วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อีโบล่าระบาด-ยุโรปถดถอย ผู้นำโลกถกปัจจัยเสี่ยงหนัก

การประชุมของผู้กำหนดนโยบายการเงินโลก ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี หลีกเลี่ยงที่จะหยิบยก 2 ปัจจัย

เสี่ยงที่ส่อเค้าบานปลาย โดยเรื่องแรกคือการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่า ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในฝั่งตะวันตกของแอฟริกาสามประเทศคือไลบีเรีย เซียร่าลีโอน และกีนี ไปยังประเทศข้างเคียงอย่างไนจีเรีย รวมถึงการแพร่ระบาดในสเปน ซึ่งองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกเปิดเผยว่าอีโบล่าได้คร่าชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง ของจำนวนมีผู้ติดเชื้อที่มีมากกว่า 8,000 คน ขณะที่ปัญหาภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ส่ออาการถดถอยพร้อมๆ กับสัญญาณเงินฝืดในปีนี้จนถึงปีหน้า กลายเป็นสองปัจจัยเสี่ยงหลักที่จะฉุดให้เศรษฐกิจโลกเกิดชะงักงันไปจนถึงภาวะตกต่ำ

ในการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้ออีโบล่ากลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในวันนี้ ซึ่งไม่เพียงเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คน ซึ่งผู้สังเกตการณ์การทำงานของ WHO ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหายาหรือวัคซีนใดๆ มาหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ แล้วจากอัตราเร่งตัวที่เกิดขึ้นมีการคาดว่าในเวลาอีกไม่นานนัก จำนวนผู้ป่วยติดเชื้ออีโบล่าอาจพุ่งถึง 40,000 คน ขณะที่เศรษฐกิจของแอฟริกาตะวันตก ที่เป็นประเทศยากจนด้วยนั้นอาจจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามากถึง 3.26 หมื่นล้านดอลลาร์จนถึงต้นปี 2015 ถึงแม้สหรัฐอเมริกาได้ถือเป้าหมายสำคัญทำการส่งกองกำลังทหาร 4,000 นายและใช้เงินไปแล้วถึง 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อการหาทางยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบล่า แต่ดูเหมือนจะล้มเหลว

เมื่อนายโธมัส ฟรีดเดน ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคหรือ CDC ของสหรัฐได้ร่วมการประชุมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก และองค์การสหประชาชาติ ยืนยันว่าต้องไม่ให้เชื้ออีโบล่าเกิดการระบาดครั้งใหญ่ในโลกเหมือนเมื่อครั้งโรคเอดส์ เนื่องจากตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมาจากประสบการณ์ทำงานด้านสาธารณสุขพบว่าการระบาดร้ายแรงแบบนี้มีเพียงครั้งเดียวในกรณีโรคเอดส์ซึ่งทำให้เป็นเรื่องที่น่าห่วงและต้องต่อสู้กันยาวนานกับการยับยั้งเชื้ออีโบล่า โดยเฉพาะหลังจากที่ได้พบผู้ติดเชื้อชาวสเปนรายแรกนอกแอฟริกาตะวันตกเป็นนางพยาบาลชื่อเทเรซ่าโรเมโร วัย 44 ปี กำลังมีอาการทรุดหนักและเสี่ยงจะเสียชีวิตหลังจากถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการรวมทั้งสามีของเธอและบุคคลที่ใกล้ชิดอีกถึง 13 คน

นอกจากนี้ยังพบเพิ่มเติมในประเทศอื่น แต่เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตกมีการเสียชีวิต 1 รายในออสเตรเลีย มีการกักตัว 1 รายที่ตุรกี และกักตัวอีก 3 รายในเยอรมัน ขณะที่ก่อนนี้มีบาทหลวงที่ไปช่วยดูแลอาการผู้ป่วยในแอฟริกาต้องบินกลับมาพักรักษาตัวจากการติดเชื้ออีโบล่าซึ่งในที่สุดก็ต้องเสียชีวิตไป ทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศแผนการจัดตั้งระบบในการอพยพออกจากประเทศที่เป็นแหล่งระบาด เพื่อส่งมารักษาตัวในยุโรปให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมงโดยจะมีการประชุมในวันที่ 17 ต.ค.นี้เพื่อเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังผู้โดยสารที่มาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด แม้แต่สหรัฐก็เริ่มมาตรการสแกนศีรษะวัดไข้ใน 5 สนามบินหลักที่มีผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐถึงวันละกว่า 270,000 คน

ประเด็นที่ 2 ในการประชุมของสถาบันการเงินของโลก ยังได้พ่วงเอาความเป็นห่วง ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของยุโรปเข้ามาถกอย่างจริงจังโดยหวาดหวั่นว่าจะเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจนานหลายปี ซึ่งผู้อำนวยการใหญ่ของไอเอ็มเอฟ นางคริสติน ลาการ์ด ได้กล่าวเปิดการประชุมประจำปีเตือนว่า ยูโรโซน 18 ประเทศอาจมีความเสี่ยงสูง 40% ที่จะเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากไม่เร่งดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยง หลังจากที่รายงานแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจโลกปรับลดการคาดการณ์อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนจะเหลือแค่ 0.8%ในปีนี้ และ 1.3%ปีหน้า แต่น่าสังเกตว่าฝรั่งเศสที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 เริ่มเติบโตติดลบ ไม่ต้องพูดถึงอิตาลีที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 มีเศรษฐกิจติดลบมาแล้วถึง 2 ปีซ้อนได้เข้าสู่ภาวะถดถอยไปเรียบร้อยแล้ว มีเพียงเยอรมันที่ประคองตัวอยู่ได้ ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนกันยายนที่ติดลบ 4% แล้วเช่นกัน