วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนไทยต้องอดกลั้น ในสังคมยุคปฏิรูป

นับจากนี้ไปหลังจากได้มีการแต่งตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อาจกล่าวได้ว่าสังคมไทย เข้าสู่ช่วงแห่งการปฏิรูป

ซึ่งหากติดตามนโยบายของรัฐบาล หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่แถลงว่าจะดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศในทุกด้าน โดยพยายามทำในสิ่งที่สามารถทำได้ในช่วงเวลาอันจำกัดภายใน 1 ปี ส่วนประเด็นที่ยังทำไม่ได้ ก็จะเป็นการวางกรอบให้รัฐบาลต่อไปได้ดำเนินการต่อ ส่วนหน้าตาและทิศทางการปฏิรูปนั้น ขณะนี้ยังแทบดูไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นช่วงของการขายแนวคิด

การปฏิรูปในครั้งนี้ถือว่าเป็นกระแสใหญ่ในสังคม แต่กระบวนการปฏิรูปจะสำเร็จได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และการปฏิรูปนับจากนี้ไปถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากอย่างมาก เนื่องจากเป็นการปฏิรูปเกิดจากกองทัพที่ทำการรัฐประหาร และ เป็นสภาพสังคมแห่งความขัดแย้งมายาวนานนับสิบปี ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งในสังคมแทบจะทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยที่สุดก็ยังมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ด้วยอคติทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ดังนั้น จึงแทบเป็นไปไม่ได้จะเกิดการปฏิรูปอย่างราบรื่น

แต่ก็ถือว่าเรายังมีความหวังว่าจะร่วมมือกันปฏิรูป อย่างน้อยที่สุดก็เห็นกระแสความต้องการปฏิรูป เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกรัฐบาลก่อนหน้านั้น แต่ประเด็นสำคัญของการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ต้องมีเงื่อนไขอย่างน้อย 3 ประการ คือ ประการแรก ต้องเกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกันว่าการปฏิรูปที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นผลดีต่อสังคมโดยรวม ดังนั้นสปช. หรือ รัฐบาลต้องมีกระบวนการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในสังคม หากปราศจากซึ่งความไว้วางใจเสียแล้วก็อาจล้มเหลวตั้งแต่ต้น

ประการที่สอง ต้องสร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคม ว่าการปฏิรูปที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ย่อมมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากกระบวนการปฏิรูป ยกตัวอย่างกรณีการปฏิรูปพลังงานที่กำลังขับเคลื่อนกันอยู่ในขณะนี้ โดยมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งบางกลุ่มอาจจะได้ประโยชน์ เช่น ผู้ใช้น้ำมันเบนซิน ขณะที่ผู้ใช้ดีเซลอาจเห็นว่าเสียประโยชน์ หรือแม้แต่ผู้ใช้ก๊าซ เราเชื่อว่าแนวทางการปฏิรูปหลายด้านที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ย่อมมีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์เช่นเดียวกับกรณีพลังงาน

ประการที่สาม ในยุคปฏิรูปถือว่าเป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านทางสังคม ยิ่งปฏิรูปมากเท่าไร คนในสังคมก็จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมากเท่านั้น ดังนั้น ในช่วงเวลานี้จะเกิดการแสดงออกความคิดเห็นอันอย่างมากในทุกด้าน ซึ่งอาจทำให้คนที่ต้องการปฏิรูปในบางด้านนั้นรู้สึกหงุดหงิดกับความคิดเห็นจากกลุ่มคนต่างๆ หากเราไม่มีความอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปและพยายามหาจุดร่วมกัน การปฏิรูปก็อาจไม่ประสบความสำเร็จ

เราเห็นว่าเหตุผลดังกล่าวอาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของการปฏิรูปได้ระดับหนึ่ง แต่สังคมไทยก็ต้องผ่านขั้นตอนนี้ให้ได้ เพราะหากทุกอย่างล้มเหลวและขาดการเข้าใจจากคนในสังคม แต่ในทางตรงกันข้าม หากคนในสังคมเห็นดีด้วยกับแนวทางปฏิรูป ตามที่มีการถกเถียงกันในวงกว้างแล้ว เราก็เชื่อว่าการปฏิรูปจะประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว เพราะการปฏิรูปในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการตื่นตัวทางการเมืองครั้งใหญ่ของคนไทย หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนแล้ว การปฏิรูปที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการปฏิรูปที่แท้จริง ไม่ใช่การปฏิรูปเพียงชั่วคราว