ผ่านมา 5 เดือนแล้ว คสช.มีผลงานเด่นที่เห็นเป็นรูปธรรมอะไรบ้าง ใครนึกออกช่วยบอกที
วันนี้บ้านเมืองเงียบสงบจริงหรือแอบมีคลื่นใต้น้ำ แฟนๆ พรรคเพื่อไทยที่อยากได้นโยบายจำนำข้าวเขาไปพักร้อน 1 ปีรอเลือกตั้งกันอยู่หรือเปล่า ทำนองว่าขุนทหารอยากเล่นเกมนี้ก็ลองให้โชว์ฝีมือดูสัก 1 ปี ถ้าทำได้ไม่ดีกว่า... ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเก่า
ท่าทีของบรรดาแม่ทัพนายกองที่สวมสูทเข้าไปนั่งเป็นเสนาบดี ท่านได้แก้ไขปัญหาถูกที่ถูกจุด ขุดรากถอนโคนต้นตอของปัญหา หรือท่านกำลังเข้าไปแสวงอำนาจวาสนาเพื่อหาประโยชน์ส่วนตน เอื้อพวกพ้อง และจ้องจะ “เกี้ยเซี้ย” กับความไม่ถูกไม่ต้องโดยอ้างคำว่า “ปรองดอง” กันแน่
เรื่อง “ธรรมาภิบาล” เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ท่านมีธรรมาภิบาลเหนือกว่ารัฐบาลนักการเมืองหรือไม่ ตรงนี้ยังต้องรอการพิสูจน์
เบื้องต้นเปิดบัญชีทรัพย์สินออกมาทำเอาหลายคนฮือฮาซู้ดปาก คนในเครื่องแบบทำไมช่างร่ำรวยกันขนาดนี้ ตกลงบ้านนี้เมืองนี้เหลือแต่คนที่ไร้อำนาจบารมี ปราศจากพวกพ้องเท่านั้นใช่ไหมที่ยังหาเช้ากินค่ำกันอยู่
หันไปดูฝีไม้ลายมือในการบริหาร เอาแค่ตั้งคนเข้าไปทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้เป็นอย่างไร “คดีเกาะเต่า”ที่ชาวโลกเขาไม่เชื่อถือเป็นเพราะอะไร
ส่วนตัวเชื่อว่า 2 ผู้ต้องหาต่างด้าวเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมจริง เพราะผลดีเอ็นเอตรง แต่ยังมีคนอื่นร่วมฆ่าอีกหรือไม่เป็นเรื่องน่าคิด และการที่คนเขาไม่เชื่อเจ้าหน้าที่ ก็เป็นเพราะท่านไม่ได้วางตัวคนเก่งคนดีเข้าไปคุมงานตำรวจระดับต่างๆ ใช่หรือไม่ การทำงานมันเลยผิดฝาผิดตัว ผิดทางผิดทิศ พอจับผู้ต้องหาได้แบบโชคช่วยนิดๆ ก็เลยมีแต่คนจับผิด เพราะวางระบบการทำงานไม่ดีตั้งแต่แรก
ลองไล่ดูคนรอบกายท่านผู้นำตำรวจ เกือบทั้งหมดมีแต่เพื่อนรุ่นเดียวกัน หาใช่มือปราบคนสำคัญ นักสืบฝีมือดี นักสอบฝีมือเยี่ยม
อีกที่คือดีเอสไอ ได้ยินเสียงบ่นจาก “คนใน” ว่าไม่ได้ทำคดีอะไรกันมาหลายเดือนแล้ว ช่วงที่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ข้ามห้วยจากกรมปทุมวันไปนั่งที่ตึกริมถนนแจ้งวัฒนะ งานทำท่าจะเดินแต่ก็ไม่เดิน เพราะอำนาจไปรวมศูนย์อยู่ที่อธิบดี ถึงขนาดจะให้สัมภาษณ์กันทียังต้องทำหนังสือขออนุญาต คณะกรรมการคดีพิเศษก็แทบไม่ได้ประชุม (ล่าสุดเข้าใจว่าหมดวาระไปแล้ว)
แต่กฎหมายของดีเอสไอยุคใหม่ แม้ไม่มีคณะกรรมการคดีพิเศษก็ทำงานได้ สืบสวนสอบสวนล่วงหน้าไปก่อนได้เลย ทว่าทุกเรื่องก็ยังเฉย “คดีเสี่ยโจ้”หายตัวก็ไม่ขยับ คอมพิวเตอร์ที่นำไปถอดข้อมูลส่วยน้ำมันเถื่อน ก็ไม่ทราบว่าถอดถึงไหนแล้ว
คดีการเงิน ปั่นหุ้น อัยการก็สั่งไม่ฟ้องบ้าง ศาลยกฟ้องบ้าง หาผลงานแทบไม่มี ทั้งๆ ที่หน่วยงานพิเศษระดับนี้ ถ้าเมื่อไรรับเป็นคดี มันต้องฟ้องเกือบ 100% ศาลลงโทษเกือบ 100%
ช่วงที่ผลงานเงียบหาย ทราบว่ามีความพยายามแก้ไขปัญหาภายใน โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่ง “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่มีการไปเปลี่ยนกฎ แก้เกณฑ์ แต่ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็น คือยังแก้อะไรไม่ได้มาก
ส่วนการตั้ง “พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ” ซึ่งได้เงินเพิ่มพิเศษ คนที่ได้รับแต่งตั้งกลับถูกตั้งคำถามว่าเหมาะสมตรงไหน ทำนองเอาตำรวจไปนั่งเป็น บก.ข่าว แล้วเอานักข่าวไปคุมงานสืบสวนสอบสวน
อธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเพิ่งย้ายเข้าไปหมาดๆ ตอนนี้ก็กระโดดไปเป็นว่าที่ปลัดยุติธรรมด้วยผลงานของรัฐบาล คสช. หลายคนสงสัยว่าเหตุใดต้องให้ตำรวจไปนั่งเป็นปลัด ยธ. คนวงในเขาบอกว่าเพื่อความชัวร์ในการสานต่ออำนาจตำรวจ หากปีหน้าการเมืองผันแปร คนที่เป็นของฝ่ายตนเองแน่ ก็ยังเป็นหนึ่งใน ก.ต.ช. ยกมือหนุนคนของขั้วอำนาจนี้เป็น ผบ.ตร.ต่อไป
ปัจจุบันโครงสร้าง ก.ต.ช.ปรับเหลือ 9 คน เป็นข้าราชการประจำ 5 ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 เหลือฝ่ายการเมืองแค่ 2 สภาพไม่ต่างอะไรกับบอร์ดปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลของกลาโหม
ข้ออ้างไม่ให้ฝ่ายการเมืองล้วงลูก ฟังขึ้นหรือไม่ การเมืองล้วงลูกไม่ได้แล้วมีธรรมาภิบาลจริงหรือเปล่า ลองดูตัวอย่างเลาๆ ที่กองทัพภาค 4 แม่ทัพวันนี้เติบโตจากภาคเหนือ แต่ต้องลงไปทำงานภาคใต้ การที่ลูกหม้อทัพภาค 3 ต้องถูกโยกไปไกล เพื่อเปิดทางให้ใครขึ้นแม่ทัพ แล้วใครคนนั้นกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของกองทัพด้วยคอนเนคชั่นระดับนามสกุลเดียวกัน
เรื่องอย่างนี้ถ้าไม่มีรัฐประหารจะทำได้หรือ?






