วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่จ๋อยในเวทีนานาชาติ

ในยุคโลกาภิวัตน์เหมือนเช่นทุกวันนี้ คนธรรมดาอย่างเราท่านมีโอกาสที่จะต้องเข้าร่วมเวทีที่มีผู้หลายชาติ หลายภาษา

ไม่เหมือนสมัยโบราณที่มีเฉพาะคนใหญ่คนโตเท่านั้น วันนี้เราก้าวเข้าสู่เวทีที่เป็นนานาชาติได้ในหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายระดับ เริ่มตั้งแต่ที่เป็นการประชุมนานาชาติที่เป็นทางการ ไปจนกระทั่งการต้อนรับผู้บริหาร รวมทั้งการเยี่ยมเยียนของคนทำงานธรรมดาคนหนึ่งจากต่างประเทศ

แต่ปรากฏเสมอว่าบางคนที่เก่งมากในการทำงานในกลุ่มคนเดียวกัน ทำงานกับคนในบ้านเก่งไปทุกเรื่อง เสนอได้สารพัดความคิดเห็น แต่พอเข้าสู่เวทีนานาชาติ กลับจ๋อยทำอะไรไม่ได้สักอย่าง กลายเป็นคนพูดไม่ออกบอกไม่ได้ในสถานการณ์ที่เป็นนานาชาติ รูปแบบการจ๋อยก็มีหลากหลายตั้งแต่ยิ้มอย่างเดียวในทุกเรื่องโดยไม่ออกความคิดความเห็นใดๆ เลย หรือก้มหน้าก้มตาใช้งานไอแพด หรือโน้ตบุ๊คเพื่อให้ดูเหมือนว่าฉันกำลังเร่งรีบทำงานอื่นอยู่ในระหว่างที่ต้องเข้าร่วมเวทีนานาชาติ เรียกว่าจ๋อยแบบวางมาด ซึ่งยุคไอทีมีเยอะแยะเช่นวันนี้ ดูเหมือนว่าจ๋อยแบบวางมาดได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางคนเพิ่มความเชื่อมั่นในอาการจ๋อยแบบวางมาดของตนเองด้วยการย้ำกับตนเองว่า เราคือคมในฝัก ความเก่งมีในตัวเราท่วมท้น แต่เราไม่จำเป็นต้องแสดงออก ยิ่งเชื่อมั่นแบบนี้ก็เลยยิ่งวางมาดอยู่ในความเงียบ ซึ่งอาจจะดูดีในบ้านเรา แต่จะไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย ถ้าคมในฝัก ในเวทีนานาชาติ

ถ้าไม่อยากจ๋อยในเวทีนานาชาติ ต้องเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่เวทีนั้น ซึ่งต้องเน้นอีกครั้งว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประชุมนานาชาติ แต่หมายรวมไปถึงทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนหลายชาติ หลายภาษา การเตรียมพร้อมไม่ใช่จำกัดแค่การตระเตรียมในเรื่องการสื่อสารด้วยภาษาต่างประเทศเท่านั้น ยังมีอีกมากมายที่ต้องเตรียมตัว ดังนั้นอย่าคิดว่าเป็นบุญวาสนาที่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในเวทีนานาชาติ แล้วเอาแต่วางแผนว่าฉันจะไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ในระหว่างที่เข้าร่วมเวทีนานาชาติในต่างประเทศ วิธีป้องกันจ๋อยในเวทีนานาชาติที่ดีที่สุดคือ ไม่เข้าร่วมเวทีนานาชาติ ถ้าเราไม่มีความพร้อม อย่ารับทำหน้าที่ใดๆ ในเวทีที่เราไม่มีความรู้ไม่มีประสบการณ์เพียงพอในเรื่องราวของเวทีนั้น ถ้าเป็นการประชุมนานาชาติเรื่องใดที่เราไม่รู้เรื่องมากก่อน ยอมสละสิทธิ์ไปเลยดีกว่า จะจ๋อยหรือไม่จ๋อยขึ้นอยู่กับว่าเรารู้เรื่องที่เวทีนั้นกำลังทำอยู่มากน้อยแค่ไหน

หลายหน่วยงานที่มีระดับชั้นในการทำงานมากมายหลายระดับ ลูกพี่มักเป็นผู้เข้าร่วมเวทีนานาชาติ แทนที่จะเป็นคนที่รู้เรื่องงานที่เวทีนั้นกำลังทำอยู่ คนไปไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้ไป การเข้าร่วมเวทีนานาชาติจึงกลายเป็นการอ่านข้อความที่ใครสักคนหนึ่งเรียบเรียงให้ แล้วก็คมในฝักจนเสร็จสิ้นเวทีนานาชาตินั้น

