เสียงกลอนสะท้อนการณ์ (ข้าว) พ.ศ.2513-2519

เสียงกลอนสะท้อนการณ์ (ข้าว) พ.ศ.2513-2519

มีบทกลอนจำนวนหนึ่งเขียนในช่วงสำคัญ ก่อนและเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ก็ 40 กว่าปีมาแล้ว

เป็น “จดหมายเหตุ” ของคนธรรมดาสามัญที่ดีมากๆ ทีเดียว

กลอนที่เกี่ยวกับข้าวและคนกินข้าว ยัง “ร่วมสมัย” สะท้อนการณ์ได้ดีเยี่ยม ราวกับว่าเราก้าวล่วง 40 ปีมาอย่าง “ยิ่งเปลี่ยน ยิ่งเหมือนเดิม” อาจหนักหนากว่าเดิมอีก จึงพูดไม่ออกหรอกว่าดีใจกับฝีมือกลอนข้ามกาลเวลา เพราะว่าใจเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ขอชื่นชมนักกลอน “จดหมายเหตุ” อย่างยิ่ง

“คนกินข้าวซื้อข้าวจะเอาถูก โอ้คนปลูกคนทำน้ำตาตก ยิ่งคนกลางต่างคนมัดมือชก ควรเห็นอกเห็นใจได้หรือยัง” (25/4/14)

“คนกลาง” หมายถึงใคร ลองอ่านหัวข่าว “ร่วมสมัย” หน้าหนึ่ง ไทยรัฐ (30/3/14) “แฉ “เหลือบ” ชาวนา เป็นข้าราชการโกงโควตาซื้อข้าว ทำบัญชี “ผี” แอบซื้อกันเอง แล้วรับเงินไปเสร็จ” ในขณะที่ สรุปข่าวจาก นสพ.ประชาชาติ (1/5/14) มีว่า “3 ส.ส. เรียกประชุมนอกสภาเป็นครั้งแรกในประวัติทั้งหมด 71 คน ผนึกกำลังเพื่อแก้ปัญหาเรื่องข้าว เสนอปลดข้าราชการ ปราบทุจริต แก้ไขภาวะชาวนาด่วน เสนอขับไล่รัฐบาล ถ้ารัฐบาลแก้ไขไม่ได้”

ช่วงมิถุนายน-สิงหาคม 2516 ข้าวขาดตลาด ไทยรัฐ (2/8/2516) จั่วหัวข่าวว่า “จะใช้ ม.17 จัดการพ่อค้าข้าวทำให้ชาวกรุงปั่นป่วน ผิดฐานก่อความไม่สงบ เอาผิดข้าราชการร่วมมือพ่อค้ากักตุนข้าวด้วย รอง อตร. ต้องจับใส่คุกให้กินเงินแทน”

ในสถานการณ์ขาดข้าว สภาพคนกินข้าวเป็นดังนี้ “คนแย่งกันพัลวันพากันแย่ง แย่งกันแซงคิวแย่งยื้อซื้อข้าวสาร แย่งกันไปแย่งกันมาน่ารำคาญ แย่งอีกนานสักเท่าไรไม่แย่งกัน” (16/9/16)

เสียงสะท้อนอย่างช้ำใจให้ชาวนามีว่า “สักวาเหนื่อยยากลำบากแสน เขายังแค่นค่อนว่าเป็นตาสี ปลูกข้าวเลี้ยงเขามาชั่วตาปี เกียรติที่มีต่ำต้อยด้อยเหลือเกิน ข้าวเปลือกถูกข้าวสารแพงแรงแทบดิ้น หยาดเหงื่อรินไหลตกอย่างงกเงิ่น ดอกเบี้ยงอกออกพราวทุกก้าวเดิน คล้ายพะเนินเหล็กทับบ่าชาวนาเอย” (10/2/17)

ในการแก้ปัญหา “ดร.ป๋วย เสนอเปลี่ยน “นโยบายข้าว” ช่วยชาวนา แนะรัฐบาลไม่ควรค้าข้าว ให้ลดพรีเมี่ยม ปฏิรูปที่ดิน” ไทยรัฐ (2/4/17)

แต่ว่าปลายปี 2517 ช่วงเกี่ยวข้าว นั้นเอง “ชาวนายึดสนามหลวงประท้วง โจมตีรัฐไม่ช่วยจริง” ไทยรัฐ (19/11/17) “อาชีวะ หนุนชาวนา ประกาศพร้อมช่วยทุกอย่างเพื่อการเรียกร้อง นศ.ขอพบนายกฯอีก อาชีวะส่วนใหญ่เห็นใจ ชาวนาทุกภาคตั้งสหพันธ์” ประชาชาติ (25/11/17)

ชาวนาในปีถัดมา สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ หน้าหนึ่ง ไทยรัฐ (18/5/18) “ชาวนาถูกรีดหนักตั้งป้อมสู้ หวั่นนองเลือด” และแล้ว “รัฐบาลปฏิเสธข้อเรียกร้องโดยสิ้นเชิง ชาวนาเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม” ไทยรัฐ (22/5/18)

