แก้ไขขยะในใจคน ต้องมีกติกาห้ามคนทิ้งขยะ

คำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วงหนึ่งในการเปิดโครงการ "เมืองสะอาด คนในชาติมีสุข
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนม์พรรษา 87 พรรษา" ว่า "ปัญหาของประเทศไทยสั่งสมมานานในหลายเรื่อง ดังนั้นหลังจากนี้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ทำอย่างไรเราจะลดขยะในใจของคนในสังคมเราลงให้ได้" และ "ขอความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่าย แก้ไขปัญหาของประเทศ แก้ไขขยะในใจของคนในสังคมให้ออกไปจากประเทศไทยให้ได้"
พล.อ.ประยุทธ์ บอกอีกว่า "เราต้องลดความขัดแย้ง ลดปัญหา ความเห็นที่ไม่ตรงกัน ไม่ใช่ว่า เราจะต้องต่อต้านกันทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้น เราก็จะกลับไปยืนอยู่ที่เก่า เสียโอกาส เสียเวลา วันนี้เราต้องก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้ โดยทุกคนต้องรักษากฎกติกาและกฎหมายของบ้านเมือง ดังนั้น ต้องขอเวลาจัดระเบียบให้สังคมไทย กับรัฐบาลบ้าง เพราะเราต้องการคืนความสุขให้กับคนไทยและสังคมไทย ซึ่งคงไม่มีใครต้องการให้เรากลับไปยืนอยู่ที่เดิม และขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่ผมและรัฐบาลทำนั้น ทำเพื่อทุกคน ไม่ได้ทำเพื่อใคร"
หากตีความความหมายของคำว่า"ขยะ"ของพล.อ.ประยุทธ์ โดยอิงกับแนวคิดการแก้ปัญหาของประเทศ และเป็นแนวคิดแบบทหาร อาจหมายความได้ว่าขณะนี้คนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง ยังไม่อาจตกลงในกติการ่วมกันได้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ย้ำมาโดยตลอดว่าต้องเคารพกฎหมายและรักษากติกาบ้านเมือง และหากย้อนกลับไปยังสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เราจะเห็นได้ว่ากติกาบ้านเมืองแทบจะไร้ความหมายเมื่ออยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง
อันที่จริง แนวคิดให้ทุกคนเคารพกฎหมายและกติกาบ้านเมืองนั้น เป็นแนวคิดคลาสสิกมาตั้งแต่มนุษย์รวมตัวกันเป็นสังคม โดยมีสมมติฐานว่าหากปล่อยให้คนไม่เคารพกฎกติกาแล้ว ก็ยากมากที่สังคมจะดำรงอยู่ได้ เพราะคนเราจะเกิดการแย่งชิงและฆ่าฟัน คนเข้มแข็งกว่าเอาเปรียบคนอ่อนแอ บ้านเมืองจะวุ่นวายจนยากจะอยู่อย่างสงบสุขได้ ดังนั้น การกำหนดกติการ่วมกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการอยู่ร่วมกันทางสังคม แต่กติกาที่ว่านี้ก็ต้องทำให้รู้สึกว่ามีความเป็นธรรมเกิดขึ้นด้วย
ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการร่างกติกาทางสังคมขึ้นมาใหม่ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่ากับว่ากำลังจะเกิดกติกาใหม่ร่วมกัน แม้จะไม่ใหม่เสียทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกติกาใหม่ที่จะเกิดขึ้น แน่นอนว่าการแต่งตั้งในครั้งนี้ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นปกติธรรมดา แต่เราเห็นว่าสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่กติกาใหม่ที่กำลังจะออกมาต่างหาก ว่าจะสามารถนำออกมาใช้และเป็นที่ยอมรับกันของคนในสังคมมากน้อยแค่ไหน
เราเห็นว่าที่ผ่านมา สังคมไทยมีปัญหาเรื่องกฎกติกาไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาของคนละเมิดกติกา ซึ่งหากในสังคมที่ประชาธิปไตยพัฒนาไปมากแล้ว เขามีวิธีการลด"ขยะในใจคน"ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นด้วยการเห็นแก่พวกพ้อง หรือปล่อยให้มีการใช้อิทธิพลมาแสวงหาประโยชน์ การเรียกร้องให้คน"ลดขยะในใจ"นั้นเป็นเรื่องยากมากเพราะคนเรามีกิเลสติดตัวกันมาทั้งสิ้น เราเห็นว่าวิธีการกำจัด"ขยะ"ก็ต้องหาวิธีห้ามคน"ทิ้งขยะ"เท่านั้น ไม่ใช่"เรียกร้อง"ให้คนห้ามทิ้ง







