หากได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จะช่วยให้องค์กรพัฒนาและเติบโตได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และที่สำคัญมีความยั่งยืน
เมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่สนใจในการปรับปรุงกระบวนการ พัฒนาคน และยกระดับความสามารถการแข่งขันขององค์กร จะได้เรียนรู้จากตัวจริงเสียงจริง ที่มาอธิบายและนำเสนอประสบการณ์หลังจากการเข้าร่วมโครงการดีๆของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะการพัฒนาคน ยกระดับองค์กรนั้น เป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ไม่สามารถจะหยุด เลิก หรือไม่ให้ความสำคัญได้ ตราบใดที่องค์กรยังจะต้องประกอบการหรือดำเนินการส่งมอบสินค้าและบริการไปยังลูกค้า และมีการแข่งขันเกิดขึ้นตลอดเวลา
การจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้บริหารและพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจัดกันเป็นประเพณีประจำปีไปแล้วนี้ เปรียบเสมือนนำองค์กรที่ผ่านการคัดเลือกว่ามีความพร้อม มีความตั้งใจจริง และได้รับทุนสนับสนุนมาชดใช้ทุน ด้วยการเปิดบ้านให้โอกาสองค์กรอื่นๆได้เข้ามาเรียนรู้ สอบถาม และศึกษาเพื่อที่จะนำไปปรับใช้ในองค์กรของตนเอง
และผมก็ถือโอกาสนำมาสรุปถ่ายทอดต่อตามที่เคยสัญญาไว้ในบทความก่อนหน้านี้ ว่าจะเก็บตกกรณีศึกษาของ 5 บริษัทที่ได้เข้ารับการต่อยอดบทบาทของนักส่งเสริมผลิตภาพ (Productivity Facilitator) ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นแกนหลักขององค์กร ในการบริหารและขับเคลื่อนกิจกรรมผลิตภาพภายในองค์กร และยกระดับผลลัพธ์การดำเนินธุรกิจขององค์กร จากโครงการสร้างบุคลากรด้านการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร (Productivity Facilitator) ในภาคอุตสาหกรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี 2551-2555
และในปีงบประมาณ 2557 ได้ยกระดับเป็นโครงการ “การจัดการความรู้ด้านการเพิ่มผลิตภาพในองค์กรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน “(Knowledge Management for Sustaining the Organizational Productivity Movement): PFKM” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเสริมสร้างความรู้ความสามารถด้านการสร้างและขยายฐานองค์ความรู้ด้านการเพิ่มผลิตภาพ ด้วยการบริหารจัดการองค์ความรู้จากการปรับปรุงและพัฒนางานอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับบริบทด้านวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมขององค์กรนั้นๆ โดยบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมหลัก อาทิ การฝึกอบรม การศึกษาดูงาน การให้คำปรึกษาแนะนำ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรที่เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
เบื้องหลังและความสำเร็จขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการ PF+KM ประจำปี 2557 ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ทั้ง 5 องค์กร สรุปสั้นๆได้ดังนี้
บริษัท นครไชยศรีอุตสาหกรรม จำกัด ผลิตภัณฑ์ เทปลูกไม้ตกแต่งหน้าแคบ
ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพภายในองค์กรและการสร้างคนที่มีคุณภาพ ผ่านกิจกรรม โครงการ “ธนาคารความคิด” ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการทำงานเป็นทีม ทำให้พนักงานเปิดใจ และนำไปสู่การปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง องค์กรได้นำ KM มาใช้ ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากอดีต เพื่อสร้างอนาคต” และดำเนินกิจกรรม KM อย่างจริงจังและเป็นระบบ เพื่อรวบรวมปัญหาที่เกิดซ้ำๆ และวิธีการแก้ไข จัดทำเป็นคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อทำงานภายใต้แนวทางเดียวกัน
บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มชนิดไม่มีแอลกอฮอล์
โครงการ PFKM ทำให้องค์กรได้พบเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ที่มาเข้าร่วมทีมส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพในองค์กร ซึ่งในอนาคตทีมงานนี้จะพัฒนาเติบโตขึ้น และนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน โดยรับส่งต่องานกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพจากทีมผู้บริหาร และประยุกต์ KM เข้ากับสิ่งที่บริษัทดำเนินการอยู่อย่างเป็นรูปธรรม เช่น กิจกรรมตลาดนัดความคิด ในรูปแบบของการรวมกลุ่มนักปฏิบัติ CoP (Community of Practice) เพื่อเก็บความรู้ในสายการผลิตนำร่อง ผลักดันการดำเนินงาน TPM โดยมุ่งเน้นที่กิจกรรม AM เป็นพื้นฐาน ผ่านการสื่อสารช่องทางต่างๆ รณรงค์ให้พนักงานเขียนเนื้อหาการปรับปรุง (KAIZEN) และสรุปเป็นบทเรียนแบบสั้นกระชับง่ายๆ OPL (One Page Lesson) รวมทั้งฝึกการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ดาสโก้ จำกัด ผลิตภัณฑ์เบาะนั่งเด็กในรถยนต์ Car Seat Cover, Baby Carrier
องค์กรหาช่องทางที่จะนำ KM ไปสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กร จึงได้สร้างทีม “KM BANK” เพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล และการแบ่งปัน ทำให้โครงสร้างการบริหารงานสะดวกมากขึ้น และพนักงานไม่รู้สึกมีภาระงานเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังใช้ต่อยอดระบบงานเดิม เช่น APQP (Advanced Product Quality Planning) หรือกระบวนการวางแผนผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า ทำให้ช่วยลดปัญหาในกระบวนการ และลดต้นทุนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับองค์กร
บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิคปูพื้น และบุผนัง
ด้วยกระบวนการผลิตอันโดดเด่นในอุตสาหกรรมการผลิตกระเบื้อง ที่มีนวัตกรรมกระบวนการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทำให้องค์กรมีความมุ่งมั่นที่จะรวบรวมความรู้ เพื่อการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะให้พนักงานได้เรียนรู้ วิธีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และมีการแบ่งปันประสบการณ์ทั้งในหน่วยงานเดียวกันและต่างหน่วยงาน เพื่อให้ได้แนวทางการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และมีสถานที่จัดเก็บองค์ความรู้ให้พนักงานสามารถเข้าถึงได้เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดการทำงานในอนาคต รวมถึงโครงการความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มผลิตภาพอย่างสร้างสรรค์
บริษัท คาร์เปทอินเตอร์แนชั่นแนล ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์ พรม และหญ้าเทียม
องค์กรมีความต้องการรวบรวม จัดเก็บองค์ความรู้ที่กระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล และขยายความรู้ด้านการเพิ่มผลิตภาพขององค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานของการบริหารกิจกรรม ผ่านการประยุกต์ใช้หลักการ KM นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกกระบวนการผลิตนำร่องในการจัดเก็บองค์ความรู้ที่สำคัญ เพื่อให้พนักงานรุ่นเก่าถ่ายทอดองค์ความรู้ และทักษะในการทำงานให้แก่พนักงานรุ่นต่อไป เพื่อใช้เป็นแนวทางการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง
ถ้าอยากเจาะลึกในรายละเอียดที่มากกว่านี้ ลองประสานขอดูงานที่บริษัทดังกล่าว เชื่อว่าทั้ง 5 บริษัทพร้อมที่จะเปิดรับให้หน่วยงานอื่นๆได้เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรพัฒนาและเติบโตได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และที่สำคัญมีความยั่งยืนอีกด้วย ซึ่งเรื่องราวและรูปแบบการบริหารผลิตภาพในองค์กร ตลอดจนการต่อยอดด้วยการนำเอาการจัดการความรู้มาใช้ ดังตัวอย่างจากองค์กรที่ได้ก้าวเดินนำหน้าไปแล้วดังกล่าว คงจะได้ช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานในองค์กรของไทย จะได้นำมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรร่วมกัน และสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการในปีงบประมาณใหม่นี้ ลองติดตามข้อมูลข่าวสารจาก www.ftpi.or.th ครับ






