วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ห้ามขุดคุ้ย..ไอแบงก์ทำไม?

ถ้าพูดถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ น้อยคนที่จะไม่รู้จักธนาคารแห่งนี้ แต่การบริหารจัดการ

งานในไอแบงก์ ต้องบอกเลยว่าต่างจากธนาคารอื่นๆ อย่างยิ่งยวด เพราะไม่ธรรมดาในหลายๆ เรื่องกับการบริหารในอดีตที่ผ่านมา

การให้สินเชื่อกับลูกค้า ในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่ธรรมดา มีผู้คนพูดกันมากว่าการให้สินเชื่อของไอแบงก์ ที่ผ่านมาไปให้น้ำหนักกับลูกค้าแบบกลุ่มธุรกิจเป็นส่วนใหญ่

ยิ่งไปกว่านี้ธนาคารแห่งนี้คงโชคไม่ดี ก็เพราะ มีการเมืองเข้ามายุ่งกับการทำงาน หรือการให้สินเชื่อ สำคัญยิ่งลูกค้าที่มาขอกู้เงินเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเกือบทั้งนั้น แถมได้วงเงินสินเชื่อแบบก้อนโตทีเดียว สิ่งเหล่านี้สอดรับกับที่ "ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์” ประธานบอร์ดไอแบงก์บอกว่า "ธนาคารโชคไม่ดี ขาดคนที่มีความรู้มาทำงาน การเมืองเข้ามายุ่ง ทำให้การบริหารผิดพลาด"

ยิ่งถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2553 มีรายงานจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง และประธานไอแบงก์ขณะนั้น ถึงผลการตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อของไอแบงก์ ให้กับกลุ่มบริษัทที่ต้องสงสัยร่วม 17ราย รวมวงเงินสินเชื่อกว่า 5 พันล้านบาท แบบมี "เงื่อนงำ"

รายงานการตรวจสอบของแบงก์ชาติ พอสรุปใจความได้ว่าการให้สินเชื่อของไอแบงก์ช่วงปี 2551-2553 เป็นการปล่อยสินเชื่อที่มี"ลักษณะผิดปกติวิสัยอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อเงินทุนของธนาคาร อาจทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย" แต่ที่น่าคิดการเสนอผลการตรวจสอบการให้สินเชื่อของไอแบงก์ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนั้น กลับนิ่งเฉยแบบไม่รู้ไม่เห็น

ฉะนั้นมาถึงยุคนี้เชื่อว่าเงินที่ปล่อยกู้ "ขาใหญ่" ไปเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก็ไม่น่าจะใช้หนี้ไอแบงก์ได้ครบ อาจต้องเป็นภารกิจของผู้บริหารไอแบงก์ยุคนี้ที่ควรจะต้องติดตามทวงหนี้ เพื่อให้กับองค์กรแห่งนี้

เห็น "ชัยวัฒน์" บอกเมื่อวันก่อนว่า "ไอแบงก์มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลอยู่ 30-40% ของพอร์ตสินเชื่อหรือ 3-4 หมื่นล้านบาท มาจากลูกค้าที่เป็นมุสลิมน้อยมาก" นี่แหละคือสิ่งที่ผู้บริหารต้องไปติดตามทวงหนี้จากลูกหนี้ขาใหญ่คืนมา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ หรือเจ้าพ่อเลี้ยงไก่ กลุ่มคนเหล่านี้ได้คืนหนี้ให้บ้างแล้วหรือยัง

ดังนั้นมาถึงยุคนี้การบริหารแก้ปัญหาภายในธนาคารก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้สถาบันการเงินแห่งนี้อยู่ได้และเป็นที่พึ่งของพี่น้องมุสลิมและคนไทยทั้งประเทศ ควรจะต้องเร่งขจัด"เหลือบที่คอยเข้ามาแทะเกาะกิน"

มีความเชื่อว่าผู้มากความสามารถอย่าง"ชัยวัฒน์" น่าจะเข้าไปบริหารและจัดการให้สถาบันการเงินแห่งนี้ เป็นที่ยอมรับในสังคมได้ และสามารถพลิกฟื้นองค์กรที่ถูกการเมืองรุมขย้ำให้กับมาได้

สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไปให้ประธานไอแบงก์เร่งจัดการ นั่นคือทีมที่ปรึกษา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นไอเดียของผู้บริหารหรือนักการเมืองคนไหน ที่สามารถสร้างให้สถาบันแห่งนี้มี ที่ปรึกษาถึง 10 กว่าคน ไม่รู้ว่าสถาบันแห่งนี้ต้องใช้ที่ปรึกษาอะไรมากมายขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านี้ไอแบงก์ยังต้องจ่ายเงินให้ค่าที่ปรึกษาอีกเดือนละกว่า 100,000-200,000 บาท หนักไปกว่านี้มีการพูดกันถึงว่า บางคนแทบไม่เคยเห็นหน้าเลย

นี่ก็อาจจะต้องเป็นงานใหญ่สำหรับประธานไอแบงก์ น่าจะเข้าไปตรวจสอบดูความเหมาะสม และความจำเป็นสักที ไอแบงก์มีความจำเป็นต้องใช้ที่ปรึกษาขนาดนี้เลยเชียวหรือ

อีกสิ่งที่อยากฝากผ่านไปยังประธานไอแบงก์ ควรจะเข้าไปตามไล่ล่าทวงหนี้ จากพวก เล่นแร่แปรธาตุ ขนเงินจากสถาบันแห่งนี้ออกไปในช่วงที่ผ่านมา จงอย่าได้หวั่นไหวว่ากลุ่มเขาเหล่านั้นเป็นใคร " ขุดคุ้ยเถอะ แล้วจะรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร" ใครปล่อยกู้เอื้อใคร สายสัมพันธ์เป็นอย่างไร แล้วจะรู้ว่าการให้สินเชื่อที่ผ่านมามีหลักทรัพย์ค้ำประกันแค่ไหน