กระแสสังคมโลกมุ่งรณรงค์คุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชนทุกคน (Social Protection Floor : SPF)
ประเทศไทยนี้มีคนจนลดลง แต่ความเหลื่อมล้ำทางสังคม กลับเพิ่มมากขึ้น
ปฏิรูปประเทศไทยนอกจากการปฏิรูปทางการเมือง และเศรษฐกิจแล้ว การปฏิรูปสังคม และระบบราชการจำเป็นอย่างยิ่ง ควรดำเนินการปฏิรูปคู่ขนานควบคู่กันไป
ผนึกพลังภาคส่วนต่างๆ ในสังคมคลี่คลายความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่นับวันนับทวีคูณมากขึ้น โดยยึดฐานการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection Floor : SPF) ที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังดำเนินการกันเป็นแนวทาง พร้อมทั้งเดินหน้าเรื่องการสรรค์สร้างสังคมสวัสดิการ (Welfare Society) คือ
1. ออกแบบสวัสดิการขั้นต่ำให้ทุกชีวิต อยู่ได้อย่างสมกับความเป็นมนุษย์ เป็นสวัสดิการที่ร่วมกันรับผิดชอบสร้างระบบคุ้มครอง & ป้องกัน (More Active) เป็นแบบถ้วนหน้า เว้นผู้หลุดรอดจากระบบคุ้มครองที่จะต้องหยิบยื่นมือช่วยเหลือแบบให้เปล่า (Passive)
2. ทิศทางที่สำคัญต้องสร้างหลักประกันทางสังคมลักษณะที่ผู้รับบริการมีส่วนร่วม เช่น การซื้อประกัน หรือการจ่ายสมทบเงินเข้ากองทุน ตามหลักการประกันสังคม (Social Insurance / Social Security) ซึ่งจำเป็นต้องมีการขยายการคุ้มครองประกันสังคมให้ครอบคลุมคนไทยอย่างกว้างขวางถ้วนหน้า (Universal) โดยเร็ว
3. การให้บริการในลักษณะที่เป็นสิทธิที่ประชาชนควรได้รับ โดยเท่าเทียมกัน หรือเสียค่าใช้จ่ายในราคาถูก ตามระบบที่เป็นบริการทางสังคม (Social Service)
4. ผู้เดือดร้อนยากจนจริงๆ จำเป็นต้องช่วยเหลือทางสังคม (Social Assistance) ที่เป็นการให้บริการกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในลักษณะตรวจสอบ (Means - Test) ว่ายากจนและเดือดร้อนจริงๆ
5. ภาพรวมใหญ่สำคัญ คือ บริการลักษณะส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมอย่างกว้างขวาง & มีประสิทธิภาพในลักษณะการส่งเสริมสนับสนุน (Social Promotion)
ประเทศไทยเวลานี้ภาคส่วนต่างๆ พูดกันมากเรื่องปฏิรูปประเทศไทย ดังนั้น จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ สำหรับสังคมไทยต้องมีการปฏิรูปประเทศไทย ในมิติสำคัญๆ อย่างรอบด้าน (การเมือง - เศรษฐกิจ - การศึกษา - เทคโนโลยี) ควบคู่ไปพร้อมกัน กับการปฏิรูปการบริหารจัดการทุนองค์กร (Organization Capital : OC) / ปฏิรูปราชการกับการปฏิรูปทางสังคมสู่สังคมสวัสดิการถ้วนหน้า (Welfare for All)






