อย่าให้ถึงขั้น"หลง-ลืม"

อย่าให้ถึงขั้น"หลง-ลืม"

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหว ที่สมควรหยิบยกมากล่าวถึง เรื่องแรก การเฟ้นหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

หรือ สปช. ที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เล่น "ชักเข้าชักออก" คำสั่ง คสช. ตั้งคณะกรรมการคัดเลือก สปช. 14 คน

+++ ประกาศคำสั่ง คสช. ที่ 117/2557 ในราชกิจจานุเบกษา เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการ 14 บิ๊กนายพลทหารและตำรวจที่จะมาคัดเลือกสมาชิก สปช.ไม่ทันข้ามวันก็มีคำสั่ง คสช. ที่ 121/2557 ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 117/2557 พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. ชี้แจงว่า ที่ยกเลิกคำสั่งเพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ คสช. ต้องสรรหาเองอยู่แล้ว

+++ พูดถึงความผิดพลาดในการออก "คำสั่ง-ประกาศ" แล้ว ใครที่เป็น "แฟนพันธุ์แท้" คสช. คงทราบดีว่า เกิดขึ้นมาเป็นระยะ แต่กับครั้งนี้ต้องบอกว่า "ซีเรียส" เพราะเกิดกับการ "ปฏิรูปประเทศ" ซึ่งเป็น "วาระแห่งชาติ" ที่จะนำพาสังคมข้ามผ่านความขัดแย้ง

+++ ลำพัง คสช. เป็นคนชี้เลือกสมาชิก สปช. ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากพอแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอาการ "หลง" หรือ "ลืม" หรืออย่างไร จึงเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคขึ้นอีก ทั้งๆ ที่รอบตัวมีแต่ "ช่างเทคนิค" ดีที่รีบแก้ไขได้ทันท่วงที

+++ แต่ก็ยังมีอีกด่านที่สำคัญ คือ เสียงเรียกร้องเรื่องความ "โปร่งใส" ในการสรรหา สปช. นับวันคำว่า "ฮั้วๆ" จะดังขึ้นเรื่อยๆ หากไม่รีบแก้ให้อยู่ในครรลองมีหวัง "ตาย (หมู่) น้ำตื้น"

+++ เรื่องต่อมา ปัญหา "นักเรียนนักเลง" ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ถึงกับต้องลงมาจี้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรีบแก้ไข

+++ มาตรการแก้ไขปัญหา คือการใช้ "ยาแรง" (อีกเช่นเคย) สถาบันแห่งใดปล่อยปละละเลยให้นักเรียนนักศึกษาไปมีเรื่องมีราวจะถูก "สั่งปิดชั่วคราว" หากปล่อยให้เกิดเรื่องครบ 3 ครั้งจะถูกห้ามไม่ให้รับนักศึกษาในปีถัดไป นอกจากนี้ยังขู่ขึ้นบัญชีดำตัดสิทธิเงินกู้ยืมทางการศึกษาด้วย

+++ "ผู้ใหญ่" ที่ดูแลการศึกษาก็รับลูก เตรียมเสนอแผนเพิ่มจุดตรวจ ใช้การเหลื่อมเวลาเปิด-ปิดภาคเรียน และไปไกลถึงขั้นเพิ่มโทษทางกฎหมายสำหรับนักเรียนที่ก่อเหตุ โดยเฉพาะการพกพาอาวุธ

+++ ลืมแล้วหรือไรว่า มาตรการเหล่านี้เคยพูดกันมานานแล้ว และเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ จำได้ไหมเมื่อปี 2555 หรือเมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยมีการเสนอมาตรการแก้ปัญหาด้วยการ "หยุดการเรียนการสอนชั่วคราว" และใช้ "เงิน" จูงใจ ต่างกันที่โรงเรียนที่แก้ปัญหาได้จะสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม ไม่ใช่ตัดเงินกู้ กยศ. เหมือนครั้งนี้

+++ ที่ต่างกันอีกประการ คือ ครั้งก่อนมีมาตรการระยะยาว เสนอให้พัฒนา "เครือข่ายสารวัตรนักเรียน" มาช่วยป้องกันดูแล ผ่านมาตรการออกมาใช้ก็ยังมีเรื่องตีรันฟันแทง ไล่ยิงฆ่าล้างแค้นกันอยู่

+++ ได้ยินได้ฟังแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะปัญหา "เด็ก" เป็นเรื่องลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ซึ่งต้องใช้เวลาศึกษา พูดคุย ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ แต่ที่ผ่านมาเป็นที่น่าเสียดายว่ายังไม่ได้ยินวาทะผู้นำพูดถึงเรื่องเหล่านี้

+++ หากทั้งสองเรื่องที่พูดถึงเป็นเพียงอาการ "หลงๆ ลืมๆ" ของผู้มีอำนาจซึ่งจำได้บ้างไม่ได้บ้างว่าควรแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ก็คงไม่ค่อยเท่าไร แต่ถ้าเป็นประเภท "หลง-ลืม" สังคมไทยคงเข้าสู่วังวนปัญหาครั้งใหม่ที่ร้ายแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา