คูปองทีวีดิจิทัลคืนความสุข(2) : กสท.ไร้เอกภาพ-โครงข่ายวางเฉย

คูปองทีวีดิจิทัลคืนความสุข(2) : กสท.ไร้เอกภาพ-โครงข่ายวางเฉย

ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ของการเริ่มต้นนำคูปอง มาแลกกล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน (DVB-T2) เริ่มมองเห็นกลไกตลาด

และผลจากการแข่งขันเสรีของตลาดกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล กำลังเริ่มทำงานอย่างน่าพอใจในระดับหนึ่ง

พอถึงวันนี้น่าจะมองเห็นผลได้ชัดเจนว่ามูลค่าคูปองส่วนลด 690 บาทน่าจะเหมาะสมที่สุดและทำให้เกิดข้อครหาน้อยที่สุด เพราะราคากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ณ วันที่ 20 ต.ค.ที่เป็นวันเริ่มต้นแลกได้ ปรากฏว่าเกือบทุกยี่ห้อตัดสินใจลดราคาให้เหลือเท่าคูปองส่วนลด 690 บาทแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ 1 กล่อง

บางรายใจป้ำเพิ่มเสาอากาศนอกให้ฟรีอีก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น 2-3 เดือนราคาขายเฉพาะกล่องทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่สูงมากกว่า 1,000 บาทเป็นส่วนใหญ่

เป็นบทพิสูจน์"มูลค่าคูปอง"ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่ที่ถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด ระหว่างมูลค่า 690 บาทกับ 1,000 บาทหรือบางคนยืนยันว่าต้องอย่างน้อย 1,200 บาท จึงจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์อย่างเต็มที่คือได้กล่องและเสาในอาคารที่มีคุณภาพสูงสุด

แม้ยังมีข้อวิจารณ์ว่าผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องบางราย ลดคุณภาพเพื่อลดต้นทุนให้ได้เท่ากับมูลค่าคูปอง 690 บาท แต่เมื่อสภาพการแข่งขันค่อนข้างเสรีคือกสทช. ได้อนุมัติบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องมากถึง 42 รายได้ทำให้กลไกตลาดทำงานอย่างดีพอสมควร

ผู้บริโภคจำนวนมากยังยินยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ได้กล่องทีวีดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงขึ้น และยอมจ่ายค่าเสาอากาศอีกด้วย

ซูเปอร์สโตร์อย่างเทสโก้โลตัส,บิ๊กซี ฯลฯ ได้กลายเป็นจุดรับแลกคูปองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกยี่ห้อตามความต้องการ และยังได้สมนาคุณ"คูปองพิเศษ"เพิ่มสำหรับการซื้อสินค้าอื่นอีก เท่าที่ประเมินยอดรับแลกคูปองผ่านช่องทางนี้น่าจะมีประสิทธิภาพที่สุด

ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเริ่มใช้กลยุทธ์ตั้งโต๊ะจุดรับแลกเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่สะดวกเดินมาห้างหรือมีความรู้ไม่มากนัก ว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อได้คูปองมาแล้ว เพราะข้อความรายละเอียดในคูปองยาวและเยิ่นเย้อเกินกว่าชาวบ้านทั่วๆ ไปจะอ่านเข้าใจได้ทั้งหมด

สปอตโฆษณาคูปองทีวีดิจิทัลทางโทรทัศน์ชุดแรกของกสทช. ที่เน้นบุรุษไปรษณีย์ส่งคูปองถึงบ้านก็ทำหน้าที่เพียงแต่"แจ้งให้ทราบ"ว่าคูปองไปถึงบ้านแล้วใน 21 จังหวัด แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอ ว่าเมื่อชาวบ้านได้รับคูปองแล้วจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้กล่องรับช่องทีวีดิจิทัล

จึงไม่แปลกใจที่ตัวเลขวันแรกของการรับแลกคูปองออกมาประมาณ 3,000 รายน่าผิดหวังมากๆ แต่ทราบว่าตัวเลขในสัปดาห์แรกเมื่อรวมกันแล้ว จากทั่วประเทศหลังจากผู้ขายกล่องได้สแกนบาร์โค้ดเข้ามาแล้ว ทำให้ยอดเพิ่มไปถึงประมาณกว่าแสนรายหรือคิดเป็นประมาณ 2.5 %จากคูปองที่ส่งไปถึงชาวบ้านประมาณ 4 ล้านบ้านแล้ว

