดยมีการกล่าวหาว่ากระทำผิดในข้อหาฉกรรจ์หลายข้อหาด้วยกัน
+++ ล่าสุด นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เผยผลตรวจของกลางกว่า 3 หมื่นชิ้น พบว่าเป็น "ของจริง" ประมาณเกือบ 70 รายการ เป็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเก่าแก่ ประเมินคร่าวๆ มูลค่า 50 ล้านบาท แต่มีมากกว่าครึ่งเป็นของทำ "เลียนแบบ" ขึ้นมา
+++ ของกลางเหล่านี้ผ่านการพิสูจน์ยืนยันแล้ว แต่ยังไม่จบ เพราะต้องตรวจสอบ "ที่มาที่ไป" อีก หากลักลอบนำเข้ามีความผิดตามกฎหมายศุลกากร เพิ่มเข้าไปอีกหลายกระทง
+++ เมื่อพูดถึง "ของกลาง" ในคดีนี้ แม้ด้านหนึ่งจะผ่านการตรวจสอบแล้ว แต่ก็มีอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับของกลางที่ระยะหลังใครต่อใครคงอดคิด อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร
+++ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "เงินสด" ที่พูดกันว่ามี "อื้อซ่า" ระดับเป็น "พันล้าน-หมื่นล้าน" จนถึงวันนี้ยังจับต้องไม่ได้ แม้กระทั่ง "เงินสดก้อนหนึ่ง" ในภาพวันแถลงข่าวเปิดเผยของกลางในคดี หรือ "บัญชีธนาคาร" ก็ไม่มีการแถลงไขในรายละเอียด อย่างหลังนี้ไม่มีการพูดถึง
+++ ที่พูดถึงเรื่องนี้เพราะมีการกล่าวหาว่าเงินหรือทรัพย์สินของกลางเชื่อมโยงกับ "ส่วยน้ำมันเถื่อน" ซึ่งพัวพันกับการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงจึงต้องว่ากันด้วย "พยาน-หลักฐาน" ไม่ใช่พูดลอยๆ และสิ่งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงจังและจริงใจของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ว่า "ใหญ่แค่ไหนก็จะจับ" ทำได้ตามที่ลั่นวาจาหรือไม่
+++ พูดถึงการปราบสินบนน้ำมันเถื่อนแล้ว ใครที่ได้ฟังคำสัมภาษณ์ของผู้นำสีกากีก็อดคิดไม่ได้เช่นกัน เพราะวัน "กางบัญชีส่วย" พูดเสียงดังฟังชัดว่าจะดูเฉพาะในส่วนของตำรวจ และต้องมีพยานหลักฐาน จะใช้บัญชีที่เขียนขึ้นฝ่ายเดียวมาเป็นหลักดำเนินการไม่ได้...แล้วหน่วยอื่นๆ ที่ถูกพาดพิงถึงในบัญชีตำรวจจะปล่อยไป ไม่มีการสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สมกับเป็น "ต้นธาร" กระบวนการยุติธรรม กระนั้นหรือ
+++ เห็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับ "วรรคทอง" ผบ.ตร. ใน "โลกออนไลน์" จึงขอหยิบยกมานำเสนอ โดยเฟซบุ๊ค Thailand police story อัพเดทอาการของ ร.ต.ต.ธีรเดช เล็กภู่ ตำรวจเตะระเบิดขณะขอคืนพื้นที่บนสะพานผ่านฟ้า เมื่อ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา
+++ ผ่านมา 9 เดือนแล้วยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ล่าสุดสามารถฝึกยืนบนเตียงได้แล้วในระดับ 70 องศา นิ้วเท้าด้านซ้ายที่ใช้เตะ ถูกตัดไปอย่างละหนึ่งข้อ ส่วนนิ้วโป้งของเท้าขวาถูกแรงระเบิดทำให้นิ้วผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด นิ้วจะตึงรั้งและชาไม่ค่อยรู้สึก เนื่องจากเส้นประสาทถูกทำลาย
+++ ข้อความในโพสต์ตอนหนึ่งระบุว่า สิ่งที่สูญเสียไปแล้วคงนำกลับมาไม่ได้ สิ่งที่มีอยู่คือกำลังใจที่จะสู้ต่อไปและการจับคนที่ขว้างระเบิดหน้าเต็นท์มาลงโทษให้ได้ ทุกคนยังฝากความหวังไว้ที่ พล.ต.อ.สมยศ ซึ่งย้ำชัดเจนว่า "ในอดีตไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่ยุคผม ใหญ่แค่ไหนก็ต้องจับ"
+++ ปิดท้ายคอลัมน์ ดร.กมลพรรณ แสงมหาชัย ผู้อำนวยการศูนย์การจัดการพลังงานและเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนไปร่วมงาน "พลังแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวา" ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช วันที่ 5 ธ.ค.
+++ ในงานมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย โดยผู้ร่วมงานที่ลงทะเบียนจะได้รับพระบรมสารีริกธาตุบูชาเป็นสิริมงคลคนละ 1 องค์ มีจำนวนจำกัดแค่ 1,987 องค์เท่านั้น






