"ดิจิทัล อีโคโนมี" ยังเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงได้อย่างเรื่อยๆ ด้วยเป็นนโยบายของรัฐบาล
ที่ดูจะขึงขัง และต้องการให้สัมฤทธิผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
วันก่อน "ซิกเว่ เบรคเก้" รักษาการซีอีโอ บริษัทโทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เล่าให้นักข่าวฟังถึงแผน "ดิจิทัล อีโคโนมี" ที่จะนำไปเสนอ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี
"ซิกเว่" บอกว่า ภาคโทรคมนาคมเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดัน ดิจิทัล อีโคโนมี ให้เกิดขึ้นได้ แต่ภาครัฐต้องชัดเจนในแนวทาง กำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ควรมุ่งเน้นผลักดันให้ "ไทย" เป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนให้ได้ อาศัยจุดแข็งที่มีอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้เทคโนโลยี ปริมาณการใช้ดาต้าบนอุปกรณ์พกพาที่สูงขึ้นจนติดอันดับท็อปๆ ในภูมิภาค
"ไทยน่าจะไปได้เร็ว เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ภาพใหญ่ที่ไทยควรต้องมอง คือ ตั้งเป้าเป็นผู้นำดิจิทัล อีโคโนมีในอาเซียน รัฐบาลต้องมีวิชั่นที่ก้าวไกล ทะเยอทะยาน ซึ่งไทยยังตามหลังมาเลเซียอยู่ ไม่มีเหตุผลที่ไทยยังต้องตามหลังเพื่อนบ้านอีกแล้ว ต้องตั้งเป้าให้ไทยเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนให้ได้"
และบอกว่า อย่างน้อยรัฐบาลน่าจะฟังและรับข้อเสนอ 2 เรื่องหลัก คือ 1.อินฟราสตรัคเจอร์แชร์ริ่ง และ 2.ประมูล 4 จีปีหน้า โมเดล "อินฟราสตรัคเจอร์ แชร์ริ่ง" คือการดึงองค์กร เอกชน ที่มีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง ไฟเบอร์ออฟติค เช่น ทีโอที แคท การไฟฟ้า รวมถึงโอเปอเรเตอร์ มารวมกันตั้งเป็น "โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงแห่งชาติ" และแชร์โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ร่วมกัน ลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน ทั้งควรต้องพิจารณารูปแบบลงทุนใหม่ๆ ระหว่างภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และรัฐบาล ในการให้บริการ และใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน
ซิกเว่ ยกตัวอย่าง คล้ายๆ "เทเลคอมพูล" (Telecom pool) ที่ในวงการเคยพูดถึงเมื่อ 2-3 ปีก่อน ทีโอที และแคทจะเป็นเน็ตเวิร์ค โพรวายเดอร์ ขณะที่ทรัพย์สินของเอกชน เช่น เสาต่างๆ ที่ยังอยู่ในสัมปทานก็ขายให้เอกชนมาดำเนินการเอง เพราะปัจจุบันเอกชนก็ตะบี้ตะบันสร้างเสาสัญญาณเองอยู่แล้ว หรือจะเอาทรัพย์สินที่มีมารวมกันตั้งเป็นทาวเวอร์โค ถ้านับเฉพาะเสาสัญญาณทั้งหมดทุกรายรวมน่าจะมีกว่า 6-7 หมื่นเสาครอบคลุมการใช้งานมากทีเดียว
ขณะที่ แนวทางหนึ่ง คือ ตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐ หรือ ทีโอที กสท กับเอกชน เพื่อให้แต่ละค่ายนำเสาโทรคมนาคมมาใช้งานร่วมกันได้ ซิกเว่มั่นใจว่า ถ้าทำในแนวทางลักษณะนี้ ท้ายที่สุดเอกชนจะมีความคล่องตัวในการแข่งครีเอทบริการไปสู่กลุ่มลูกค้าปลายทาง (ลาสไมล์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกเรื่องที่สำคัญ คือ ประมูล 4จี คลื่น 1800 และคลื่น 900 ที่ควรต้องเกิดในครึ่งปีแรกของปี 2558 เพื่อให้มีคลื่นความถี่ที่เพียงพอในการบริการเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยหนุนดิจิทัล อีโคโนมี
ซิกเว่ ยืนยันว่า แผนทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องเดียวกับที่เขาเคยหารือ พูดคุยกับ ผู้บริหารระดับสูงของ เอไอเอส ทรู แคท และทีโอทีมาแล้ว ซึ่งแหล่งข่าวจากเอไอเอสเอง ก็ยอมรับว่า เคยหารือกันจริงๆ เพียงแต่ยังไม่มีรายละเอียด
คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า บทสรุปสุดท้ายของ "ดิจิทัล อีโคโนมี" สไตล์ "ซิกเว่" ที่ "บิ้ว" มาอย่างละเอียด ชัดเจน จะได้รับการตอบรับจากรัฐบาล รวมถึง "เพื่อนๆ ในวงการ" (เห็นไปในทิศทางเดียวกัน) มากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงแค่ "คลื่นกระทบฝั่งที่สุดท้ายก็ผ่านไปอย่างที่คุ้นชินในอุตสาหกรรมนี้"






