ยุ้งฉางไม่ใช่ของชาวนา เหมือนกับที่น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก

จำนำข้าวทุกเมล็ด พาชาติล่มจมแน่นอน แต่มาตรการ จำนำยุ้งฉาง ก็แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลูบหน้าปะจมูก
เข้าไม่ถึงรากฐานของปัญหาข้าวกับชาวนาต่อไปไม่สิ้นสุด
ช่วยชาวนา ไม่ได้มีแต่เรื่องราคาข้าว ขืนคิดอยู่แต่เรื่องราคาข้าว ก็ติดกับดัก แก้ปัญหาชาวนาไม่ได้อนันตกาล
ราคาข้าวที่จะขายได้ในการส่งออกผูกอยู่กับราคาข้าวในตลาดโลกซึ่งผันผวนทุกเมื่อเชื่อวันเหมือนบอร์ดกระดานหุ้น ต้นทุนการผลิตข้าวในประเทศของเราที่สูงเกินกว่าจะไปค้าข้าวแข่งกับประเทศผลิตข้าวอื่นๆ เช่น เวียดนาม พม่า อินเดีย ได้ทำให้เราแทบจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันออกรบ ซึ่งก็ดูเหมือนกุนซือรัฐบาลจะติวเข้ม นายกฯให้เข้าใจปัญหาดีอยู่ จึงได้พยายามออกมาพูดเรื่อง ลดต้นทุนการผลิต เป็นอันดับหนึ่ง
แต่ทว่า วิธีการลดต้นทุนการผลิตที่กุนซือคิดให้รัฐบาลทำก็ดูจะหน่อมแน้มสิ้นดี เรื่องปุ๋ย เรื่องเมล็ดพันธุ์ เรื่องลดความสูญเสียจิ๊บๆ จ๊อยๆ ในการหว่าน การเก็บเกี่ยว การขนส่ง ฯ ปัญหาใหญ่กว่านั้นไม่เห็นแตะเลย เช่นชาวนาไม่มีที่ดินทำกินต้องเช่าที่นาแพง เรื่องใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนซึ่งค่าใช้จ่ายสูงมากและบิดพลิ้วไม่ได้ รอไม่ได้ ถึงเวลาหว่านต้องหว่าน ถึงเวลาเก็บเกี่ยวต้องเก็บเกี่ยว ถึงเวลานวดข้าวต้องนวด และหากชาวนาไม่มีพื้นที่นำข้าวเปลือกมาตากแดดหรือเข้าเครื่องอบควบคุมความชื้นจาก 30-40 เปอร์เซ็นต์ขณะเก็บเกี่ยวให้เหลือระดับ 14 เปอร์เซ็นต์ถึงจะเก็บได้ในยุ้งฉาง ชาวนา (ส่วนใหญ่แทบทั้งหมดประชากรชาวนา) จึงขายข้าวเปลือกไปทันทีที่รถมาเก็บเกี่ยวเสร็จ เรียกว่าเก็บเกี่ยวสด
ขืนเก็บข้าวเปลือกโดยไม่ลดความชื้น ควบคุมความชื้นได้ในระดับ 14 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับโยนข้าวเปลือกทิ้งไปในยุ้ง เพราะข้าวจะเสีย จะเน่า ฯ
การมียุ้งฉาง (ซึ่งหมายความว่า ต้องสามารถ ลดความชื้นข้าวเปลือกก่อน ยุ้งฉางจึงจะมีความหมาย ใช้เก็บข้าวเปลือกได้) จึงไม่เคยอยู่ในวิถีของชาวนารายย่อยและแม้ชาวนาระดับกลาง
ตั้งแต่สมัยอยุธยามาจนถึงวันนี้ ชาวนารายย่อยของเราผลิตข้าวเพื่อกิน ที่เหลือก็ขาย เมื่อหันมาผลิตขาย ก็เก็บแค่พอกิน และขายทันทีเมื่อผลิตเสร็จเก็บเกี่ยวเสร็จ ไม่เคยทำตัวแบบพ่อค้าข้าวและเจ้าของโรงสี ที่สร้างยุ้งฉาง (ก่อนสร้างบ้านอยู่อาศัยที่สวยๆ ดีๆ ให้ตนเอง) ไว้เก็บข้าวเปลือกที่ระดมซื้อมา แล้วลดความชื้นในลานกว้างขวางที่ทำไว้เพราะความจำเป็นในอาชีพ (ไม่เอาเงินไปซื้อรถ ซื้อมอเตอร์ไซค์ ซื้อสมาร์ทโฟน ซื้อทองประดับตัว ฯ ก่อน) เพื่อจะเก็บข้าวเปลือกที่ควบคุมความชื้นได้แล้วไว้ในยุ้งฉาง รอเวลาขายนอกฤดูกาลที่ตามปรกติราคาควรจะดีขึ้น
