3 ปมท้าทายใหม่ "ไฟใต้" ปีงบประมาณ 58

3 ปมท้าทายใหม่ "ไฟใต้" ปีงบประมาณ 58

ในจังหวะเวลาที่ปีงบประมาณ 2557 กำลังจะผ่านพ้นไป (เหลืออีก 2 วัน) และเรากำลังจะเปลี่ยนแม่ทัพภาค 4 คนใหม่

จาก พล.ท.วลิต โรจนภักดี เป็น พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ (เริ่มปีงบประมาณ 2558) ผมจึงอยากสรุปสถานการณ์ไฟใต้ ที่ดูจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในห้วงที่ผ่านมา...

1. สถานการณ์ความรุนแรงลดระดับลงพอสมควร พิจารณาจากสถิติตัวเลขที่เก็บรวบรวมโดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พบว่า

- เดือน พ.ค. มีเหตุรุนแรง 45 เหตุการณ์ แยกเป็นเหตุลอบยิง 24 เหตุการณ์ ระเบิด 17 เหตุการณ์ ก่อกวน 1 เหตุการณ์ ลอบวางเพลิง 3 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 21 ราย บาดเจ็บ 127 ราย

- เดือน มิ.ย. มีเหตุรุนแรง 60 เหตุการณ์ แยกเป็นเหตุลอบยิง 39 เหตุการณ์ ระเบิด 12 เหตุการณ์ ก่อกวน 5 เหตุการณ์ ลอบวางเพลิง 4 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 34 ราย บาดเจ็บ 47 ราย

- เดือน ก.ค. มีเหตุรุนแรง 40 เหตุการณ์ แยกเป็นเหตุลอบยิง 25 เหตุการณ์ ระเบิด 14 เหตุการณ์ ก่อกวน 1 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 26 ราย บาดเจ็บ 104 ราย

- เดือน ส.ค. มีเหตุรุนแรง 36 เหตุการณ์ แยกเป็นเหตุลอบยิง 19 เหตุการณ์ ระเบิด 13 เหตุการณ์ ก่อกวน 4 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 40 ราย

ขณะที่ห้วงเวลาก่อนหน้านั้น คือ เดือน ม.ค.ถึง เม.ย.57 เกือบทุกเดือนมีเหตุรุนแรงเกิน 50 เหตุการณ์

2. เหตุรุนแรงที่ลดจำนวนลงเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำงานของ พล.ท.วลิต ที่สามารถแปรนโยบายของ คปต. หรือคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่การปฏิบัติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะแผนงานการรักษาความปลอดภัย ทั้งยังประสานกับหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ อย่างมีเอกภาพ แม้เขาจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของสื่อและผู้นำในพื้นที่บางส่วนก็ตาม

3. เป็นผลส่วนหนึ่งจากข้อ 2 คือ ฝ่ายความมั่นคง (ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง) ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตรงเป้าหลายครั้ง จับกุมผู้ก่อความไม่สงบคนสำคัญได้หลายราย เช่น มือประกอบระเบิดที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทลายฐานฝึกบนภูเขาใน จ.นราธิวาส และการบุกค้นสถานที่ที่ใช้เป็นแหล่งบ่มเพาะความเชื่อใน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี นอกจากนั้นยังมีปฏิบัติการทลายอิทธิพลที่เป็น "ภัยแทรกซ้อน" ทั้งหมดนี้ทำให้ความรุนแรงลดระดับ

4. ทิศทางการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทำให้กลุ่มผู้เห็นต่างซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ใช้ความรุนแรงหลายกลุ่มรอดูความคืบหน้าและผล

อย่างไรก็ดี ในปีงบประมาณ 2558 ยังมีประเด็นท้าทายใหม่ๆ ในภารกิจดับไฟใต้ ดังนี้

1. แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ คือ พล.ต.ปราการ เป็นสายพิราบ แม้เป็นที่ชื่นชอบของภาคประชาสังคม แต่ต้องรอดูว่าจะเดินตามแผนงานรักษาความปลอดภัยได้เต็มประสิทธิภาพเหมือน พล.ท.วลิต หรือไม่ โดยเฉพาะหากในอนาคตผลการพูดคุยสันติสุขไม่เป็นที่พึงพอใจของกลุ่มผู้เห็นต่าง

2. การเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) ซึ่งพลิกโผจาก พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หัวหน้าชุดเครื่องมือพิเศษฯ ที่ทำงานเกาะติดพื้นที่จนเป็นที่ครั่นคร้ามของบรรดาผู้ก่อความไม่สงบ เป็น พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ จเรตำรวจ (สบ 8) จะส่งผลคล้ายๆ ข้อแรก เพราะ พล.ต.ท.อนุรุต ไม่ใช่สายบู๊เหมือน พล.ต.ท.สุชาติ แต่เป็นมือทำงบประมาณ เชี่ยวชาญงานจัดซื้อจัดจ้าง และทำโครงการพัฒนาต่างๆ ก็ต้องรอลุ้นว่าจะมีผลต่อสถานการณ์แค่ไหน

3. จะเห็นได้ว่าผลคืบหน้าของการพูดคุยสันติสุขจะเป็นตัวชี้ขาดสถานการณ์ข้างหน้า จึงเป็นประเด็นท้าทายคณะพูดคุยชุดใหม่เป็นอย่างยิ่งว่า จะชักชวนให้กลุ่มผู้เห็นต่างหันมาคุยเรื่องการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง โดยก้าวข้ามเรื่องเอกราช แยกดินแดน และเขตปกครองพิเศษที่รัฐบาลชุดนี้ประกาศชัดว่า "ไม่คุย" ได้อย่างไร