วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สังคมสารสนเทศ 2020

ภาคีสหภาพโทรคมนาคมสากล ได้หารือกันว่าจะตั้งเป้าหมายสำหรับการพัฒนาให้ผู้คนในโลกนี้ดำรงชีวิตในสังคม

ที่สามารถใช้งานสารสนเทศได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันอย่างไรดี โดยได้เลือกปี 2020 เป็นปีเป้าหมาย และตกลงกันไว้ในเบื้องต้นว่าอีกหกปี จะช่วยกันทำให้ครัวเรือนในโลกนี้จะมีอินเทอร์เน็ตใช้งานในบ้าน มากกว่า 55%

โดยในประเทศกำลังพัฒนาจะมีครึ่งหนึ่งของครัวเรือนในประเทศนั้นที่จะมีอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ที่บ้าน ถ้านับเป็นตัวบุคคล แทนที่จะนับครัวเรือนก็ตั้งเป้าไว้ว่า ในโลกนี้ที่มีทั้งบ้านเมืองที่เจริญแล้ว และบ้านเมืองที่ยังลุ่มๆ ดอนๆ พัฒนายังไม่เสร็จเสียที จะมีคนที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตลอดเวลา ไม่น้อยกว่า 60% และมี 50% ของคนในประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตลอดเวลาสำหรับราคาค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์จะไม่เกินห้าเปอร์เซ็นต์ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พื้นที่ให้บริการจะไม่น้อยกว่า 90% ของพื้นที่ทั้งในเมือง และชนบท

คนเมืองคนชนบทจะมีโอกาสเท่าเทียมกันในการใช้งานอินเทอร์เน็ตรวมทั้งสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัย เพราะจะมีการดูแลความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตดีขึ้นกว่าวันนี้มากกว่า 40% อีกทั้ง ยังใช้ได้อย่างสบายในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ลงกึ่งหนึ่งอีกด้วย ไอทียูยังบอกด้วยว่าถ้ามีสังคมสารสนเทศตามเป้าหมายนี้ได้จริง กิจการที่จะก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างมีนัยสำคัญ จะครอบคลุมถึงการเงิน การค้าขาย การสาธารณสุข และการเกษตร จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในวงการดังกล่าว

ตามข้อมูลที่ไอทียูเผยแพร่ผ่านการจัดอันดับ Information Development Index 2014 วันนี้บ้านเราหนึ่งร้อยบ้านจะมีอินเทอร์เน็ตใช้งานอยู่มากกว่าห้าสิบสองบ้านโดยผ่านบรอดแบนด์ไร้สาย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณสี่สิบหลัง ในคนหนึ่งร้อยคน เรามีคนที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตลอดเวลา ทั้งมีสายไร้สายเกือบสามสิบคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วราวสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งดูไม่ค่อยสอดคล้องกับตัวเลขจำนวนบ้านที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าตัว เดาว่ามาจากการเปิดบริการสามจีทั่วประเทศนั่นเอง ซึ่งถ้าเชื่อตัวเลขที่ไอทียูให้ไว้ บ้านเราก้าวเกินเป้าหมายสังคมสารสนเทศ 2020 ในเรื่องจำนวนครัวเรือนที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานไปแล้ว สำหรับประเทศกำลังพัฒนา แต่ยังขาดอีกสามสี่เปอร์เซ็นต์ที่จะบรรลุเป้าหมายสำหรับค่าเฉลี่ยของโลก

สรุปอย่างง่ายๆ ว่าวันนี้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนา แต่ยังด้อยกว่าค่าเฉลี่ย เก่งกว่าคนเรียนไม่เก่งด้วยกัน แต่เก่งน้อยกว่าคนอื่นโดยเฉลี่ย ที่น่าแปลกใจคือจำนวนคนที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตลอดเวลา ที่เรายังอยู่ห่างจากเป้าหมายของไอทียูอยู่มาก ขาดไปอีกประมาณสามสิบคนจากหนึ่งร้อยคน และถ้าเชื่อว่าอัตราการเพิ่มขึ้นจะเหมือนกับปีที่ผ่านมา และบ้านเราไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงต่างไปจากเดิมมากนัก อีกหกปีเราก็จะมีคนที่มีอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตลอดเวลา เพิ่มขึ้นเป็นเกือบห้าสิบคนจากหนึ่งร้อยคน ใกล้กับเป้าหมายสำหรับประเทศกำลังพัฒนา แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบสิบคน

