วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาชญากรรมพุ่ง-คดีท่วม ปฏิรูปตำรวจทำไมเงียบไป

เสียงเรียกร้องให้ "ปฏิรูปตำรวจ" ดังขึ้นเป็นประเด็นแรกๆ เมื่อครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมือง

ก่อนการรัฐประหาร แต่พอนานวันประเด็นนี้เริ่มเงียบหายไป

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ล้วงมือเข้าไปจัดการอย่างเป็นได้ชัดเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจทุกระดับเท่านั้น

และผลก็คือการได้พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงมาเป็น ผบ.ตร.

ขณะที่การแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองๆ ลงไปที่มีการปรับแก้เกณฑ์อาวุโสเพื่อสกัดนักวิ่งนั้น กลับปรากฏเสียงร่ำลือเรื่องเงินๆ ทองๆ ยิ่งกว่ายุคนักการเมืองคุมตำรวจ แถมยังมีเสียงนินทาโยงไปถึง"อดีตคนเคยใส่เครื่องแบบ"บางราย ซึ่งกลับมามีอำนาจวาสนาในบ้านเมืองยามนี้ด้วย

ส่วนฝีไม้ลายมือตำรวจไทยนั้นไม่ต้องพูดถึง ที่กล่าวกันว่า"ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้"นั้น เป็นจริงตามคำกล่าวทุกประการ โดยเฉพาะคดีที่มีการเมืองคอยกำกับ หรือเกี่ยวโยงกับความปลอดภัยในตำแหน่งหน้าที่ของผู้มีอำนาจ

แต่กับคดีอาชญากรรมที่เกิดกับชาวบ้านร้านตลาดแทบทุกวัน ดูจะไม่ค่อยมีใครใส่ใจจัดการให้สมดังที่เป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"

ลองดูข้อมูลจากหน่วยงานราชการด้วยกันเอง จะพบความจริงของประเทศไทยวันนี้

เริ่มจากสถานการณ์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดห้วงเวลาการบริหารราชการแผ่นดิน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเดือน มิ.ย. มีคดีอาญารวมรับแจ้ง 40,800 คดี เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ร้อยละ 5.7 คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์และคดีชีวิตร่างกายและเพศเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค.ร้อยละ 3.6 และ 3.7 ตามลำดับ ส่วนคดียาเสพติดรับแจ้ง 34,785 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 6

อย่างไรก็ดี แม้ดูตัวเลขในภาพรวมจะมีทิศทางลดลงบ้าง แต่หากพิจารณาจำนวนที่เป็นข้อมูลดิบจริงๆ จะพบว่ายังอยู่ในระดับสูงมาก

กล่าวคือ รายงานสถิติคดีอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เปรียบเทียบคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ระหว่างช่วง ต.ค.2555-ก.ย.2556 (ปีงบประมาณ 2556) กับ ช่วง ต.ค.2556-ก.ย.2557 (ปีงบประมาณ 2557) พบว่า ช่วง ต.ค.2555-ก.ย.2556 เกิดคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ 51,210 ราย ส่วนช่วง ต.ค.2556-ก.ย.2557 เกิดคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ 46,926 ราย

เรียกว่าลดลงแต่ก็ยังสูง!

เปรียบเทียบระหว่างทั้งสองช่วงแล้ว ต่างกัน 4,284 คดี หรือคิดเป็น 8.37 เปอร์เซ็นต์ ทว่าเมื่อหันไปดูการปฏิบัติงานของตำรวจในช่วงเดือน ต.ค.2556-ก.ย.2557 นั้น ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากจับกุมได้เพียง 23,113 ราย คิดเป็นร้อยละ 49.25 หรือไม่ถึงครึ่ง จากที่ตั้งเป้าไว้ร้อยละ 49.56

ที่น่าสนใจ คือ ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ช่วงวันที่ 12-18 ต.ค.57 มีคดีประเภทนี้เกิดขึ้น 550 ราย แต่ถัดมาสัปดาห์เดียว คือ ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.57 เกิดคดีประเภทนี้ 564 ราย เพิ่มขึ้น 14 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.55

คดีในกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ชิงทรัพย์ เพิ่มขึ้น 8 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 133 ขณะที่การจับกุมจากคดีทั้งหมด 564 รายนั้น จับกุมได้เพียง 216 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 38.3 (เป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 49.56 )

ปิดท้ายด้วยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสที่ 2 ของปี 2557 ในเรื่องคดีอาญาว่า ภาพรวมคดีอาญาลดลง ขณะที่คดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ แม้มีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังคงความรุนแรงอย่างน่าเป็นห่วง

ในไตรมาส 2 ของปี 2557 พบว่า คดีอาญาโดยรวมลดลงร้อยละ 12.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2556 คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ คดีชีวิตร่างกายและเพศ ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าร้อยละ 4.1 และ 5.4 ตามลำดับ

ขณะที่ยาเสพติดมีสัดส่วนมากที่สุด ร้อยละ 84.4 ของคดีอาญารวม ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2556 ร้อยละ 14

ได้เวลาที่ต้องหันมาพูดกันเรื่องปฏิรูปตำรวจและนโยบายทางอาญาเสียที