วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐเดินเกมปฏิรูปพลังงานคู่ขนาน

เห็นรายชื่อของกรรมาธิการ ด้านพลังงาน ของสปช.ทั้ง 14 คนที่ประกอบด้วย 1. นายทองฉัตร หงส์ลดารมภ์

2. นายคุรุจิต นาครทรรพ 3. นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ 4. นายเจน นำชัยศิริ 5. นายมนูญ ศิริวรรณ 6. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ 7. นายดุสิต เครืองาม 8. นายวิบูลย์ คูหิรัญ 9. นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 10. นายอลงกรณ์ พลบุตร 11. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล 12. พล.อ. เลิศรัตน์ รัตนวานิช 13. พล.อ. ประสูติ รัศมีแพทย์ 14. น.ส.รสนา โตสิตระกูล ก็พอจะเห็นทิศทางการปฏิรูปพลังงานที่จะออกมาในอนาคต ว่าจะเป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านต่างๆที่กระทรวงพลังงานกำลังจัดทำอยู่ในขณะนี้

ที่บอกเอาไว้เช่นนั้น ก็เพราะบุคคลส่วนใหญ่กว่าสิบคนในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์อยู่ในแวดวงพลังงานมาก่อน ส่วนที่จะมีเสียงที่แตกต่างออกไปค่อนข้างชัดเจน เพราะมีจุดยืนคัดค้านแนวทางของกระทรวงพลังงานมาตั้งแต่ต้น ทั้งการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21หรือการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและแอลพีจีรวมทั้งเรื่องการคืนท่อก๊าซของปตท.นั้นน่าจะมีเหลือแต่เพียง น.ส.รสนา โตสิตระกูล เพียงคนเดียว

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่า รัฐบาลสามารถที่จะเดินหน้านโยบายพลังงานได้อย่างเต็มที่ตามที่ได้ประกาศเอาไว้ ทั้งในเวทีของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จะมีการระบุประเด็นสำคัญลงไปในรัฐธรรมนูญ การเสนอให้สภานิติบัญัติแห่งชาติออกกฏหมายใหม่หรือแก้ไขกฏหมายเดิม และเวทีการบริหารจัดการภายใต้กระทรวงพลังงาน ที่มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นหัวขบวน

แผนยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านพลังงาน ที่จะเป็นแนวทางในการปฏิบัติไปอีก20ปีข้างหน้า วางเอาไว้5แผน คือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือแผนพีดีพี, แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน,แผนอนุรักษ์พลังงาน, แผนก๊าซธรรมชาติ และแผนน้ำมัน จะมีการนำเสนอหลักการและสาระสำคัญของแผนเบื้องต้นเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ให้อนุมัติ ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยภาพรวมแล้วจะพยายามลดการนำเข้าพลังงานลงให้ได้มากที่สุด ส่งเสริมให้เกิดการใช้อย่างมีประสิทธิภาพและหาแหล่งพลังงานที่มีต้นทุนราคาพลังงานเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ

ส่วนการทำงานของฝั่งสปช. มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 4ด้าน คือ ด้านการปฏิรูปโครงสร้างปิโตรเลียม ,การปฏิรูปโครงสร้างกิจการพลังงาน,การปฏิรูปโครงสร้างกิจการไฟฟ้า และการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสอดคล้องทั้ง5แผนที่กระทรวงพลังงานวางไว้ งานนี้ กระทรวงพลังงานจึงสามารถที่จะเดินหน้านโยบายของตัวเองได้โดยไม่ต้องรอ สภาปฏิรูปแห่งชาติ

อย่างไรก็ตามเกมนี้ใช่ว่ากลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนจะยอมให้รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปพลังงานตามแนวทางของตนได้โดยง่าย เพราะมีการรวมกลุ่มแกนนำที่มีบทบาทเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในภาคการเมืองและสังคมและตั้งเป็นสถาบันปฏิรูปประเทศไทยหรือสปท.ที่มีน.ส.รสนา เป็นหนึ่งในแกนนำนี้ด้วย โดย หากแผนการปฏิรูปพลังงานที่ออกมา สวนทางกับสิ่งที่ภาคประชาชนเรียกร้อง กระแสการคัดค้านนอก สปช.ก็น่าจะมีความเข้มข้นขึ้นในขณะเดียวกันมีตัวละครใหม่ซึ่งยังมีต้นทุนทางสังคม อย่างนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง เข้ามาเสริมทัพ ช่วยขุดคุ้ยวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเรื่องพลังงานให้กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจของสังคม เป็นช่วงๆ

เมื่อรัฐเดินเกมปฏิรูปพลังงานแบบคู่ขนาน ในขณะที่ฝั่งเครือข่ายภาคประชาชนก็พลิกเกมสู้ เรื่องของพลังงานจึงหลีกไม่พ้นที่จะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถกเถียงกันในสังคมสังคมต่อไป มองในแง่ดีก็ทำให้ประชาชนตื่นตัวและหันมาสนใจข้อมูลทางด้านพลังงานที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมากขึ้น ผลเสียก็คือหากมีข้อมูลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่อธิบายได้ทางวิชาการถูกบิดเบือนเหมือนที่ผ่านมา ก็อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด จึงมีนักวิชาการด้านพลังงานบางท่านเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายแยกข้อเท็จจริงทางวิชาการ ออกมาจากประเด็นความขัดแย้ง เพื่อให้ประชาชนมองปัญหา และเข้าใจสถานการณ์พลังงาน ที่จะเป็นวิกฤติของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างถูกต้อง