ข้อมูลใดก็ตามที่เราใส่ไว้ในสมาร์ทโฟน และคลาวด์ ข้อมูลนั้นมีโอกาสที่จะหลุดรั่วออกไปได้เสมอ
ใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟนใช้งานกันทั้งนั้นในวันนี้ และแทบทั้งหมดบันทึกข้อมูลส่วนตัวไว้ในสมาร์ทโฟน หลายคนเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้ในคลาวด์เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งานข้อมูลผ่านอุปกรณ์หลายชนิด หลายคนติดตั้งแอพตามคนอื่นโดยไม่เคยใส่ใจว่าแอพตัวนั้นมีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอะไรบ้าง
วันนี้เราตอบอย่างมั่นใจไม่ได้ว่าข้อมูลส่วนตัวของเรา ที่อยู่ในสมาร์ทโฟน และที่อยู่ในคลาวด์นั้นปลอดภัยมากน้อยเพียงใด แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าให้ละเว้นการบันทึกข้อมูลส่วนตัวไว้ในสมาร์ทโฟน หรือละเว้นการเก็บไว้ในคลาวด์ เพราะเป็นการทวนกระแสการใช้งานอุปกรณ์ชาญฉลาดเหล่านี้ ดังนั้น เราต้องระลึกไว้เป็นเบื้องต้นเสมอว่า ข้อมูลใดก็ตามที่เราใส่ไว้ในสมาร์ทโฟน และคลาวด์ ข้อมูลนั้นมีโอกาสที่จะหลุดรั่วออกไปได้เสมอ เราจะได้ระมัดระวังมากขึ้นกับการใช้ข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัวในสมาร์ทโฟน และคลาวด์ ถ้าคิดว่าข้อมูลใดหลุดรั่วออกไปแล้วตัวฉันเดือดร้อนหนักแน่ๆ ก็ต้องยอมทนลำบากในการเรียกใช้ข้อมูลนั้น อย่าใส่ไว้ในสมาร์ทโฟน หรือเก็บไว้ในคลาวด์อย่างเด็ดขาด ถ้าทนลำบากในการเรียกใช้ข้อมูลนั้นไม่ได้ ให้เก็บในลักษณะที่ตัวเราเข้าใจ แต่คนอื่นถึงจะได้ไปก็ไม่เข้าใจ
วันนี้แต่ละท่านมีรหัสผ่านมากมายหลายชื่อ ทำให้สมาร์ทโฟนกลายเป็นที่สำหรับบันทึกรหัสผ่านทั้งหลายทั้งปวง ทั้งในรูปแบบที่เราจดบันทึกเอง หรือในรูปแบบที่ให้สมาร์ทโฟนช่วยจดจำให้แทน เวลาต้องการใช้รหัสผ่านใดก็เรียกดูได้โดยสะดวก จะไปบันทึกไว้ที่อื่นที่เรียกใช้ยากๆ ก็ไม่ค่อยจะสะดวกนักในการเรียกใช้งาน ดังนั้น ถ้าอยากสะดวกแต่ข้อมูลส่วนตัวยังปลอดภัยต้องละเว้นมิให้สมาร์ทโฟนจดจำรหัสผ่านที่สำคัญแทนตัวเรา แต่สามารถบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟนด้วยตัวเราเองได้ โดยเลือกบันทึกไว้เป็นเอกสารในรูปแบบใดแบบหนึ่งที่สะดวก โดยต้องบันทึกในลักษณะช่วยเตือนความจำ ไม่ใช่บันทึกรหัสผ่านตัวจริง บันทึกไว้แค่อ่านแล้วนึกออกว่ารหัสผ่านที่เราใช้คืออะไร ตัวเราอ่านแล้วนึกถึงข้อมูลส่วนตัวนั้นได้ แต่คนอื่นจะนึกไม่ออก ข้อมูลส่วนตัวของเราก็ปลอดภัยขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง โดยที่ความสะดวกสบายในการเรียกใช้งานไม่ได้น้อยลงไปมากมายนัก
หลักการคือไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวไว้ในสมาร์ทโฟนและคลาวด์ ในรูปแบบที่คนอื่นจะเข้าใจได้หากข้อมูลนั้นหลุดรั่วออกไป เก็บไว้ในรูปแบบช่วยเตือนความจำของเราเท่านั้น