ประมาณว่ามีเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ชาวนาภาคเหนือและอีสาน ที่พอมียุ้งฉางเก็บข้าวเปลือกไว้ได้บ้าง แต่ก็เก็บเพื่อกิน เพื่อเป็นทุนในการผลิตปีต่อไปและเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว เช่น การศึกษาของลูกเท่านั้น ไม่ถึงขั้นตั้งใจเก็บไว้ขายอย่างเป็นการค้าแบบพ่อค้าข้าวแต่อย่างใด (อันการเก็บข้าวเปลือกไว้ขายเป็นการค้าแบบพ่อค้าข้าวเปลือกมีศาสตร์มีศิลป์อีกหลายร้อยเล่มเกวียน เช่น ต้องมียุ้งฉางขนาดใหญ่จึงคุ้มค่าบริหารจัดการโดยเฉพาะค่าแรง ต้องเกาะติด ราคาข้าว “หั่งเช้ง” ในตลาดโลก ต้องรักษาข้าวเปลือกให้ปลอดความชื้น ความปนเปื้อน ไม่มีหนูมีแมลง ฯลฯ มีทุนเข้าถึงเครดิตจากสถาบันการเงิน และอื่นๆ อีก) ซึ่งปัจจุบันพ่อค้าข้าวเปลือกแบบนี้สูญพันธุ์ไปมากแล้ว เหลือแต่เจ้าของโรงสีที่อยู่รอดได้ก็เพราะในการแปรรูปข้าวเปลือก ให้ผลิตภัณฑ์หลายอย่าง ไม่ใช่แค่ข้าวสาร แม้แต่เปลือกข้าวยังขายได้ทำเชื้อเพลิง
“จำนำยุ้งฉาง” เป็นเพียงทางเลือกเล็กๆ ที่รัฐบาลให้ไว้กับชาวนากลุ่มน้อยเท่านั้น ยิ่งในปีที่ผ่านมา ชาวนาภาคเหนือส่วนหนึ่งรื้อยุ้งเอาไม้เก่าไปขาย เพราะอยาก “จำนำข้าวทุกเมล็ด” ขายไม้ยุ้งฉางทุกแผ่น เอาเม็ดเงินก่อน หวังไปซื้อข้าวกินดาบหน้า
ที่บอกว่าให้ชาวนาไม่มียุ้งฉาง ไปพึ่งยุ้งฉางของสหกรณ์ชุมชน ฟังดูก็ดี แต่ในภาคปฏิบัติ ข้าวเปลือกที่ออกมาพร้อมๆ กัน สหกรณ์ชุมชนไหนจะมีพื้นที่นำข้าวมาตากแดดได้ทันการณ์ คิดง่ายๆ ว่าสหกรณ์ฯ มีพื้นที่ 3 ไร่ตากข้าว แดดดีๆ ต้องตาก 2 วัน จึงพอเก็บได้ พื้นที่ 1 ไร่ตากข้าวได้ 10-15 ตันต่อวัน ข้าวเปลือก 1 ตันมาจากนา 2 ไร่ หากชุมชนนั้นมีนาเพียง 100 ไร่ ข้าวเปลือกออกมาพร้อมๆ กัน 50 ตัน พื้นที่ 3 ไร่ของสหกรณ์ชุมชนนั้นก็ตากข้าวควบคุมความชื้นไม่ทันแม้ว่าจะมียุ้งฉางพอเก็บ (ถ้าเป็นพ่อค้าข้าวและโรงสี จะค่อยๆ ทยอยซื้อทยอยเก็บตามกำลัง ลดความชื้น ไม่ซื้อข้าวเปลือกเกินกำลังลดความชื้นอย่างเด็ดขาด ข้าวเปลือกออกจากนาหลังการเก็บเกี่ยวที่ได้รับการดูแลความชื้นช้าไปเมื่อนำมาสี ข้าวสารที่ได้จะออกเหลืองๆ)
มีคนฉลาดเสนอว่าให้ใช้เครื่องอบข้าวลดความชื้นแทนการตากแดดข้าวเปลือกจะได้เร็วขึ้น แต่เครื่องอบข้าวไม่ได้มีอยู่ในสหกรณ์ทุกแห่ง บางสหกรณ์เพิ่งติดตั้ง ซึ่งจะใช้การไม่ทันข้าวนาปีในเดือนพฤศจิกา-ธันวานี้แน่นอน
รัฐบาลจากการยึดอำนาจ ควรจะฝ่าข้ามระบบราชการ ทำนโยบายเจ๋งๆ ทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว ที่เป็นองค์รวมเรื่องข้าวออกมาให้ปรากฏ สักครั้ง เพื่อช่วยชาวนา และ สังคมไทยอย่างรอบด้าน และสุขยั่งยืน ไม่ล้อเล่นกับความรู้สึกของชาวนาและของคนไทยทั้งชาติด้วย “จำนำยุ้งฉาง”




