แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
วาดหวังจะให้ "สภาปฏิรูปแห่งชาติ" เป็นเวทีกลางของผู้คนทุกกลุ่มความคิด ที่เคยขัดแย้งกันมานาน แต่เอาเข้าจริง คสช. ต้องเผชิญกับการรวมตัวของภาคประชาชนอย่างน้อย 2 กลุ่มในเวลานี้ ที่เตรียมตัวเป็น "สภาคู่ขนาน" กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ
000 จะว่าไปแล้ว "สภาปฏิรูปแห่งชาติ" นั้นคล้ายมีความหลากหลาย แต่เอาเข้าจริงก็ฝ่ายเดียว อยู่ในการดูแลของ "พ่อมดกฎหมาย" จัดว่าเป็น "ก๊กปฏิรูปสีเขียว" โดยการกำกับของ "ขุนศึกบูรพาพยัคฆ์" อีกชั้นหนึ่ง
000 สำหรับการเคลื่อนไหวนอกสภา ที่เปิดตัวมาแล้ว 2 กลุ่มคือ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตแนวร่วม กปปส. รวมตัวกันตั้ง "สถาบันปฏิรูปประเทศไทย" (สปท.) หรือ Thailand Reform Institute (TRI) โดยมีฐานที่มั่นอยู่ในมหาวิทยาลัยรังสิต
000 แม้ สุริยะใส กตะศิลา ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) จะแถลงไขด้วยถ้อยคำหรูๆอย่างไร มันก็คือ "ก๊กปฏิรูปสีเหลืองแกมฟ้า" มีเป้าหมายชัดเจน ตามล้างระบอบทักษิณจนสุดขอบฟ้า
000 ดูรายนามของกรรมการและที่ปรึกษาสถาบันปฏิรูปฯ ล้วนเป็น "จอมยุทธ์" ที่ขลุกอยู่กับการปฏิรูปมาตั้งแต่สมัย "ขบวนการธงเขียว" ที่ผลักดันให้มี "รัฐธรรมนูญ 2540" ซึ่งในเวลานั้น คนกลุ่มนี้ก็บอกว่า รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญพระศรีอาริย์
000 อีกกลุ่มหนึ่งในนามเครือข่าย "เอ็นจีโอ 33 องค์กร" ได้ประกาศตั้ง "สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป" (สชป.) หรือ People Council for Reform (PCR) ซึ่งมีแถลงข่าวเปิดตัวไปแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2557 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา
000 หัวขบวนกลุ่มนี้มาจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และเครือข่ายภาคประชาชนสายเอ็นจีโอ จึงสมควรเรียกว่า "ก๊กปฏิรูปสีผสม" เหตุที่ต้องใช้คำนี้ เพราะว่า สมาชิกของเครือข่ายเหล่านี้ มีทั้ง สีเหลือง, สีแดง และสีฟ้า โดยมีสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นกระบอกเสียง
000 เนื่องจากพวกเขาเคลื่อนไหวโดยยกเอา "ผลประโยชน์เฉพาะหน้าประชาชน" เป็นตัวตั้ง ดังนั้น "ความเชื่อทางการเมือง" เกี่ยวกับสีต่างๆ จึงเป็นเรื่องรอง และไม่แปลกที่ยามใด นปช.นัดชุมนุม ก็จะมีเครือข่ายเอ็นจีโอภาคเหนือและภาคอีสานมาชุมนุม หรือยุคที่ กปปส.เฟื่องฟู เครือข่ายเอ็นจีโอภาคใต้ก็ยกโขยงมาชุมนุมเช่นกัน
000 หลายคนกังขาว่า เหตุใดเอ็นจีโอกลุ่มนี้ จึงหาญกล้าท้าทายกฎอัยการศึก เปิดเวทีปฏิรูปคู่ขนาน ก็ต้องเรียนกันไว้ในตรงนี้ว่า "สมาชิก สปช." จำนวนหนึ่งก็มาจากสายพันธุ์เอ็นจีโอ และตอนสรรหา สปช.จังหวัด "พอช." ก็ได้เป็นตัวแทนภาคประชาชน เข้าไปนั่งเป็นกรรมการสรรหา สปช.จังหวัด
000 เหนืออื่นใด สภาองค์กรชุมชน และ สภาพัฒนาการเมือง สององค์กรหลักที่ร่วมทำคลอดสภาประชาชนฯ ล้วนอยู่ในการดูแลของสถาบันพระปกเกล้า ที่มี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นเลขาธิการ และคงถึง "บางอ้อ" แล้วกระมัง
000 นอกจากนี้ ก๊กปฏิรูปย่อยๆ จะปรากฏอยู่ในจอทีวี อย่างเช่นรายการมองไกล ของ จตุพร พรหมพันธุ์ กับรายการเข้าใจตรงกันนะ ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทางช่อง PEACE TV (เดิมชื่อ UDD TV)
000 ทางฟากจอฟ้า ก็มีรายการ "ขอชัดชัด" ร่วมกันปฏิรูปประเทศไทย กับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จันทร์-ศุกร์ 20.00-21.00น. ทางช่องฟ้าวันใหม่
000 คาดว่า "บิ๊กตู่" คงกุมขมับ เพราะนับจากนี้ จะมีแต่คำว่า ปฏิรูป ปฏิรูป และปฏิรูป ซึ่งหากผลการยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาไม่ถูกใจคน ก็ยากที่จะเกิดการเผชิญหน้าของมวลชนต่างเสื้อสีอีกครั้ง