หากประมาณการด้วยบัญญัติไตรยางศ์ กสทช.ระยะเวลาการแลกคูปอง 6 เดือนเท่ากับ 26 สัปดาห์กว่าคูปองจะหมดอายุ ตัวเลขคูปองมาแลกเป็นกล่องทีวีดิจิทัลน่าจะไปได้ถึง 65% เป็นอย่างน้อยจากตัวเลขที่กสทช.ตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 70%

พวกเราไม่ควรจะพอใจตัวเลขแค่ 70% แต่ควรจะตั้งเป้าให้ไปได้ถึง 100% หรือใกล้เคียงที่สุดเพื่อให้เป็น KPI วัดความสำเร็จของแผนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลของประเทศไทย

จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนของสังคมมาช่วยกัน หาวิธีทำให้ชาวบ้านที่ได้รับคูปองไปแล้ว นำมาแลกกล่องทีวีดิจิทัล หรือซื้อโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่มีจูนเนอร์ในตัวให้ได้ตัวเลขมากที่สุด

เริ่มจากกสทช.ยังทำหน้าที่น้อยเกินไปในการตีฆ้องร้องป่าว หรือสร้างกระแสให้การเปลี่ยนผ่านระบบออกอากาศโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ดิจิทัลให้เป็นการรณรงค์ระดับชาติ

ทั้งๆ ที่เป็นงานหลักตามภารกิจและหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) โดยตรง

แต่ด้วยความขัดแย้งและปัญหาความคิดเห็นไม่ลงรอยกันในหลายอย่างในกรรมการกสท. 5 ท่านที่ตอนนี้เสียงข้างมากสลับข้าง

ทำให้ดูเหมือนว่ากรรมการกสท. ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการสำคัญรอบนี้ คือคูปองแลกกล่องทีวีดิจิทัล เหลือแค่ 3 คนคือพล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ, ดร.ธวัชชัย จิตภาษนันท์และสุภิญญา กลางณรงค์ที่ออกงานทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับคูปองทีวีดิจิทัล ตั้งแต่วันแรก 10 ต.ค.ที่บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) เริ่มนำคูปองไปส่งถึงบ้านและวันที่ 20 ต.ค.เริ่มต้นแลกกล่องได้

แต่อีก 2 ท่านคือพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.และพ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่าไม่เคยเข้ามาร่วมกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับการแจกคูปองทีวีดิจิทัลเลย จริงอยู่ที่งานระดับปฏิบัติแจกคูปองอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของสำนักงานกสทช.ที่มีเลขาธิการ"ฐากร ตัณฑสิทธิ์" เป็นแม่งานหลักที่แข็งขัน แต่ดูเหมือนออกจะโดดเดี่ยวเดียวดาย

แม้ทั้งสองท่านได้แสดงจุดยืนชัดเจน ว่าไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้คูปองส่วนลด แลกได้เฉพาะกล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน( DVB T2) และโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์ติดตั้งมาในตัวเครื่อง แต่ต้องการให้แลกกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมและเคเบิลได้ด้วย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.)ได้ลงมติ 10 ต่อ 0 ให้แลกได้ 2 ประเภทเท่านั้นน่าจะเป็นข้อยุติที่ชัดเจน ทั้งพ.อ.ดร.นทีและพ.ต.อ.ทวีศักดิ์น่าจะยอมรับเสียงข้างมาก แล้วมาร่วมกันผลักดันกระบวนการเปลี่ยนผ่านให้เกิดกระแสแรงๆ ทำให้ชาวบ้านนำคูปองมาแลกกล่องหรือซื้อโทรทัศน์ให้มากที่สุด

อยากขอร้องวิงวอนพ.อ.ดร.นทีและพ.ต.อ.ทวีศักดิ์ให้ออกมาช่วยกันทำงานเถอะครับ กสท.มาช่วยกันออกแรงทั้ง 5 คนย่อมเกิดเอกภาพและพลังมากกว่าปล่อยให้แค่ 3 คนออกมา

ยิ่งชาวบ้านออกมาแลกกล่องมากเท่าไหร่ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์มากเท่านั้น ช่องทีวีสาธารณะอีก 12 ช่องและช่องทีวีชุมชนอีก 12 ช่องจะมีคนดูมากขึ้นสมดังเจตนารมณ์ของแผนแม่บท ถือเป็นผลงานร่วมไม่ใช่คนใดคนหนึ่งในกสท.

