รากฐานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ

รากฐานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ

หลังจากไทยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็ได้ชี้แจงนโยบายรัฐบาล ต่อผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานราชการ

และรัฐวิสาหกิจ ด้วยการระบุว่า การทำงานทุกอย่างเป็นนโยบายชาติ การทำงานของทุกหน่วยงานจะต้องมีผลเป็นรูปธรรม และจะต้องมีการรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบทุกๆ 3 เดือน ทั้งยังมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าในปีงบประมาณ 2557 อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจในส่วนแรก ทั้งยังมีการย้ำว่า ในการบริหารเศรษฐกิจจะไม่ให้เกิดภาระหนี้ของประเทศในระยะยาว รวมถึงจะทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นในระยะ 3 เดือนแรก ขณะที่ในระยะต่อไปคือการแก้ไขจุดอ่อนเศรษฐกิจ และเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาตินั้น

แผนการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต และวางรากฐานสำหรับการเติบโต ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย รวมถึงการกระจายรายได้ไปอย่างเท่าเทียมกันด้วย โดยหากเศรษฐกิจไทยสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคงแข็งแรง ก็จะเป็นกำลังหนึ่ง แม้ไม่มากนัก ในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวขึ้นได้ ในช่วงที่เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐกำลังฟื้นตัว ส่วนเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ก็มีกระแสวิตกว่าอาจชะลอตัว

ในการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดนั้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงถ้อยคำเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ด้วยการระบุว่าจะตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำหรือ 0-0.25% ไปอีกระยะหนึ่งหลังจากยุติมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรหรือคิวอีลงในเดือนต.ค.ลงแล้ว โดยผู้ว่าการเฟดให้เหตุผลว่า ตลาดแรงงานยังซบเซา แม้อัตราว่างงานลดลงเหลือ 6.1% แล้วก็ตาม ซึ่งความเป็นไปได้ของการที่ต้นทุนกู้ยืมน่าจะอยู่ในระดับต่ำไปอีก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ทำให้ราคาหุ้นในหลายตลาดของโลกปรับตัวสูงขึ้น นำโดยหุ้นดาวโจนส์ในตลาดนิวยอร์กที่ปิดตลาดวันที่ 17 ก.ย. ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง

ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเฟด ที่มีการปรับขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อนเมื่อเดือนมิ.ย. โดยคาดว่าช่วงปลายปีหน้าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1.375% จาก 1.125% ในคาดการณ์ครั้งก่อน ส่วนปลายปี 2559 อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2.875% จาก 2.5% เมื่อคาดการณ์ครั้งก่อน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี เพราะแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้สินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์มีความน่าดึงดูดใจ

การปรับตัวขึ้นลงของหุ้นและค่าเงิน ทำให้กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นจากการเก็งกำไรในตลาดการเงินรายใหญ่ๆ ที่อาจพลิกผันไปได้หากนักลงทุนตื่นตระหนก กับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ในส่วนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเองนั้น ยังคาดหมายว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากเผชิญความปั่นป่วนช่วงต้นปี

ดังนั้น การจัดวางพื้นฐานที่ดีสำหรับปัจจุบันและอนาคต จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจและประเทศไทย ในการขับเคลื่อนไปท่ามกลางภาวะการณ์ต่างๆ ในโลก ที่อาจเกิดความผันผวนหรือพลิกผันขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมประเทศ สำหรับการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วย ในยามที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว