วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลูกฝังทักษะการทำธุรกิจสู่เยาวชน

การเรียนการสอนเกี่ยวกับธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มทำกันในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้นไม่ได้เริ่มกันตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน

เยาวชนที่จะเติบโตขึ้นเป็นต่อไปส่วนใหญ่ อาจจะไม่ได้รับโอกาสในการรับรู้เกี่ยวกับทักษะและองค์ความรู้ในการทำธุรกิจเลยตลอดช่วงวัยของการศึกษาเลยก็เป็นได้

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเองได้มีโอกาสเข้าร่วมรับทราบและสังเกตการณ์ในความพยายามที่จะสร้างเสริมทักษะในการประกอบธุรกิจให้กับเยาวชนของชาติ ที่นำมาใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมกับเยาวชนของไทยเรา

โดยเป็นความริเริ่มของ องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่เรียกชื่อว่า Junior Achievement Worldwide ผ่าน Junior Achievement Thailand ซึ่งเป็นสาขาดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้นำหลักสูตร JA Company (บริษัทธุรกิจ เจเอ) ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาสำหรับให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนเกิดความเข้าใจถึงความสำคัญของระบบการทำธุรกิจเสรี และฝึกสร้างทักษะที่เป็นมาตรฐานในด้านการประกอบธุรกิจ

และยังจะช่วยให้นักเรียนได้นำทักษะและความรู้ที่ได้เรียนแล้ว มาร่วมเสริมกับทักษะในการประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและคุณธรรม

หลักสูตรนี้พัฒนาขึ้นและได้รับการตอบรับอย่างดีสำหรับนักเรียนระดับมัธยมในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นหลักสูตรนอกเวลาเรียน และเปิดรับสำหรับนักเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการภายหลังเวลาเรียน และทำการสอนโดยครูอาสาสมัครที่คัดเลือกโดย JA Worldwide ว่ามีประสบการณ์และความสามารถในด้านธุรกิจที่เป็นที่ยอมรับของชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่

JA Thailand ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ ได้ปรับปรุงหลักสูตรต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาไทยทั้งหมด และได้นำบริบทของการทำธุรกิจในประเทศไทยมาเสริมเข้ากับหลักสูตรเดิม เพื่อให้นักเรียนได้เกิดทักษะที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้ในชีวิตจริง

โดยผู้สอนในหลักสูตรนี้ จะเป็นครูอาสาสมัครที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของธนาคารกรุงเทพ กลุ่มหนึ่งที่ยินดีสละเวลามาช่วยสอนและถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักเรียนโดยตรงตลอดหลักสูตร

หลักสูตร จะเริ่มถ่ายทอดความรู้และทักษะการทำธุรกิจให้กับนักเรียน โดยเปลี่ยนบรรยากาศในชั้นเรียนตามปกติ ให้กลายเป็นบรรยากาศของที่ประชุมบริษัท ใกล้เคียงกับการประชุมโดยทั่วไปในบริษัทจริง ทั้งในการประชุมระดับฝ่ายหรือระดับหน่วยงาน ระดับทีมผู้บริหารของบริษัท และในระดับการประชุมคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนถึงการประชุมผู้ถือหุ้น

ในการประชุมครั้งแรกๆ ของบริษัท ครูอาสาสมัครจะทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม และในครั้งต่อๆ มา นักเรียนที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท จะทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ส่วนในระดับฝ่าย นักเรียนที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นรองกรรมการผู้จัดการในฝ่ายต่างๆ จะต้องทำหน้าที่เป็นประธานหรือเป็นหัวหน้าในการประชุมของฝ่าย

ส่วนนักเรียนที่ไม่ได้อาสาเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้บริหารของบริษัท จะต้องแบ่งกันไปทำหน้าที่พนักงานในฝ่ายต่างๆ ที่ตนสนใจหรือมีความถนัด โดยนักเรียนทุกคนจะต้องถือหุ้นของบริษัทอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น ซึ่งจะทำให้นักเรียนทุกคนที่แม้ว่าจะเป็นพนักงานของบริษัท แต่ก็จะมีสิทธิเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท

