วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้ม "ปฏิวัติร่ม"

การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงที่เรียกกันว่า "ปฏิวัติร่ม" ถูกจับตามองจากฝ่ายความมั่นคงไทยอยู่พอสมควร

เพราะส่งผลทั้งในแง่เศรษฐกิจและดุลอำนาจในภูมิภาค

O มีการตั้งข้อสังเกตว่าจู่ๆ คนเรือนแสนออกมาประท้วง เป็นเรื่องไม่ปกติ ข่าวคราวที่เป็น "เบื้องหน้า" ทั้งหลายมีเหตุมีผลเพียงพอหรือไม่ เช่น ความไม่พอใจเรื่องระบบการปกครอง มีคำถามว่าระบบนี้คนฮ่องกงไม่คุ้นเคยหรือ คำว่าประชาธิปไตยเต็มใบในความรู้สึกของคนเดินถนนที่ฮ่องกง สำคัญขนาดนั้นจริงๆ หรือ เพราะเป็นเมืองแห่งการค้า เป็นศูนย์กลางทางการเงินอยู่แล้ว ยิ่งการเมืองมั่นคง น่าจะยิ่งส่งผลดี และฮ่องกงก็ยังเป็นด่านหน้าของจีนในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ฯลฯ นั่นคือสิ่งที่ปรากฏ "เบื้องหน้า"

O แต่สำหรับ "เบื้องหลัง" หรือสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นเล่า...ประการแรก คือ อิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ หรือ "โซเชียลมีเดีย" ซึ่งดูจะน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ของความมั่นคง เพราะคุมไม่ได้ ตรวจสอบยาก เหมือนกรณีของกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม หรือ "ไอเอส" ที่ใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อถึงกัน และสร้างอุดมการณ์ร่วมกัน

O แต่ถึงกระนั้น ในมุมมองของคนทำงานความมั่นคง ก็ยังไม่คิดว่าโซเชียลมีเดียจะเป็นปัจจัยเดียวในการเติบใหญ่ของขบวนการ Occupy Central แต่เชื่อว่าน่าจะมีเบื้องหลังมากกว่านั้น และนั่นก็คือเบื้องหลังประการที่ 2 บทบาทของ "มหาอำนาจ" ด้วยเป้าหมายขวางการเติบใหญ่ของจีน

O เครื่องมือสำคัญของมหาอำนาจที่ใช้ในหลายๆ พื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก คือ public diplomacy ซึ่งใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการเจาะเข้าหามวลชน โดยขับเคลื่อนผ่านทางเอ็นจีโอ มูลนิธิ องค์กรไม่แสวงหากำไร หรือกองทุนความช่วยเหลือต่างๆ แล้วส่งต่องบประมาณ ทุนวิจัย หรือสิทธิในการอบรมไปยังผู้มีอิทธิพลทางความคิดในสังคมนั้นๆ เช่น นักวิชาการ สื่อมวลชน ผู้นำชุมชน และเยาวชน

O เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไทยสะกิดบอกว่า public diplomacy แบบนี้ ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล ดูปัญหาภาคใต้ของบ้านเราเป็นตัวอย่างได้เลย!

O ความเห็นของฟากเอกชนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน วิเคราะห์อีกมุมหนึ่งว่า ยุทธวิธีที่รัฐบาลจีนนำมาใช้กับกลุ่มผู้ประท้วง คือ "รอให้เหี่ยวไปเอง" โดยจะไม่เน้นปราบปรามให้เสียรังวัด

O นักวิเคราะห์รายนี้ มองว่า เหตุผลของการชุมนุมยังฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะฮ่องกงไม่เคยเป็นประเทศ แต่เป็นเกาะของจีน ต่อมาถูกอังกฤษยึดครอง อังกฤษก็ไม่ได้ให้สิทธิปกครอง ไม่เคยมีการเลือกตั้งผู้ว่าการ แต่ส่งข้าหลวงมาปกครองตลอด พอกลับมาอยู่กับจีน ปรากฏว่าจีนยังยอมให้เลือกตั้ง เพียงแต่ส่งคนของตัวเองมาให้คนฮ่องกงทำประชามติว่าจะเอาคนนี้หรือไม่ เทียบกันแล้วยังดีกว่าสมัยอยู่กับอังกฤษด้วยซ้ำ

O ประเมินว่าจุดชี้ขาดการชุมนุม คือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะขณะนี้ค่าเงินฮ่องกงร่วงหนัก ตลาดหุ้นก็ร่วง นักธุรกิจและบุคคลชั้นสูงในฮ่องกงไม่เอาด้วยกับการประท้วง เนื่องจากบริษัทฮ่องกงทุกวันนี้ก็ได้รับสิทธิทำการค้าในจีน ตั้งบริษัทลูกในจีนโดยไม่ต้องเสียภาษี ฉะนั้นจึงไม่ใช่สถานการณ์แบบว่าจีนอยู่ได้เพราะฮ่องกง แต่ฮ่องกงทุกวันนี้รวยเละเพราะจีน

O ทั้งหมดนี้คือบทวิเคราะห์อนาคตของปรากฏการณ์ "ปฏิวัติร่ม" และขบวนการ Occupy Central