ก่อนเข้าร่วมเวทีนานาชาติใดๆ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างเช่นการต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนจากต่างประเทศ ต้องรู้ก่อนว่าเวทีนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร ถ้าใครมาเยี่ยมเยือนก็ต้องทราบแน่ๆ ก่อนว่าจะมาทำไม เราจะได้ตระเตรียมสาระที่จำเป็นสำหรับการบรรลุวัตถุประสงค์ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าต้องสื่อสารสาระนั้นในภาษาต่างประเทศ เราจะได้เตรียมตัวว่าจะพูดจานำเสนอแบบไหนจึงจะได้สาระที่เป็นที่เข้าใจ ในเวลาสั้นๆ การพร่ำพูดในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของเวทีนานาชาตินั้น ไม่ได้ทำให้คนอื่นเห็นความเก่งใดๆ ในตัวเราแต่ประการใด การเข้าร่วมเวทีนานาชาติที่เราไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยนั้น เราทำได้แค่ทำความรู้จักกับคนต่างชาติต่างภาษาที่มาร่วมเวทีนั้น แต่เราจะไม่มีบทบาทใดๆ ในเวทีนานาชาตินั้น

เราจ๋อยแบบวางมาด เพราะไม่มีสาระอะไรจะเสนอ ไม่มีอะไรจะให้ความเห็นในเวทีนั้น ให้ความเห็นไม่ได้ เสนอไม่ได้เพราะรู้สาระเรื่องนั้นไม่พอ ไม่ใช่เพราะพูดจาภาษาต่างประเทศไม่เก่ง ซึ่งมักเป็นข้ออ้างที่ใช้กันเสมอในวงการจ๋อยแบบวางมาด แต่จริงๆ แล้วคนหลายชาติหลายภาษามาร่วมเวทีเดียวกัน ต่างคนต่างเตรียมใจมาพยายามรับรู้สิ่งที่คนอื่นพูดให้ฟังอยู่แล้ว ถ้าพูดจาเป็นภาษาอยู่บ้าง อะไรเป็นประธาน กริยาคืออะไร พอฟังกันออก ก็สื่อสารกันได้แล้ว ภาษาอาจเป็นอุปสรรคบ้างแต่ข้อจำกัดในเรื่องภาษา ไม่ใช่ข้อแก้ตัวสำหรับการจ๋อยแบบวางมาดในเวทีนานาชาติ

ขั้นต่อไปให้สังเกตวิธีการนำเสนอที่ใช้กันในเวทีนั้น เขาขึ้นต้นการนำเสนอด้วยเรื่องอะไร มีการสรุปแต่ละเรื่องอย่างไร เวทีนั้นขึ้นต้นด้วยคำชม หรือชี้ประเด็นไปเลยตั้งแต่เริ่มต้น เวทีนั้นรักษาเวลามากน้อยแค่ไหน เวทีนั้นให้ความสำคัญกับวาระที่หารือกันมากน้อยแค่ไหน หารือข้ามวาระได้หรือไม่แต่ละคนนำเสนอแตกต่างกันอย่างไร พูดกันมากแค่ไหนกว่าจะมีข้อสรุป สังเกตสักพักก็จะจับแนวทางที่ควรทำในเวทีนั้นได้ จากนั้นก็ปรับตัวปรับวิธีการนำเสนอให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราสังเกตเห็น ให้พยายามทุ่มเทสังเกตให้เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของเวทีนานาชาตินั้นให้ได้มากที่สุด ในเวลาเร็วที่สุด อย่าพยายามคัดค้านในใจว่าทำแบบนั้นไม่ดี แบบนี้ไม่ดี เพราะไม่ใช่เวลาสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นเวลาของการเรียนรู้

อย่ากลัวที่จะออกความเห็นเพราะไม่มั่นใจภาษา แต่ถ้าภาษาไม่แข็งแกร่งจริงๆ อย่าออกความเห็นเพื่ออวดความรอบรู้ อย่าตลกในเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะตลกตามไปด้วย นำเสนอสั้นๆ และตรงประเด็น พูดน้อยแต่เสนอสาระที่ชัดเจนจะเข้าร่วมเวทีนานาชาติใด ถ้ารู้สาระ รู้วัตถุประสงค์ รู้ธรรมเนียม รับรองว่าไม่มีจ๋อยแบบวางมาด ไม่ต้องคมในฝักตั้งแต่เริ่มต้นจนยุติ