นักเรียนจะได้เรียนรู้ว่า ในการจัดตั้งธุรกิจ จะต้องมีการคำนึงถึงเรื่องคุณค่าที่คาดหวังของบริษัท ที่จะนำไปสู่แนวคิดของการเลือกประเภทธุรกิจ การกำหนดนโยบาย และการเลือก สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่จะมานำเสนอต่อผู้บริโภค เพื่อให้เป็นไปตามคุณค่าที่คาดหวัง และวิสัยทัศน์ของบริษัท ตลอดจนการตั้งชื่อบริษัทที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ทางธุรกิจ

นักเรียนจะได้ฝึกทักษะการระดมทุน โดยการนำใบหุ้นของบริษัทไปจำหน่ายให้กับ ผู้ปกครองหรือญาติผู้ใหญ่ โดยการนำเสนอด้วยคำชี้ชวนที่เชื่อมโยงกับคุณค่า วิสัยทัศน์และนโยบายในการดำเนินธุรกิจ เพื่อนำเงินมาระดมทุนในการบริหารและการผลิตสินค้าหรือบริการไปจำหน่ายจริง

ภายใน 12 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั้นเรียน (หรือ 1 ครั้งการประชุม) ซึ่งจะใช้เวลาครั้งละประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง นักเรียนจะได้รับประสบการณ์จริง ในการวิจัยตลาด การเลือกสินค้าที่จะนำมาผลิตเพื่อจำหน่าย การวิเคราะห์ต้นทุนและกำหนดราคาขาย การตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ไปของเงินทุนของบริษัท การลงมือผลิตสินค้าจริง การควบคุมคุณภาพของสินค้า การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิต การควบคุมปริมาณสินค้าให้เพียงพอ การนำสินค้าไปจำหน่าย การรับฟังเสียงของผู้บริโภคเพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือกระบวนการอื่นๆ ในบริษัท เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และทำให้สินค้าของบริษัทขายได้และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค เพื่อประสบความสำเร็จทางธุรกิจ

บริษัท JA ของนักเรียน จะประกอบด้วย ฝ่ายบริหาร (กรรมการผู้จัดการ และรองกรรมการผู้จัดการรับผิดชอบแต่ละฝ่าย) ฝ่ายการตลาดและการขาย ฝ่ายผลิตและควบคุมคุณภาพ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายการเงิน และฝ่ายประชาสัมพันธ์ ซึ่งนักเรียนจะต้องแบ่งกันทำหน้าที่ในฝ่ายต่างๆ และจะได้รับค่าตอบแทน (เงินเดือน) จากการทำหน้าที่ต่างๆ ในบริษัท

นอกจากนี้ หลักสูตรยังจะให้ประสบการณ์แก่นักเรียนต่อเนื่องไปจนถึงกระบวนการในการยุติการดำเนินธุรกิจเมื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ นักเรียนจะร่วมกันตัดสินใจสัดส่วนของเงินปันผลที่จะมอบคืนให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ครูอาสาสมัครจะแนะนำให้นักเรียนลองคำนึงถึงการนำผลตอบแทนหรือกำไรส่วนหนึ่งของบริษัทเพื่อการช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ความสามารถทางธุรกิจของตนเองเพื่อตอบแทนต่อสังคม ตามความต้องการและด้วยมือของนักเรียนเอง

ธนาคารกรุงเทพ และ JA Thailand ได้ตั้งเป้าหมายนำหลักสูตรนี้ไปเผยแพร่ในปีนี้เป็นครั้งแรก จำนวน 12 โรงเรียน และปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วใน 5 โรงเรียนนำร่อง ได้แก่ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ โรงเรียนสายน้ำผึ้ง โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา และโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก

เป็นที่น่าชื่นชมสำหรับ ธนาคารกรุงเทพ และ JA Thailand ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐานความเข้มแข็งให้กับสังคมผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทย