วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุกข์ของ..จรัมพร..

ช่วงนี้คงมีข่าวใหญ่ครึกโครม ตามหน้าหนังสือพิมพ์และทีวีกันยกใหญ่ หนีไม่พ้นข่าวการดำเนินคดี

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. กับตำรวจและพลเรือนรวม 10 คน ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง และประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการซื้อขายตำแหน่ง ส่วยน้ำมันเถื่อน และบ่อนการพนัน เรื่องนี้จะตื้นลึกหนาบางแค่ไหนก็ว่ากันไป

แต่ก็มีเรื่องเล็กๆ กับองค์กรที่ไม่เล็กและอาจจะสร้างอาการปวดหัวได้ไม่น้อย ให้กับว่าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย อย่าง จรัมพร โชติกเสถียร ก็เป็นได้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือมีอาการถอดใจเสียก่อน ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ก็น่าจะเข้าไปนั่งบริหารในการบินไทยตำแหน่งดีดีได้แน่นอน

การเข้าไปนั่งบริหารในการบินไทย จรัมพร บอกได้เลยคงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ที่จะสามารถจัดการอะไรได้อย่างที่อยากจะทำ องค์กรแห่งนี้มีอะไรที่ใครๆ ยังไม่รู้อีกมาก

หากมองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นองค์กรที่ใช้ผู้บริหารระดับดีดีเปลืองที่สุด ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเข้าไปด้วยกระบวนการเส้นสายอย่างไร แรกๆ จะมีสภาพแบบหวานชื่น ดูเหมือนกลมเกลียวรักใคร่กัน

เชื่อเถอะไม่เกิน 3-6 เดือน ออกลายไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง ใครต่อใครมักพูดเสมอใช้ "ดีดีเปลือง" ส่วนจะด้วยเหตุผลใดอย่างไร อันนี้ต้องลองไปถามอดีตดีดีการบินไทยแต่ละท่านแล้วจะรู้มันคืออะไร สุดท้ายแล้วอยู่ไม่ยืดสักคน

สำหรับจรัมพร วันนี้อาจจะสดใส (หรือไม่) แต่สักพักคงจะเห็นอะไรที่แปลกแตกตา ปรากฎให้เห็นแน่นอน ช่วงแรกๆ อาจจะเป็นของใหม่ อาจเป็นที่หมายปองของระดับผู้บริหาร หรือแม้แต่พนักงาน เกิดขึ้นแน่ช่วง "ข้าวใหม่ปลามัน"

สิ่งที่ จรัมพร ต้องเร่งบริหารจัดการนั่นคือ ทำอย่างไรที่จะชะลอการขาดทุนของการบินไทยให้ได้ บริการจัดการเพื่อให้โลดแล่นแข่งกับสายการบินอื่นได้อย่างไร ปรับเงินเดือน และโบนัส พนักงาน จะทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้คงจะเป็นเรื่องทดสอบความแข็งแกร่งของ จรัมพร ในฐานะดีดีเป็นแน่นอน

เท่านี้ยังไม่พอ จรัมพร ต้องมีความเก่งและความสามารถในการบริหาร รู้จักบริหารการบินไทยก็ต้องรู้จักบริหาร"ใต้พรม"ด้วย มิฉะนั้นการบริหารอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ หรือเรียกว่าเข้าไม่ถึงองค์กรแห่งนี้ก็เป็นได้

ส่วนอะไรที่อยู่"ใต้พรม" หรือซุกซ่อนอยู่อันนี้เรียกว่า ต้องใช้ความสามารถล้วนๆ บริหารแบบผิวเผิน ก็คงจะได้รับแบบผิวเผิน บอกได้เลยองค์กรนี้ไม่ธรรมดา

ปกติแล้วใครก็ตามก่อนที่จะตัดสินใจไปรับตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ในการบินไทย ส่วนใหญ่มักใช้เวลาในการเข้าไปศึกษาข้อมูลสักระยะหนึ่ง เพื่อเรียนรู้การบริหารงานภายในองค์กร เรียกง่ายๆ ว่าทดสอบเรียนรู้นั่นเอง แม้แต่ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตดีดีการบินไทย ที่ว่าแน่ๆยังแอบใช้เวลาศึกษาเรียนรู้งานก่อนจะเข้าไปรับหน้าที่เลย แต่สำหรับ จรัมพร ไม่แน่ใจ ว่าได้ทำอะไรก่อนจะตัดสินใจเข้าไปหรือไม่

องค์กรแห่งนี้ยังมีเรื่องราวมากมายที่ต้องศึกษา ทำความเข้าใจก็เพราะเป็นองค์กรขนาดใหญ่อย่างที่รู้ๆ กัน จำนวนพนักงานก็มีอยู่หลายหมื่นชีวิต ฉะนั้นความหลากหลายย่อมมีแน่นอน ส่วนจะหลากหลายแบบไหน รักสามัคคีกันหรือไม่ ต้องถามคนในการบินไทย

แม้คณะกรรมการสรรหาจะมองว่า จรัมพร เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านระบบไอที ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการบินไทย เนื่องด้วยระบบไอทีที่ใช้อยู่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอัตรา ราคาค่าโดยสาร หรือเส้นทางการบิน ให้ทันกับสถานการณ์ ทำให้การบินไทยเสียโอกาสในการแข่งขัน ต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนระยะกลาง และระยะยาวต่อไป เพื่อให้การบินไทยกลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2558 นี่คือเหตุผลที่ได้รับคัดเลือกให้มานั่งในตำแหน่งดีดีการบินไทย

สิ่งเหล่านี้คือ ความคาดหวังว่าจะให้เกิดขึ้น แต่สำหรับจรัมพรแล้วไม่แน่ใจว่า เมื่อเข้าไปแล้ว รู้สึกเป็นทุกขลาภหรือไม่ กับการบริหารงานที่นี่

เอาละระหว่างนี้ก็ต้องส่งแรงใจไปให้จรัมพร เพื่อให้การบริหารงานในการบินไทยลุล่วงไปได้ สามารถแข่งกับสายการบินอื่นๆ ทั่วโลกได้