สำหรับค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น อยู่ที่เกือบสามเปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือนของผู้คนโดยเฉลี่ย แต่เพิ่มสูงถึงกว่าเจ็ดเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มคนที่มีรายน้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์แรก ค่าใช้บริการนี้เป็นแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของรายได้ของคนที่มีรายได้สูงยี่สิบเปอร์เซ็นต์แรก ซึ่งเราดีกว่าเป้าหมายของไอทียูแล้วโดยเฉลี่ย แต่ยังบอกไม่ได้ว่าแพงหรือไม่แพง เลยต้องบอกเพิ่มว่ามีคนเกือบสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ค่าอินเทอร์เน็ตนี้คิดเป็นต่ำกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายในแต่ละเดือน คนเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ค่าอินเทอร์เน็ตแต่ละเดือนอาจสูงถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของรายจ่าย จ่ายเงินเดือนละหมื่นบาท เอาไปจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตพันบาท อีกเก้าพันไว้จ่ายค่ากินอยู่ เดินทางหาเสื้อผ้า รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เที่ยว ซึ่งคงเห็นว่าค่าอินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนสูงสำหรับค่าใช้จ่ายของคนส่วนใหญ่ในบ้านเรา ถ้าเป็นบ้านเมืองที่พัฒนาแล้ว ตัวเลขจะอยู่ไม่เกินห้าเปอร์เซ็นต์สำหรับคนแทบทั้งหมด

ใครต่อใครที่กำลังคุยเรื่องปรับนั่นปรับนี่ จะได้ตั้งเป้าหมายได้ว่าจะปรับสังคมสารสนเทศในบ้านเราให้เท่าเทียมกับบ้านเมืองที่กำลังพัฒนา หรือจะปรับเปลี่ยนให้บ้านเราเทียบเท่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายสำหรับบ้านเมืองที่กำลังพัฒนา ที่สำคัญคือจะได้ไม่ตั้งเป้าหมายเชยๆ ที่ต่ำต้อยกว่าที่ไอทียูตั้งเป้าเอาไว้แล้ว ส่วนคนทำมาหากินจะได้รู้ว่าวันหน้าการงานของเราที่เกี่ยวข้องกับคนที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลานั้นมีมากน้อยแค่ไหน จะต้องตระเตรียมสินค้าและบริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้อย่างไรให้มีเวลาคิด มีเวลาทดลองตลาดก่อนล่วงหน้าจะได้ไม่สูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย แค่ตระหนักไว้สักหน่อย โชคดีอาจมองเห็นหนทางใหม่ๆ จากการที่มีผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมสารสนเทศเพิ่มขึ้น

ขอเน้นว่าไม่ได้บอกว่าให้ไปแย่งกันทำบริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ได้บอกให้แย่งกันสร้างโครงข่าย แต่บอกว่าให้เตรียมตัวเสนอบริการที่เพิ่มมูลค่าให้กับข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่ในมือแล้ว บอกว่าให้หาทางหารายได้ใหม่จากการใช้สารสนเทศที่มีอยู่

วันนี้บางคนกำลังพูดถึงเศรษฐกิจแบบดิจิทัลด้วยความภาคภูมิใจ คิดจะปรับตรงนั้นปรับตรงนี้ ขอได้โปรดดูก่อนเถอะว่าแค่เป้าหมายง่ายๆ ของไอทียูนี่เราจะไปถึงได้หรือไม่ และจะถึงแบบพัฒนาแล้ว หรือด้อยพัฒนากันแน่