อีกกลุ่มผลประโยชน์ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงคือผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิทัล 3 ราย แต่ยังค่อนข้างนิ่งเงียบไม่เห็นออกมาช่วยกันลงแรงแข็งขันในกระบวนการขั้นตอนแลกคูปองสักเท่าไหร่

ผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิทัล 3 รายคือสถานีโทรทัศน์กองทัพบก 2 ใบอนุญาตมีลูกค้า 14 ช่อง, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 1 โครงข่ายมีลูกค้า 6 ช่อง และบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) 1 โครงข่ายมีลูกค้า 3 ราย

ผู้รับใบอนุญาตทั้ง 3 รายมีรายได้จากค่าบริการที่ช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่องจ่ายให้ทุกเดือน ในขณะนี้แต่ละช่องต้องจ่ายไปตามจำนวนเสาส่งของโครงข่ายที่ครอบคลุมประมาณ 50-60%ประมาณเดือนละ 3 ล้านบาทต่อช่อง

รวมแล้ว ณ เดือนล่าสุดกันยายน ช่อง 5 มีรายได้จากค่าบริการโครงข่ายเดือนละประมาณ 50 ล้านบาทต่อเดือน, ช่องไทยพีบีเอสประมาณ 18 ล้านบาทและอสมท.ประมาณ 10 ล้านบาท รวมประมาณ 70-80 ล้านบาทต่อเดือน

ยังไม่อยากจะกล่าวโทษวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความพร้อมหรือไม่พร้อม ในการลงทุนขยายโครงข่ายของทั้งสามรายที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตามเป้าหมายสักเท่าไหร่ ยิ่งกรณีอสมท.ยังมีปัญหารอกรรมการผู้อำนวยการคนใหม่มาแก้ไขปัญหาเครื่องส่งที่ยังประมูลไม่เสร็จสิ้น ทำให้ยังไม่ได้เก็บค่าบริการจากช่องทีวีดิจิทัลที่เป็นลูกค้า

แต่เบื้องต้นขอเรียกร้องให้ผู้รับใบอนุญาตทั้งสามสถานีที่มีกำลังเงินและบุคลากรจำนวนมาก ควรจะถือเป็นหน้าที่ในการออกมาแสดงตัว หรือแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นจะทำให้ชาวบ้านเกิดการตื่นตัว แห่แหนกันนำคูปองออกมาแลกกล่องทีวีดิจิทัลให้มากที่สุด สถานีโทรทัศน์ทั้งสามช่องคือไทยพีบีเอส,ช่อง 5 และช่อง 9 สามารถเข้าถึงครัวเรือนผู้บริโภคได้ 100% ควรจะใช้สื่อสารทำความเข้าใจและสร้างการรับรู้ได้ไม่ยาก

อยากให้เห็นใจช่องทีวีดิจิทัลที่เป็นลูกค้าของท่านที่มีดัชนีชี้เป็นชี้ตายปัจจัยความอยู่รอดหรือไม่จากเปอร์เซ็นต์การแลกคูปองเช่นกัน หากสัดส่วนแลกน้อยย่อมจะทำให้เอเยนซี่โฆษณาใช้เป็นข้ออ้างอีกว่าคนดูทีวีดิจิทัลน้อย ผลเชิงลบจะทำให้ช่องทีวีดิจิทัลมีเรทติ้งต่ำเช่นเดิม อัตราค่าโฆษณาจะไม่มีโอกาสขยับขึ้นจากช่องทีวีดาวเทียมเดิม

ในที่สุดแล้วช่องทีวีดิจิทัลที่เป็นลูกค้าโครงข่ายจะขาดทุนจนประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของโครงข่ายเองอาจจะลดน้อยลง

จึงได้แต่ขอความเห็นใจจากกรรมการกสท.ทั้ง 5 ท่าน ทำงานให้เกิดเอกภาพมากขึ้นสักนิดลืมความขัดแย้งเก่าๆ เป็นการชั่วคราวเพื่อสร้างผลงานร่วมกัน

ส่วนโครงข่ายทีวีดิจิทัลแม้ยังไม่มีความพร้อม ในการลงทุนขยายโครงข่ายก็ยังไม่มีใครติดใจกล่าวโทษ แต่พลังเงินและพลังคนของตัวเอง ยังมีมากกว่าช่องทีวีดิจิทัลที่เป็นลูกค้าโดยตรง ควรจะออกมาช่วยสร้างกระแสชาวบ้านให้ตื่นตัว-ตื่นรู้เรื่องคูปองทีวีดิจิทัลให้มากกว่านี้ได้หรือไม่