วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพราะคนบางคนคิดว่า ทุกอย่างวิ่งเต้นได้ บ้านเมืองจึงเป็นเช่นนี้

มีคนถามผมว่าทำไมคนบางคนจึงยังทำอะไรที่ฝืนกติกา และความรู้สึกของคนทั่วไปได้ ทั้ง ๆ ที่เห็นอยู่โทนโท่

ว่าสังคมไม่ยอมรับ และการยืนกรานไม่ยอมทำตามสิ่งที่ต้องทำนั้นเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป

ผมตอบว่า “เพราะคนบางคนในสังคมไทยยังเชื่อว่าทุกอย่างวิ่งเต้นได้”

และนี่คือประเด็นที่ต้อง “ปฏิรูป” อย่างหนักหน่วงที่สุด เพราะแม้เราจะเห็นกระบวนการเพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมใหม่ที่ไม่ยอมรับคอร์รัปชัน ไม่ให้มีการทับซ้อนของผลประโยชน์ และให้เคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ลัดคิว ไม่เล่นเส้นสาย และถือเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นหลักการแห่งการอยู่ร่วมกัน แต่เราก็ยังเห็น “ศรีธนญชัย” ที่ยังไม่ยอมปรับเปลี่ยน

เหตุผลเดียวคือการไม่ยอมเสียประโยชน์ที่ตนเคยได้ เพราะที่ผ่านมาในหลาย ๆ กรณีคือ การผูกขาดของธุรกิจและกิจกรรมที่คนเพียงกลุ่มเดียวสามารถครอบงำ โดยที่คนอื่นไม่อาจจะเข้ามาแข่งขันได้

เมื่อเทคโนโลยีเปิดกว้างขึ้น สังคมเรียกร้องให้มีความหลากหลายในการนำเสนอมากขึ้น และตกลงกติกากันว่าจะเปิดให้สนามแข่งขันมีความเท่าเทียมกันเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ก็เท่ากับว่าผลประโยชน์เดิมจะต้องถูกแบ่งปัน และประชาชนเท่านั้นที่จะตัดสินว่าใครสามารถเสนอผลงานได้ดีกว่า ไม่สามารถผูกขาดในสนามที่จำกัดผู้เล่นได้อีกต่อไป

ที่คุณภาพของหลายสิ่งหลายอย่างของประเทศไทยสู้ต่างประเทศไม่ได้ เพราะภาวะการผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดนั่นเอง

ในหลาย ๆ อุตสาหกรรมเราจึงไม่มีคนเก่งระดับที่จะแข่งขันกับต่างประเทศหรือเพื่อนบ้าน เพราะไม่เคยต้องแข่งกันด้วยคุณภาพ

ที่ผ่านมา ธุรกิจไม่น้อยโดยเฉพาะที่พึ่งพิงสัมปทานรัฐ ขาดคุณภาพและสำนึกของความถูกต้องชอบธรรม เพราะเมื่อแบ่งผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มกันแล้วก็ไม่มีใครต้องการจะเปลี่ยนกติกา

ผู้เสียหายคือผู้บริโภคและคุณภาพของบุคลากรในด้านนั้น ๆ

แต่เพราะนิสัยเดิมของคนที่อยู่ในฐานะผูกขาดหรือกึ่ง ๆ ผูกขาด (ซึ่งมีอยู่มากเพราะมีการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างเอกชนบางรายกับหน่วยราชการบางกลุ่ม) นั่นเอง จึงมีความเชื่อในคนบางกลุ่มว่าอะไร ๆ ในประเทศนี้ก็วิ่งเต้นให้เปลี่ยน หรือไม่เปลี่ยนไปตามที่ตนหรือพวกตนต้องการได้

พวกเขาเหล่านี้คือ “ศรีธนญชัย” ที่ต่อต้านคัดค้านการปรับเปลี่ยนกติกา เพราะต้องการกันคนอื่นไม่ให้เข้ามาแข่งขันอย่างเท่าเทียม

ที่พวกเขาเชื่อเช่นนั้นคงมีสาเหตุมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า เรื่องจริงเป็นเช่นนั้น เพราะที่ใดมีผลประโยชน์ ที่นั่นมีการวิ่งเต้นและล็อบบี้ และใครมีเงิน มีเส้นสาย มีอิทธิพลก็สามารถง้างทุกอย่างได้

จนเกิดความเชื่อถึงทุกวันนี้ว่ากฎหมายทุกข้อในประเทศไทยมีข้อยกเว้นสำหรับคนบางกลุ่มเสมอ

และนี่คือที่มาของปัญหาสังคมไทยที่ยังไม่อาจจะแก้ไขเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะเรายังไม่ได้ถอนรากถอนโคนเชื้อร้ายแห่งวงจรแห่งอำนาจ เส้นสาย และการวิ่งเต้น

และตราบที่ยังมีคนมีพฤติกรรมท้าทายกติกาของคนทั่วไป ไม่ยอมเดินตามข้อตกลงของสังคมเพราะเชื่อว่า “ฉันไม่ต้องทำตามกติกาเพราะฉันวิ่งเต้นได้เสมอ...”

ตราบนั้นก็อย่าได้หวังว่าบ้านเมืองจะพ้นจากสภาพด้อยพัฒนาย่ำอยู่ในปลัก “น้ำเน่า” อย่างที่เห็นกัน