เห็นบัญชีทรัพย์สินของบรรดาขุนทหาร แม่ทัพนายกองที่ไปนั่งในสภาหินอ่อนในฐานะสมาชิก สนช.
แล้วต้องเปิดเผยทั้งทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว ต้องบอกว่าคำเปรียบเปรยโบร่ำโบราณที่ว่า"เมียทหารนับขวด เมียตำรวจนับแบงก์"นั้นไม่จริงเสียแล้วใน พ.ศ.นี้
เพราะทรัพย์สินของทหารใหญ่แต่ละนายมีกันคนละหลายสิบล้านบาท บางรายเป็นร้อยล้านด้วยซ้ำ!
จึงถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ข้าราชการระดับสูงของกองทัพมีความเป็นอยู่ที่ดี ครอบครัวก็คงไม่ต้องเศร้าตรมเหมือนที่คำโบราณว่าไว้อีกต่อไป
ที่ผ่านมานายทหารระดับผู้นำเหล่าทัพ ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.กันอยู่แล้ว แต่กฎหมายไม่ได้บังคับให้เปิดเผยต่อสาธารณะ เผอิญว่าในยุคหลังจากที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง มีข้าราชการทหารระดับสูง ทั้งในและนอกราชการเข้าไปดำรงตำแหน่งแห่งหนใน สนช. และ ครม.จำนวนมาก จึงถือเป็นข้าราชการการเมือง ต้องยื่นและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะกันทุกคน
พี่น้องประชาชนก็เลยตกใจที่เห็นบรรดานายทหาร (จริงๆ แล้วตำรวจด้วย แต่กรณีตำรวจไม่ค่อยมีใครแปลกใจ) มีทรัพย์สินกันมากมาย เพราะไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ขณะที่คนไทยจำนวนมากคงยังยึดติดอยู่กับวลี"เมียทหารนับขวด..."กันอยู่ จึงยิ่งประหลาดใจเป็นเท่าทวีคูณ
หลายคนพอหายตกใจแล้ว ก็เลยชักสงสัยว่าท่าน"บิ๊กๆ"ทั้งหลายมีเงินทองกันจำนวนหลายสิบหลายร้อยล้านกันได้อย่างไร เพราะเงินเดือนข้าราชการไทย (ไม่เฉพาะทหาร) ก็เป็นที่รู้ๆ กันว่าน้อยนิด (บางรายจึงต้องไปหาอาชีพเสริม เปิดบริษัท รปภ. คุมสถานบันเทิงกันตามความถนัด) เอาเงินเดือนแบบไม่ต้องใช้เลยแม้แต่บาทเดียว คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน ยังแทบไม่ได้เศษเสี้ยวของทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.นำมาเปิดแสดง
ร้อนถึงท่านนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชาซึ่งเพิ่งเกษียณจากการเป็นทหารมาหมาดๆ ต้องออกมาอรรถาธิบายในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมาเอาไว้แบบนี้
"ผมว่าอย่าพูดด้วยอารมณ์ อย่าตัดสินคนด้วยความรู้สึก ให้ความเป็นธรรมกับคนเขาบ้าง ติทุกเรื่องทุกอย่างคงจะไม่ได้ คนทุกคนจนเท่าเทียมกันก็ไม่ได้ จะรวยเท่าเทียมก็ไม่ได้ บางคนบอกว่าข้าราชการทำไมรวย ก็เขาชาติตระกูลไม่เหมือนกันมา ก็ไปดูว่าเขามีมรดกพกห่อกันมาหรือเปล่า เขาโกงใครมาหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าพอเป็นทหารต้องจนเหมือนกันหมด หรือเป็นข้าราชการต้องจนเท่ากันหมด นำเงินเดือนมาคูณ 12 เดือนเท่านี้ เพราะฉะนั้นเกษียณแล้วมีเงินเท่านี้ ผมว่าไม่เป็นธรรม"
เป็นท่าทีแบบตรงไปตรงมา เสียงดังฟังชัดของท่านนายกฯ ซึ่งก็แน่นอนว่าถูกต้องที่ทหารไม่จำเป็นต้องจนเหมือนกันหมด แต่ที่คนเขาสงสัยคือที่ร่ำรวยกันมานั้นท่านทำอะไรมา หากมีมรดก ตระกูลรวย ได้ภรรยารวย หรือประกอบอาชีพเสริมอื่นใดก็ไม่มีใครเขาว่า เพียงแต่ต้องชี้แจงมา เพราะท่านเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว
และท่านเลือกยึดอำนาจเข้ามาเอง ตัดสินใจเอง ประชาชนจำนวนไม่น้อยเขาไม่ได้เรียกร้องให้ท่านเข้ามานะครับ
ประเด็นปัญหาของเรื่องนี้ก็คือ เจ้าของทรัพย์สินชี้แจงไม่ค่อยชัดเจน อ้อมๆ แอ้มๆ ว่าได้มาจากไหน อย่างไร บางคนชี้แจง 2 ครั้งไม่เหมือนกัน แม้แต่คนใกล้ตัวของท่านนายกฯ ก็ปรากฏว่ามีทรัพย์สินมากกว่าจำนวนที่แจ้ง ป.ป.ช. เมื่อ ป.ป.ช.สอบถามไป ก็ชี้แจงประมาณว่าเป็นเงินของหน่วยทหารที่ตนเคยเป็นผู้บังคับหน่วย แต่พอย้อนไปดูบัญชี กลับใช้ชื่อตัวเองเปิดบัญชี อย่างนี้มันเงินของหน่วยหรือเงินของท่าน หรือเงินของหน่วยกลายเป็นของท่าน?
เรื่องนี้มันต้องเคลียร์นะท่าน เพราะท่านเข้ามาในนามของความดี ในนามของความสุจริต โปร่งใส เงินของหน่วยก็ควรเปิดบัญชีนิติบุคคล แล้วท่านเป็นหัวหน้าหน่วย จะมีอำนาจสั่งจ่ายคนเดียวหรือร่วมกับใครก็ว่าไป...
เช่นเดียวกับกรณีของตำรวจใหญ่บางนาย แจ้ง"เงินราชการลับ"เป็นรายได้ (คล้ายๆ เป็นเงินเดือน) อย่างนี้ประชาชนเขางง
เพราะเงินหลวงกับเงินเรามันชักจะกลายเป็นเงินก้อนเดียวกัน แล้วอย่างนี้จะเรียกร้องให้คนเขาเชื่อใจท่านอย่างเดียวคงไม่พอเสียแล้ว เพราะท่านต้องแสดงให้เห็นว่าตัวท่านสมควรได้รับความเชื่อใจด้วย!