เสียงกลอนสะท้อนความรู้สึกอับจนคับแค้นมีว่า “อนาถเอ๋ยชาวนา เปล่งวาจาเอ่ยอ้าง ขอสิทธิ์ขอเสียงบ้าง ที่แพ้เปรียบเขา แต่ไร้เงาความหวัง ทางรัฐยังไม่แจ้ง ปากช่วยน้ำใจแล้ง หลบลี้เลือนเมิน ยากเกินจะช่วยเหลือ เหตุนายเรือรัฐนั้น กว่าครึ่งคือชนชั้น ชาติเชื้อนายทุน” (8/6/18)

โปรดสังเกต “น้ำเสียง” วรรคสุดท้ายระบุ “ชาติเชื้อ” นายทุน หมายถึงใครอาชีพใดก็ได้ เช่น ข้าราชการ นักการเมือง นายพล นายหน้า ฯลฯ ที่มีชาติ มีเชื้อ “นายทุน” ไม่เจาะจงเฉพาะ “ชนชั้น” นายทุน เท่านั้น

“ทุน” ใดเล่าจะเท่ากับทุนที่ดินสำหรับชาวนา หัวข่าว ไทยรัฐ 22/5/18 มีว่า “ชาวนาเผยเจออำนาจกดขี่สมัยปู่ย่า ชี้ ที่ดิน ยึดเอาดื้อๆ ลำเค็ญถึงชั่วหลาน จำต้องเช่านาตัวเองทำ น้ำตาตก วัวควายถูกริบ”

สถานการณ์เรื่องข้าว ชาวนา นายทุน รัฐบาล ฯ เขม็งเกลียวขึ้นอีก “ชาวนาร้องข้าวถูกกดราคาขายไม่ออก” ไทยรัฐ (11/7/18) “เผยรายชื่อ 20 ผู้นำชาวนาถูกฆ่าโหด” ไทยรัฐ (27/7/18) “ยิงผู้นำชาวนาดับอีก 1 รายที่ 11 ของภาคเหนือ” ไทยรัฐ (13/8/18)

นักกลอนจาก นครศรีธรรมราช คารวาลัย เมื่อ 7/9/18 ว่า “สักวาชาวนาน่ารันทด เลือดแดงสดหยดลงตรงอีสาน ทั้งภาคเหนือเหลือแสนทรมาน ใครบงการเข่นฆ่าประชาชี ชีวิตต้องสังเวย “อำนาจเถื่อน” “ยุติธรรม” จึงเลือนเหมือนหลีกหนี ดิ้นรนเพื่ออิสรเสรี แต่ต้องพลีชีพถมจมนาเอย”

ปีสองปีมานี้ ชาวนาไม่ถูกยิงตาย แต่การจำนำข้าว ที่ “คอร์รัปชัน” ทั้งนโยบายและภาคปฏิบัติ รัฐบาลเอาข้าวของชาวนาไปแต่ค้างจ่ายเงินค่าข้าวข้ามปี ชาวนาสิบกว่าคนเข้าตาจนถึงกับปลิดชีพตนเอง

เสียงกลอนสะท้อนการณ์ รวมบทกลอนเลือกสรรของนิตยสาร สตรีสาร พ.ศ.2513-2519 หนา 640 หน้า ทำหน้าที่ “จดหมายเหตุ” มาถึง พ.ศ. 2519 ไม่เฉพาะแต่เรื่องข้าว มีเรื่องอื่นๆ อีกมาก เช่น น้ำท่วม ตัดป่า ทำแท้ง คอร์รัปชัน ยุบสภา ประชาธิปไตย ปัญหาภาคใต้ ฯลฯ รวมทั้งสภาปฏิรูปฯ (หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519) ไทยรัฐ 10/12/19 จั่วหัวข่าวว่า “นศ.แบกป้ายหน้ารัฐสภา อ้างพระราชดำรัส ร.7 เตือนสมาชิกสภาปฏิรูปฯ”

ใช้เวลารวบรวมเป็นสิบปีอย่างมีวิสัยทัศน์ โดย งามพิศ จากาซินสกี้ จารุวรรณ แองเกิ้ล ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 จำหน่ายมอบรายได้ให้มูลนิธิเด็กแห่งประเทศไทย “... เพื่อให้ผลงานของนักกลอนผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในอดีต ได้มีส่วนช่วยเหลือค้ำจุน ส่งเสริมและอำนวยประโยชน์ให้แก่เยาวชนไทย เป็นสื่อสัมพันธ์เสมือนสายใยที่เชื่อมโยง “เยาวชน” จากอดีตสู่ปัจจุบัน ...”

เสียงกลอนบทสุดท้ายในเล่ม ลงวันที่ 26/12/19

“สักวาสามัคคีเถิดพี่น้อง แผ่นดินทองของไทยจะไพศาล มาร่วมจิตคิดไล่ผองภัยพาล ผู้เป็นมารแผ่นดินให้สิ้นลง ยามบ้านเมืองเคืองเข็ญมากเช่นนี้ สมควรที่ชาวไทยใจสูงส่ง ข้าราชการพึงยึดถือความซื่อตรง เพื่อจะคงเอกราชของชาติเอย”