ปิดฉากการสัมมนาไปแล้วสำหรับ "สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ" หรือ สปช. ที่ใช้เวลาสองวันเต็ม
กับการระดมสมองทิศทางการปฏิรูปประเทศ ภายใต้หัวข้อ "เราจะไปสู่อนาคตที่หวังไว้ได้อย่างไร"
+++ บทสรุปโดยรวมที่ได้จากการ "ระดมสมอง" คือ ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าต้อง "ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย" ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา
+++ การสัมมนาที่แบ่งเป็นกลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มมองว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เกิดจากช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีมากขึ้น รวมถึงเกิดช่องว่างระหว่างคนเมืองและคนชนบท ดังนั้นควรปฏิรูประบบงบประมาณ กระจายงบประมาณให้เป็นธรรม เพิ่มสวัสดิการสำหรับคนชนบทที่ต้องได้รับมากขึ้น เพิ่มนวัตกรรมใหม่ให้คนมีรายได้น้อย เพิ่มรายได้มากขึ้น
+++ ขณะที่ความจำเป็นต้อง "ปฏิรูปการศึกษา" นั้น "สาวสารี อ๋องสมหวัง" สมาชิกสปช. เรียกร้องอย่างแข็งขันให้มีการพัฒนาบุคลากรครูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นกับครูว่า "เวลานี้มีปัญหาในเรื่องของการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม เช่น มีการพูดกันว่าต้องมีการเสียตัว ครูที่อยู่ในโรงเรียนห่างไกลต้องการย้ายเข้ามาสอนในเมือง ต้องมีการเสียค่ากิโลเมตรเพื่อจ่ายเงินเพิ่มให้โรงเรียนและเสียตัวด้วย จึงจะได้ย้ายเข้ามาสอนในเมือง ซึ่งเรื่องนี้ต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ให้การแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นธรรม เพราะถ้าปฏิรูปอย่างจริงจัง ต้องกล้ายอมรับปัญหาด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นปฏิรูป"
+++ นี่เป็นเพียงแค่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นใน "วงการครู" เท่านั้น ความจริงปัญหา "การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม" เกิดแถบทุกหน่วยงานใน "วงราชการ" ถ้าจะ "สังคยานา" ทั้่งที ก็อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ต้อง "ยกเครื่อง" ทั้งระบบและทุกหน่วยงาน เพราะปัญหาการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม นอกจากจะก่อให้เกิดเรื่องร่ำลือ "การเสียตัว" แล้ว ยังเป็นที่มาของ "สินบน-ซื้อขายเก้าอี้" อีกด้วย
+++ พูดถึงเรื่อง "ความเหลื่อมล้ำ" ไม่รู้ว่าการเก็บ "ภาษีมรดก" ที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้กฎหมายคลอดออกมามีผลบังคับใช้ในเร็ววัน จะช่วยได้บ้างหรือไม่
+++ ซึ่งล่าสุดกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอให้ครม.อนุมัติร่างกฎหมายภาษีมรดกในวันพุธที่ 12 พ.ย.นี้ โดยตั้งเป้าจัดเก็บภาษีมรดกในอัตรา 10% ของมูลค่ามรดกที่เกินกว่า 50 ล้านบาท โดยบุคคลที่เข้าข่ายเสียภาษี คือ "ทายาทสายตรง" ซึ่งหมายถึง "บุตรในสายเลือด" เท่านั้น ส่วนผู้อื่นที่ได้รับมรดกจะเสียภาษีตามเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งจำนวน ขณะเดียวกันการรับให้ทรัพย์สินก่อนตกเป็นมรดก ทายาทสายตรงจะเสียภาษีในอัตรา 5% ของทรัพย์สินที่เกินกว่า 10 ล้านบาท ส่วนผู้อื่นจะเสียภาษีตามเกณฑ์เงินได้บุคคลธรรมดาทั้งจำนวน
+++ จะว่าไปแล้ว "ภาษีมรดก" ก็กระทบเฉพาะ "คนรวย" ที่เข้าขั้น"เศรษฐี"เท่านั้น และมีไม่มากในสังคมไทย หากจะมองว่าช่วยลด "ความเหลื่อมล้ำ" ได้ คงคิดผิดถนัด
+++ นี่ก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องทั้ง "ความเหลื่อมล้ำ-ลิดรอนสิทธิ์"ได้เหมือนกัน กับเหตุที่เกิดขึ้นใน "รพ.ราชวิถี" คิดได้อย่างไรที่ไปห้าม "พนักงานหญิงตั้งท้อง" ตามประกาศที่ระบุว่า "ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.57-31 ธ.ค.58 เจ้าหน้าที่ผู้หญิงทุกท่าน ให้กินยาคุมกำเนิด (ห้ามท้อง) ถ้าท้องให้ลาออกไปเลย”
+++ กรณีนี้ "เรื่องแดง" ขึ้นมา เพราะมีการนำมาโพสต์ทางสังคมออนไลน์ และผู้บริหารของรพ.ก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดกับแผนกยาของรพ. เพราะมีคนท้องค่อนข้างเยอะ และได้สั่งให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว






