"บิ๊กแม้ว" กับ "บิ๊กตู่" ดูๆ ก็ไม่ต่าง

"บิ๊กแม้ว" กับ "บิ๊กตู่" ดูๆ ก็ไม่ต่าง

กว่า 4 เดือนแล้วที่ได้เห็น ได้ยิน และได้ฟัง "บิ๊กตู่" ผ่านสื่อแขนงต่างๆ แทบทุกวัน ทั้งผ่านการให้สัมภาษณ์ทั่วไป

และออกรายการสไตล์ยัดเยียด คือถ่ายทอดทุกช่อง กดรีโมทเปลี่ยนไปช่องไหนก็เจอ...

หลายคนที่เคยรู้สึกแปลกๆ ถึงวันนี้น่าจะชินได้แล้ว และปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเจอ "บิ๊กตู่" ต่อไปอีกนาน เพราะท่านยังควบอีกหลายตำแหน่ง ทั้งผู้นำประเทศ ผู้นำคสช. เป็นประธานบอร์ด ประธานคณะกรรมการอีกหลายชุด จะมีที่พ้นไป 1 ตำแหน่ง ก็คือ "ผบ.ทบ." วันนี้วันสุดท้าย

แม้จะผ่านมา 4 เดือน แต่คะแนนนิยม "บิ๊กตู่" ยังทะลักล้น ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลเมื่อวันเสาร์ (27 ก.ย.) ประชาชนให้คะแนน คสช. (ซึ่งจริงๆ ก็คือ "บิ๊กตู่" นั่นแหละ) ในเดือนที่ 4 ของการทำงาน 8.57 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 ถ้าเป็นการสอบในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัย ก็ต้องได้เกรด A

ที่น่าปลื้มใจก็คือ คะแนนของ คสช. (บิ๊กตู่) เกาะอยู่ในระดับเกิน 8 คะแนนมาตลอด กล่าวคือ เดือนแรก 8.82 คะแนน เดือนที่สอง 8.87 คะแนน เดือนที่สาม 8.80 คะแนน และเดือนที่สี่ 8.57 คะแนน

เห็นคะแนนแบบนี้แล้ว อดคิดถึง "บิ๊กแม้ว" ช่วงครองอำนาจใหม่ๆ ไม่ได้ เพราะช่วงนั้นเขาก็ได้รับแรงหนุนจากโพลล์ทุกสำนัก รวมถึงสื่อและนักวิชาการแทบทุกสังกัดไม่ต่างกัน

จะว่าไปทั้ง "บิ๊กแม้ว" และ "บิ๊กตู่" เป็นผู้นำที่มีอะไรคล้ายๆ กันหลายอย่าง ทั้งลักษณะนิสัย การพูดการจา และลีลาการบริหาร (แค่ลีลานะ ไม่ใช่ฝีมือ)

สมัย "บิ๊กแม้ว" ชอบบริภาษสื่อ ด่านักวิชาการ โดยเฉพาะเวลาถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแนวทางการบริหาร หรือถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสต่างๆ รวมถึงปัญหาภาคใต้ที่มาปะทุเดือดจนทะลักจุดแตกในยุคนั้น

ขณะที่ "บิ๊กตู่" ก็บริภาษสื่อไม่เว้นแต่ละวัน ติติงประชดประชันนักวิชาการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ส่วนปัญหาภาคใต้ก็นิยมโทษสื่อและตำหนิผู้ออกมาให้ข้อเสนอแนะ ทำนองว่าทหารรู้ดีทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่อยากฟัง

"บิ๊กแม้ว" มีจุดอ่อนที่ปากไว หลายครั้งพูดจาอะไรไม่นึกถึงผลที่ตามมา บางเรื่องที่คนยังจำได้ ก็เช่น การพูดแบบไม่เคารพเหยื่อที่เป็นทหาร ซึ่งถูกสังหารในเหตุการณ์ปล้นปืนจากค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส เมื่อต้นปี 47 หรือการพูดถึง ทนายสมชาย นีละไพจิตร ในช่วงที่หายตัวไป ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย แต่เจ้าตัวกลับพูดเหมือนรู้ว่าทนายสมชายตายไปแล้ว หนำซ้ำยังอ้างทำนองว่าเป็นปัญหาในครอบครัวอีกต่างหาก

ที่หนักที่สุดก็คือการด่า "ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ" ตอนถูกถามเรื่องฆ่าตัดตอนจากสงครามยาเสพติด และมีข่าวยูเอ็นจะส่งคณะทำงานเข้ามาตรวจสอบ

ขณะที่ "บิ๊กตู่" ก็มีหลุดพูดถึงเหยื่อในแง่ไม่ค่อยดี กรณีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ถูกสังหาร ตามด้วยกรณี "ทุ่มโพเดียม" รวมทั้งการพูดถึงบุคคลที่คิดเห็นตรงข้ามทางการเมืองแบบไม่ค่อยให้เกียรตินัก แม้บุคคลเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมใส่ร้าย คสช.ก็ตาม

ส่วนการด่าข้ามโลกประเภท "ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ" ต้องรอลุ้นต่อว่าถ้าอยู่ในอำนาจนานๆ ไปจะมีหลุดระดับนั้นด้วยหรือไม่

ด้านสไตล์การบริหารงาน "บิ๊กแม้ว" ถูกวิจารณ์เรื่อง "รัฐตำรวจ" ส่งนายตำรวจที่ตัวเองเชื่อมือ-เชื่อใจ เป็น "พี่รัก น้องเลิฟ เพื่อนสนิท" เข้าไปยึดกุมตำแหน่งสำคัญๆ ต่างๆ มากมาย เช่น ป.ป.ช. ปปส. ปปง. กองสลาก ฯลฯ

ฟาก "บิ๊กตู่" ก็ไม่น้อยหน้า เดินหน้าตั้ง "รัฐทหาร" ส่งทหารเข้าไปคุมเกือบทุกตำแหน่ง ไม่เว้น ผอ.กองสลาก เพื่อแก้ล็อตเตอรีราคาแพง (แต่ก็ยังแก้ไม่ได้)

อีกเรื่องที่คนคู่นี้เชื่อคล้ายๆ กัน คือ เครื่องราง ของขลัง และสิ่งเหนือธรรมชาติ!

เท่าที่ไล่เรียงมาจึงไม่น่าแปลกใจที่คะแนนนิยม "บิ๊กตู่" จะพุ่งสูงในช่วงแรกๆ คล้าย "บิ๊กแม้ว" เพราะผู้คนในสังคมไทยจำนวนไม่น้อยชอบผู้นำแบบอำนาจนิยม ซึ่งดูจะเป็นค่านิยมที่ฝังลึกมาเนิ่นนาน

แต่ตอนจบของเรื่องจะเหมือนหรือต่าง...ต้องจับตา!