เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนจะเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งในเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะบริหารประเทศครบ 4 เดือน และหากนับเวลาในการบริหารประเทศตั้งแต่การเข้าควบคุมอำนาจ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.จนถึงในช่วงปีใหม่พล.อ.ประยุทธ์ก็จะบริหารประเทศมาครบ 7 เดือน
ในเทศกาลปีใหม่นี้พล.อ.ประยุทธ์ ก็เตรียมที่จะมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
เมื่อพูดถึงของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลในทุกๆ รัฐบาลที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมจะมีแพคเกจของขวัญซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินทางสัญจรของประชาชน เสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ซึ่งในเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จะมีโครงการจัดทำของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนมากมาย เช่นยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์สาย 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) และสาย 9 (บางปะอิน-บางพลี) เป็นระยะเวลา 10 วัน และทางด่วนสายบางนา-บางปะกง ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 57 ถึงวันที่ 4 ม.ค.58 เวลา
นอกจากนั้นโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีใหม่จำนวน 3,183 คัน ก็คืบหน้าและช่วงหลังเทศกาลปีใหม่เราก็จะเห็นรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ล็อตแรก จำนวน 489 คัน ออกมาวิ่งให้บริการประชาชน
ถ้าบอกว่าของขวัญปีใหม่ของรัฐบาลมีเพียงเท่านี้ก็คงไม่แปลกใหม่อะไร แต่ที่น่าสนใจคือในการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ “ซุปเปอร์บอร์ด” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์โยนคำถามที่ถามง่ายแต่ตอบยากลงไปกลางที่ประชุมฯ “ปีใหม่นี้จะทำอะไรให้เป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน?”
คำถามนี้เป็นคำถามที่ถามง่ายแต่ตอบยากเพราะ “ของขวัญ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ถามถึงไม่ใช่สิ่งของที่รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งจะแจกให้กับประชาชน และไม่ใช่แค่เพียงการหยิบยื่น “ของฟรี” ให้กับประชาชนเป็นครั้งคราวเท่านั้น แม้ว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งที่ให้บริการประชาชนในเรื่องต่างๆ ทั้งรถเมล์ รถไฟ และทางด่วนจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้อนุมัติโครงการรถเมล์ รถไฟฟรี หรือยกเว้นค่าทางด่วนบางเส้นทางในช่วงเทศกาลได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีคาดหวังจากการทำงานของรัฐวิสาหกิจ หากแต่คาดหวังประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า
พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ เล่าว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากเห็นรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ สามารถเป็นที่พึ่งได้ของประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุนสูงและต้องส่งแผนฟื้นฟูฯก็ให้เร่งดำเนินการเพื่อหาทางหยุดภาวะขาดทุนที่เหมือนเลือดไหลออกให้เร็ว จากนั้นก็มากำหนดบทบาทที่จะเดินหน้าต่อไปในอนาคต เป็นบทบาทที่ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุด
ไม่ใช่มีแต่รัฐวิสาหกิจเท่านั้นที่พล.อ.ประยุทธ์อยากให้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แต่รวมถึงคนในรัฐบาลด้วย หลังปีใหม่จะมีการประเมินผลงานคนในคณะรัฐมนตรีอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากให้ทุกคนประเมินผลงานตัวเองในช่วงที่ผ่านมา หากประสิทธิภาพในการทำงานไม่เพียงพอ
อีกไม่นานเราอาจเห็นการปรับ ครม.เพื่อให้งานเดินหน้าและถือเป็นของขวัญปีใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่รัฐบาลให้กับประชาชน






