กิจกรรมจุดไฟเสรีในหัวใจของแนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นสช.) ในห้วงเดือนตุลาคม 2557
ค่อนข้างเงียบเชียบ ซึ่งเหมือนกิจกรรมก่อนหน้านี้ที่อาศัยสื่อสังคมออน ไลน์นัดหมาย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความเงียบ
ตรงกันข้าม การปรากฏกายของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะร่วมงานที่ใด ก็จะได้ยินเสียงตะโกน"ยิ่งลักษณ์สู้ๆ"ดังก้อง
อย่างวันก่อน ในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่วัดบางไผ่ นนทบุรี ก็มีคนเสื้อแดงจำนวนมากมาให้การต้อนรับ
หรือในวันที่"ยิ่งลักษณ์"เดินทางไปเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ สวัสดิ์ คำประกอบ อดีต ส.ส.รุ่นลายคราม ที่นครสวรรค์ ได้มีแฟนคลับมาถ่ายรูปด้วยมากมาย
คาดว่า วันพระราชทานเพลิงศพ"เสธ.เปีย"ในวันอาทิตย์นี้ คงมีคนเสื้อแดงเรือนหมื่นไปร่วมงาน และให้กำลังใจอดีตนายกฯ ปู
จะว่าไปแล้ว"กระแสทักษิณ-ยิ่งลักษณ์"ยังเป็นกระแสหลักในหมู่คนเสื้อแดง แม้ว่าแกนนำ"แดงอิสระ"พยายามจะปลุกระดมด้วยวาทกรรมเยี่ยง"ซ้ายตกขอบ"แต่ก็ทำได้แค่ร่ำระบายอารมณ์ในสื่อโซเชียล
ดังนั้น ท่าทีท่วงทำนองของแกน นปช.ในการจัดรายการทีวีทางช่อง"พีซทีวี"(จอแดงหมายเลข2)ก็ดำเนินไปในกรอบกติกาของ กสทช.และ คสช.วางไว้
แม้ช่อง"ทเว็นตี้โฟร์ทีวี" (จอแดงหมายเลข1)พยายามจะล้ำเส้นในวันเคลื่อนศพ"เสธ.เปีย"แต่ก็เจอ"สัญญาณขัดข้อง"ระหว่างการถ่ายทอดสด
มวลชนเสื้อแดงในเขตชนบท สงบนิ่ง รอดูสถานการณ์ตามคำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พวกเขามิได้ตื่นเต้นอันใดกับข้อเสนอปฏิรูปประเทศของ คสช.ขณะเดียวก็ไม่ได้คิดจะออกมาต่อต้านคณะทหาร เพราะรู้ว่าวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ต้องมีการเลือกตั้ง
บรรดาแกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ที่เคยเสนอแผนจัดตั้ง"กองกำลังติดอาวุธ"ต่อต้านการรัฐประหาร ก็เผ่นหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน บางคนที่หนีไม่ทัน ก็แปรพักตร์ไปรับใช้ทหาร เอาตัวรอด
เหมือนกับพวก"แดงปากดี"ที่หนีคดี112ไปอยู่ตามรอยตะเข็บชายแดน เพราะรู้ตัว ถ้าอยู่ก็ติดคุก คนพวกนี้เหมือนนักวิชาการบางกลุ่มที่ฝันถึงการลุกขึ้นสู้ของประชาชน แต่ฝันก็ไม่เป็นจริง
เนื่องจากประชาชนยังหนีไม่พ้นกับดัก"ระบอบอุปถัมภ์"ทั้งจากกลุ่มอำนาจนิยม และกลุ่มนักเลือกตั้ง
ด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนาจ"คณะทหาร"ในปัจจุบัน จึงเลือกที่จะเดิน"เกมสองหน้า"เพื่อควบคุมสถานการณ์ แทนที่จะเลือก"ไล่ล่า"ฝ่ายตรงข้ามให้จนตรอกเหมือนคณะทหารชุดก่อน
โดยอาศัยคอนเน็กชั่นเดิมของสาย"นักรบบูรพา"ต่อเชื่อมกับ"ซุ้มขาใหญ่"ในเครือข่ายนักเลือกตั้ง รวมถึง"ซุ้มคนแดนไกล"
ความสัมพันธ์ของ"พี่เหวียง"กับ"น้องป้อม"นั้นล้ำลึก เนื่องจากเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน จึงไม่ยากที่จะมีการเปิดช่องทางให้คู่ขัดแย้งได้มีการพูดคุยกัน
การออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงอยู่ในมืออรหันต์หน้าเดิมๆ และแน่นอน ย่อมมีการวางโรดแมพการสืบทอดอำนาจ ผ่านกระบวนการเลือกตั้งไว้เสร็จสรรพ
วันนี้ ถนนทุกสายมุ่งสู่ศูนย์อำนาจที่เรียกกันสั้นๆ ว่า"ป่ารอยต่อ5จังหวัด"(หมายถึงมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ5จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในค่าย ร.1รอ.)
ในโครงสร้างอำนาจ"ข้างบน"ของรัฐบาลประยุทธ์ จึงมีตัวแทน"ซุ้มขาใหญ่"เข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี และที่ปรึกษามากหน้าหลายตา
แอ๊คชั่นของ"บิ๊กกี่"พล.อ.นพดล อินทปัญญา วิป สนช.ที่แสดงท่าทีไม่ตอบสนองในการถอดถอน"สมศักดิ์-นิคม"ไม่ใช่เรื่องฝ่ายกุมอำนาจไม่ลงตัว หากแต่เป็นไปตามสคริปต์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า
นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง2475จนถึงวันนี้ มันยังเป็นการเมืองของ"คนข้างบน"กลุ่มเดียว ส่วน"คนข้างล่าง"ที่เป็นคนส่วนใหญ่ ก็ถูกลากให้เป็นหางเครื่อง หรือกองเชียร์ของแต่ละกลุ่มที่เข้าต่อสู้ โดยมีอำนาจเป็นเดิมพัน
เราจึงเห็นยิ่งลักษณ์ไปงานศพ และพระสุเทพไปงานทอดกฐิน นี่คือสัจธรรมของการเมืองไทย ไม่เคยเปลี่ยน






