วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จะ "ไวรัล" ไปไหน?

วันก่อนมีโอกาสคุยกับลูกค้าท่านหนึ่ง มีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นในการทำการตลาดออนไลน์มากๆ

ให้เหตุผลร้อยแปดประการว่า "ออนไลน์" กำลังเติบโต และเป็นช่องทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ โอกาสที่แบรนด์เล็กๆ จะเข้าตีแบรนด์ใหญ่ๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ!

แน่นอนผมเองไม่ได้คัดค้านอะไร ก็สนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ แต่มาเริ่มสงสัย ตอนลูกค้ายิงหมัดตรงออกมานี่แหล่ะ

“อยากจะทำวีดิโอไวรัล”

ลูกค้าให้เหตุผลว่า สินค้าของเค้าไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทุกวันนี้อาศัยทีมเซลล์ เคาะประตูบ้านขายทีละหลังๆ ทำให้ขายได้ลำบากมาก กว่าจะได้ยอดแต่ละครั้ง ยังดีที่สินค้าของเค้าประสิทธิภาพดีมากเลยยังพอขายได้ และอยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้

ลูกค้ามีความเชื่อว่า ถ้าสินค้าเค้าเป็นที่รู้จักมากกว่านี้ ต้องขายดีขึ้นแน่ๆ เลยอยากจะทำวีดิโอไวรัลมากๆ

ขอผมมาแบบโต้งๆ เลย “คุณโซวบักท้ง จัดให้ผมสักล้านวิวเลยน่ะครับ”

แต่หลังจากลองไล่เรียงชุดคำถาม ถามลูกค้าไปเรื่อยๆ ผมกลับรู้สึกว่า สินค้าของลูกค้าเจ้านี้ ไม่ได้เหมาะกับการทำวีดิโอไวรัล เสียเลย

สาเหตุหลักๆ มีดังนี้ครับ

1.สินค้ามีความซับซ้อนสูงมาก เรียกว่า อธิบายกันเป็นชั่วโมงกว่าจะเข้าใจ เซลล์เหนื่อยจนลิ้นห้อย กินน้ำหมดไป 7 แก้วคนฟังบางทียังไม่ค่อยเก็ตเลย

2.สินค้า เป็นของที่ใช้ในการแก้ปัญหาเฉพาะด้าน ไม่ใช่ว่าทุกๆคน จะอยากได้กัน เรียกได้ว่า ถ้าเคาะประตูบ้านผิด มีสิทธิโดนตะเพิดได้เลยทีเดียว

3.ราคาสินค้าสูงมากเฉียดแสนบาท เรียกได้ว่าไม่รวยจริง ก็ไม่กล้าซื้อ

จริงๆ จะว่าไปแล้ว ตรรกะความคิด ของลูกค้าเจ้านี้ไม่ได้ผิดไปเสียเลยทีเดียว ที่พูดว่าถ้าคนรู้จักสินค้าเค้ามากขึ้น เค้าก็น่าจะขายดีขึ้น

แต่ในแง่ของผมคิดว่า งบประมาณที่ลูกค้าเจ้านี้มีการทำวีดิโอไวรัล ไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เราอาจทำวีดิโอไวรัล ได้ถึงหนึ่งล้านวิว ตามที่ลูกค้าขอ แต่ยอดขายมันจะขึ้นไปด้วยหรือเปล่า? ในเมื่อความซับซ้อนของสินค้ามีมากขนาดนี้ และกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างจำกัดมาก

ผมพบว่าปัญหาของลูกค้าเจ้านี้ ไม่ได้อยู่ที่ “สินค้าไม่เป็นที่รู้จัก” แต่อยู่ที่ “เข้าไม่ถึง” กลุ่มคนที่ต้องการซื้อสินค้าต่างหาก เลยแนะนำให้ลูกค้าเก็บเงินที่จะทุ่มงบทำไวรัลไว้ก่อน เจียดเงินออกมาแค่ส่วนหนึ่ง แล้วแนะนำให้ทำ Search Engine Marketing แทน!

ปกติของคนยุคนี้ เวลามีปัญหาอะไร หาคำตอบไม่ได้ ก็มักจะถาม Google ก่อนเสมอ พี่ Google ก็แสนฉลาด ร้อยทั้งร้อย มีคำตอบให้พวกเราเสมอ (แต่ถูกหรือผิดว่ากันอีกที)

แทนที่จะไปเดินเคาะประตูบ้านทีละหลัง ผมเลือกให้ลูกค้านั่งอยู่เฉยๆ โดยการเปิดเว็บไซต์ง่ายๆ แล้วให้ “คนที่มีปัญหา” ที่สินค้าตัวนี้สามารถแก้ไขปัญหาให้ได้ Search ผ่าน Google เข้ามา โดยใช้โฆษณาของ Google ที่เรียกกันว่า Google Adwords

ตัวเว็บไซต์ก็พยายามอธิบายสินค้าแบบย่อๆ เข้าใจง่ายๆ โดยบอกว่า สินค้าของเรานั้น สามารถแก้ปัญหาของคุณได้ บอกราคาสินค้าคร่าวๆ พร้อมกับมี Contact Form ให้กรอก เพื่อนัดสาธิตผลิตภัณฑ์จากทีมขายผู้เชี่ยวชาญ

คนกรอกฟอร์มเข้ามา คือ คนที่อยากซื้อสินค้า และ อยากคุยกับทีมขายเกือบ 100%! กลยุทธ์นี้ดีกว่าการทำการตลาดแบบหว่านแห เดินเคาะประตูบ้านมากมายหลายเท่า แถมไม่ต้องสิ้นเปลืองงบการตลาดไปกับผู้ที่ไม่ได้สนใจจะซื้อสินค้าจริงๆ แบบวีดิโอไวรัลด้วย

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่า Search Engine Marketing ดีกว่า วีดิโอไวรัล นะครับ แต่ต้องการจะบอกว่าการทำการตลาดออนไลน์นั้น มันมีหลายๆ วิธี เราจำเป็นจะต้องตีโจทย์ให้แตก ว่าจริงๆ แล้ว "เราจะควรเลือกเครื่องมือ และกลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าเม็ดเงินและตอบโจทย์ปัญหาของธุรกิจเราจริงๆ"

ไม่ใช่อะไรฮิต ก็ไหลไปตามนั้น

การตลาดออนไลน์ สามารถช่วยเหลือธุรกิจ ทุกธุรกิจได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะไซส์เล็ก กลาง ใหญ่ สำคัญที่ว่าแกะโจทย์ให้ออก มองให้แตก

แล้วคุณมองภาพการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณเอง ออกแล้วหรือยังครับ ?

ถ้ามองออก ก็รีบทำด่วนๆ…ช้ากว่านี้ ระวังจะไม่ทันคู่แข่ง...แล้วจะหาว่า "โซวบักท้ง" ไม่เตือน!