เพื่อป้องกันไม่ให้ใครต่อใครได้ข้อมูลส่วนตัวของเราง่ายๆ อย่าติดตั้งแอพใดๆ โดยไม่ดูก่อนว่าแอพนั้นมีการร้องขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเรา เกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ เป็นแอพเกมส์ แต่ขอเข้าถึงรายชื่อที่เราติดต่อเป็นประจำ ขอเข้าถึงสถานที่ที่เราใช้งาน ขอเข้าถึงรายชื่อเว็บที่เราใช้ประจำ ขอมาแบบนี้ก็รู้ได้แล้วว่าขอเกินการทำหน้าที่เกมส์ ดังนั้น ทุกครั้งก่อนที่จะติดตั้งแอพตัวใหม่ ต้องดูเงื่อนไขในการใช้งาน ดูรายละเอียดที่แอพนั้นร้องขอเข้าถึงให้แน่ใจก่อนว่าไม่เกินความจำเป็นในการทำหน้าที่ตามปกติ
แอพที่ให้ใช้งานฟรี แต่แลกด้วยการดูโฆษณานั้น ไม่เหมือนกับการดูโฆษณาในทีวี ที่จะดูมากดูน้อยก็ไม่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวหลุดรั่วไปกับการโฆษณานั้นได้ โฆษณาที่เราต้องดูแลกกับการใช้แอพนั้นฟรีแท้จริงแล้วเป็นแอพตัวเล็กๆ อีกตัวหนึ่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราในสมาร์ทโฟนได้ โฆษณาหลายตัวไม่ได้บอกให้เรารู้ตัวล่วงหน้าว่าเก็บข้อมูลส่วนตัวอะไรของเราไปบ้าง อย่างน้อยที่สุดก็มักจะเก็บว่าเราใช้งานแอพนั้นที่ไหน ในช่วงเวลาใด เก็บว่าเราโทรไปที่ไหนบ้าง เก็บว่าเราใช้แอพอะไรบ้าง โฆษณาบางตัวถึงขนาดที่เรียกดูรายชื่อคนที่เราติดต่อด้วยบ่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าของฟรีนั้นเราจ่ายด้วยข้อมูลส่วนตัวของเรา แทนการจ่ายเงิน
ดังนั้น อย่าติดตั้งแอพฟรีใดๆ ที่มีโฆษณาติดมาด้วย หากไม่เชื่อใจผู้ผลิตแอพนั้นจริงๆ และอย่าติดตั้งแอพที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ อยากใช้แอพฟรีใดๆ ให้ลองตามค้นดูคำวิจารณ์แอพนั้นก่อน ซึ่งวันนี้คงค้นกันได้ไม่ยากว่าตัวไหนน่าไว้ใจ ตัวไหนท่าทางแปลกๆ ตระหนักไว้เสมอว่าของฟรีจริงๆ นั้น ไม่มีในวงการนี้ เพียงแต่เราจ่ายเงิน หรือเราจ่ายด้วยข้อมูลส่วนตัวของเรา ที่เขานำไปใช้ประโยชน์ต่อในรูปแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งที่แย่ลงไปอีกคือยังไม่มีกลไกใดของบ้านเมืองเราที่จะช่วยดูแลเรื่องนี้ให้กับเรา ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวยังเป็นเรื่องที่เราต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่มีหน่วยงานใดที่มาช่วยดูแลให้กับเรา
ถ้าไม่จำเป็น อย่ายอมให้แอพรับรู้สถานที่ใช้งานของเรา ซึ่งอาจทำให้ใช้งานไม่สะดวกเท่ากับที่อนุญาตให้แอพรับรู้สถานที่ใช้งานของเรา แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไม่มีคนคอยตามว่าเวลาไหน เราอยู่ที่ไหน ยอมลำบากใส่รหัสผ่านทุกครั้งที่มีการใช้งาน ทุกครั้งที่มีการติดตั้งแอพตัวใหม่ เพื่อให้อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไม่มีใครอื่นมาใช้สมาร์ทโฟนของเราโดยไม่รู้ตัว มั่นใจได้ว่าไม่มีใครมาลงแอพเพิ่มขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว
ปราการด่านสุดท้ายที่ต้องตระเตรียมไว้คือ ให้ติดตั้งระบบทำลายข้อมูลในสมาร์ทโฟนผ่านอินเทอร์เน็ต เผื่อไว้ในกรณีที่ทำหาย หรือถูกขโมย จะได้มั่นใจได้ว่าแม้เครื่องจะหลุดมือเราไปแล้ว แต่ข้อมูลส่วนตัวยังอยู่กับเราต่อไป






